คิดถึงทักษิณซะแล้วครับ

 

ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องจริงๆได้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เหมือนกับหนังเรื่องหนึ่ง ซึ่งผู้คนกลัวไวรัสร้ายกันทั้งเมือง เมื่อโรคติดผู้ใดแล้ว จะแพร่ไปผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว แค่หายใจรดต้นคอกัน หรือปาดน้ำมูกแล้วเอาไปลูดคลำราวบันได จะติดไปยังผู้สัมผัสเชื้อทันที

ทำให้เมียกลัวผัว ผัวกลัวเมีย ลูกกลัวแม่ แม่กลัวลูก หมอกลัวคนไข้ คนที่ยังไม่ไข้กลัวหมอ ฯลฯ

เชื้อโรคชนิดนี้จะโจมตีระบบหายใจ หลอดลม ปอด เมื่อเข้ากัดกินปอดก็ต้องตายกันทุกคนครับ

ว่าแต่ว่าบ้านเรา พี่ไทยไม่เคยกลัวอะไร เข้าไปแออัดยัดเยียดกันจนล้นสนามฟุตบอล

นายกรัฐมนตรีฯ นอกจากไม่มีความชัดเจน ในการหามาตรการลดอัตราการแพร่เชื้อ  ยังทำตัวเป็นฟรีเซ็นเตอร์ "ข้าฯไม่กลัวไวรัส" โดยไปเดินหายใจรดต้นคอแฟนบอล และผู้สื่อข่าว โดยไม่สวมหน้ากากอนามัยซะอีก

หรือว่าท่านสวมหน้ากากไว้ตั้งนานแล้ว แต่ซ่อนไว้อย่างมิดชิด จนผมมองไม่เห็น

ไวรัสชนิดนี้มาจากเชื้อหวัดหมู สู่คน และถ้าจากคนสู่หมู แล้วย้อนมาที่คน เชื้อยังแรงอีกเท่าตัว ก็ตายกันครึ่งโลกแน่ (ที่ไม่บอกความจริง เนื่องจากกลัวฟารม์ซีพีจะเจ๊ง ใช่ไหม..รัฐบาลเขยซีพี?)

หลายประเทศฆ่าหมูกันยกประเทศ เขาทำถูกต้องนะครับ ไม่บาปหรอก เพราะหมูทุกตัวก็ต้องตายอยู่ดี ที่สำคัญ..โลกมุสลิมเขากลัวโรคนี้มาเป็นพันปีแล้ว จึงห้ามกินหมู

บ้านเรา รัฐบาลนอกจากไม่มีมาตรการในการลดอัตราการแพร่ระบาดอย่างชัดเจนแล้ว

ยังไปเป็นฟรีเซ็นเตอร์... "ยืดอกไม่พกหน้ากากอีก" ต่างหาก(หน้ากากอนามัยนะครับ ไม่ถามหาหน้ากากอันอื่น)

ความไร้ประสิทธิภาพ เสมือนกำลังเมาน้ำลาย ความไม่ชัดเจน และความโลเล ลมเพลมพัด เชื่องช้า อืดอาดอย่างนี้แหละ ที่ทำให้ผมคิดถึงทักษิณขึ้นมาทันที ทั้งๆที่ผมลืมชายคนนั้นไปนานแล้ว

ก็คราวหวัดนกไง  ทักษิณทำเร็ว และทำถูกต้องแล้ว พิโธ่ ก็ไก่ต้องถูกฆ่าทุกตัวแหละ หรือบ้านใครเลี้ยงเอาไว้บูชา

ท่านนายกบริหารประเทศซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างไร้ทิศทาง ไร้ความหวังอย่างนี้ ระวังหลายคนจะคิดถึงทักษิณเหมือนผมนะครับ