ติดต่อ

นักศึกษาปริญญาเอกที่ทำวิทยานิพนธ์ด้าน KM

          วันที่ 5 พ.ค.49   ผมไป มมส. ไปร่วมเป็นกรรมการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ กศ.ด. ของ ผศ. ฉลาด  จันทรสมบัติ   นิสิตปริญญาเอกของ มมส.   เรื่อง "การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ขององค์กรชุมชน"   จึงได้รับทราบว่านิสิตปริญญาเอกที่จะทำวิทยานิพนธ์ด้าน KM มีอีก 2 คนคือ
      - อ. ธีรวัฒน์  เยี่ยมแสง  นักวิชาการศึกษา 8 ว.  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1  จะทำวิจัยเรื่อง "KM ในเขตพื้นที่การศึกษา"
      - อ. ฉลองรัฐ  อินทรีย์  คณะพยาบาลศาสตร์ ม.ราชธานี   จะทำวิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ในคณะพยาบาลศาสตร์  สถาบันการศึกษาเอกชน"

         ผศ. ฉลาดจะทำวิจัยแบบ AAR ใน 2 หมู่บ้าน  รวม 5 องค์กรชุมชน   โดยมี "คุณอำนวย" เข้าไปส่งเสริมให้ชาวบ้านในแต่ละองค์กรชุมชนดำเนินการ KM   แล้ว ผศ. ฉลาดเข้าไปเก็บข้อมูลการทำ KM ของชาวบ้าน   ผมคิดว่าความรู้ใหม่ที่จะได้ก็คือมีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งเสริม   ปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการทำ KM ในระดับชาวบ้าน   นอกจากนั้น ผศ. ฉลาดย้ำว่ากลุ่มชาวบ้านมีความพร้อมในการใช้ IT และเขียนบล็อกเพื่อช่วยในการ ลปรร. แบบ B2B   ดังนั้นถ้ามีการศึกษาเรื่องการใช้ IT ในการทำ KM ระดับชาวบ้านก็จะเกิดความรู้ใหม่

         ผมกลับมาคิดต่อที่บ้าน   คิดว่าจุดอ่อนของการวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์นี้ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการวิจัยนี้มีเวลาจำกัดเพียง 9 เดือน

         ผมเกิดข้อสงสัยว่า   ระบบการศึกษาปริญญาเอกในบ้านเราน่าจะมีจุดอ่อนอยู่ในเรื่องการจัดสรรเวลา   ไม่ทราบว่ามัวใช้เวลาทำอะไรบ้างจนเหลือเวลาทำวิจัยเพียง 9 เดือน   จริง ๆ แล้วถ้าจะให้คุณภาพของการวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์บัณฑิตศึกษามีคุณภาพสูง   นักศึกษาควรเริ่มทำงานวิจัยเสียแต่เนิ่น ๆ และมีเวลาทำงานวิจัยยาวอย่างน้อย 2 ปี

         KM เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา   ดังนั้นการเข้าไปศึกษา KM โดยใช้เวลาต่ำกว่า 2 ปีผมว่าเสี่ยงมากที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงน้อย   ผลงานวิจัยไม่ชัดเจน

         ผมจึงตั้งใจว่านักศึกษาที่จะให้ผมเข้าร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในภายหน้าต้องมีเวลาทำวิจัยไม่น้อยกว่า 2 ปี   ถ้าเวลาน้อยกว่านี้ผมจะไม่รับ

         สิ่งที่น่าจะปรับปรุงอีกประการหนึ่งคือ   กำหนดให้ชัดเจนว่าในส่วนของ literature review ต้องไม่เกิน 100 หน้า   และต้องไม่เขียนแบบ "ตัดปะ"   ต้องเขียนด้วยถ้อยคำของนักศึกษาเอง   คือเป็นการสังเคราะห์ความเข้าใจของตนเอง   ถ้ายังเขียนมายาวเยิ่นเย้อต้องไม่ยอมให้สอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์

                                 

                                              คณะกรรมการ

                                

 นายธีระวัฒน์ เยี่ยมแสง  นศ. ปริญญาเอกที่จะทำวิทยานิพนธ์เรื่อง KM ในสำนักงานเขตการศึกษา

                                

บรรยากาศในห้องนำเสนอ  มีผู้สังเกตการณ์ล้นหลาม เพราะนี่คือการนำเสนอครั้งแรกในหมู่นักศึกษาปริญญาเอก

                                

          ผศ. ฉลาด จันทรสมบัติ  นศ. ปริญญาเอกที่นำเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์

                                 

       อ. ฉลองรัฐ  นศ. ป. เอกที่จะทำวิทยานิพนธ์เรื่อง KM ในคณะพยาบาลศาสตร์

วิจารณ์  พานิช
 6 พ.ค.49

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 27917, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #นศ.#ป.เอก#บัณฑิตศึกษา

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (6)

อรรถชัยจินตะเวช
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์หมอที่เคารพ

ผมเห็นด้วยมากครับกับการใช้เวลาของนักศึกษาในการสร้างความเข้าใจกับเนื้อเรื่องที่กำลังวิจัย โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจแนวคิด (concept) ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น จากนั้นก็สร้างความเข้าใจว่ากระบวนการวิจัยจะช่วยให้มีความเข้าใจเรื่องราวนั้น ๆ เพิ่มเติมได้อย่างไร

การเร่งรัดเวลาวิจัยให้เหลือน้อย ๆ ก็ย่อมส่งผลต่อระดับความเข้าใจของนักศึกษาที่มีต่อเรื่องราวครับ เราต้องช่วยกันแนะนำให้งานวิจัยของบ้านเราให้ดีขึ้นตามลำดับครับ

อรรถชัย จินตะเวช

ม.เชียงใหม่

 

วิบูลย์ วัฒนาธร
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 

หลังจากทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว (1) ผู้วิจัยจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือให้คำปรึกษาด้าน KM ได้หรือไม่ (2) พื้นที่การศึกษาและคณะพยาบาลศาสตร์ที่เข้าร่วมในการวิจัยจะได้รับการพัฒนาให้เป็น LO มากขึ้นสักเล็กน้อยหรือไม่

ถ้าได้ทั้งสองอย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่งผมว่าน่าจะ OK นะครับ 

จัตตาโร
IP: xxx.136.66.69
เขียนเมื่อ 

คนเป็นกรรมการ น่าจะ ลดระดับ ให้ ลงไปเป็น ปอโท  ก็ได้

เพื่อรักษาคุณภาพ ปอเอก ของ สภาบันของตน

 

เพราะ ผมดูแล้ว  ไม่ได้มีการ คิดอะไรใหม่ๆขึ้นมา สมกับการเป็น ดร

เป็นแค่ ไป "รับรู้" 

 สรุป ในเรื่องที่ ไปดู   

แนะนำ ตามแนวคิดของคนอื่นที่ตนไปรับรู้

 

 

 

 

wichit.c
IP: xxx.28.35.1
เขียนเมื่อ 

ผมมีความสนใจ และมีโอกาสเข้าร่วมรับฟังในวันที่ 5 พ.ค. 2549 ที่ผ่านมาด้วยความชื่นชม และยินดี กับ ผศ.ฉลาด

ก่อนรับฟังก็คาดหวังว่าจะได้เห็น MODEL บ้าง ว่า KM กับ ชาวบ้าน จะสามารถสร้างนวัตกรรมด้วยการนำ ICT (gotoknow.org) มาใช้เพื่อให้เกิด MODEL ของชุมชนได้อย่างไร ปรากฏว่า ผิดคาดจากความตั้งใจครับเพราะ ICT เป็นเพียงแค่ KA เท่านั้น ส่วน MODEL ก็ยังมองไม่ค่อยออกครับ

 

wichit.c
IP: xxx.28.35.1
เขียนเมื่อ 

ผมมีความสนใจ และมีโอกาสเข้าร่วมรับฟังในวันที่ 5 พ.ค. 2549 ที่ผ่านมาด้วยความชื่นชม และยินดี กับ ผศ.ฉลาด

ก่อนรับฟังก็คาดหวังว่าจะได้เห็น MODEL บ้าง ว่า KM กับ ชาวบ้าน จะสามารถสร้างนวัตกรรมด้วยการนำ ICT (gotoknow.org) มาใช้เพื่อให้เกิด MODEL ของชุมชนได้อย่างไร ปรากฏว่า ผิดคาดจากความตั้งใจครับเพราะ ICT เป็นเพียงแค่ KA เท่านั้น ส่วน MODEL ก็ยังมองไม่ค่อยออกครับ

 

wichit.c
IP: xxx.28.35.1
เขียนเมื่อ 

ผมมีความสนใจ และมีโอกาสเข้าร่วมรับฟังในวันที่ 5 พ.ค. 2549 ที่ผ่านมาด้วยความชื่นชม และยินดี กับ ผศ.ฉลาด

ก่อนรับฟังก็คาดหวังว่าจะได้เห็น MODEL บ้าง ว่า KM กับ ชาวบ้าน จะสามารถสร้างนวัตกรรมด้วยการนำ ICT (gotoknow.org) มาใช้เพื่อให้เกิด MODEL ของชุมชนได้อย่างไร ปรากฏว่า ผิดคาดจากความตั้งใจครับเพราะ ICT เป็นเพียงแค่ KA เท่านั้น ส่วน MODEL ก็ยังมองไม่ค่อยออกครับ