วงการการศึกษาซึ่งถือว่า เป็นวงการที่สำคัญทึ่สุดในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติ กำลังจะกลายเป็นวงการที่มีอันตรายต่อคน สังคม และประเทศชาติ อย่างนั้นหรือ? เราจะยอมหรือ?
  • ปกติผมจะเข้ามาอ่าน G2K ก่อนการเริ่มงานของแต่ละวันประมาณ 5-10 นาที เพื่อเป็นการเติมอาหารสมองก่อนการทำงาน วันนี้ประเดิมการอ่านที่บันทึก  Copy and Paste เทคนิคหนึ่งที่ทำลายคุณภาพคน และการพัฒนา  เขียนโดยท่าน  ดร. แสวง รวยสูงเนิน  อ่านแล้วเหมือนโดนทิ่มแทงที่หัวใจ ทั้งนี้เพราะความรับผิดชอบของการเป็นนักการศึกษาคนหนึ่ง แต่พออ่านจบแล้วพบว่า มันเป็นความจริงที่ท้าทายจริง ๆ ว่า เราจะยอมให้เป็นเช่นนั้นต่อไปหรือหันกลับมาเผชิญหน้าเพื่อแก้ปัญหาของวงการศึกษา คำถามต่อมาคือ ถ้าหันมาเผชิญหน้าเพื่อแก้ปัญหาแล้ว จะแก้ได้หรือไม่มากน้อยเพียงใด? หรือจะตายปล่าว ?
  • -----------------------
  • วันก่อนมีโอกาสเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักการศึกษาท่านหนึ่ง ที่กำลังเตรียมตัวเป็นผู้บริหาร ท่านใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชนที่พัทยา ก่อนจะหันหน้ามารับราชการ "ครู" ที่บ้านเกิดจังหวัดหนองคาย อย่างเรียบง่าย ตอนนี้อายุของท่านก็ใกล้ 50 ปีเข้าไปทุกที
  • ประเด็นการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะคล้าย ๆ กับบันทึกข้างต้นของท่าน ดร. แสวง รวยสูงเนิน  จึงขอนำมาถอดบทเรียนเพิ่มเติมเพื่อการศึกษาและแก้ไขปัญหาช่วยกัน ดังต่อไปนี้ครับ
  • จากข้อมูลข้างต้น พบว่า วงการการศึกษาซึ่งถือว่า เป็นวงการที่สำคัญทึ่สุดในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติ กำลังจะกลายเป็นวงการที่มีอันตรายต่อคน สังคม และประเทศชาติโดยไม่ตั้งใจ อาจไม่รู้ตัว และคิดว่ามันคงไม่เลวร้ายอย่างนั้น เราจะยอมหรือ?
  • -------- ข้อเท็จจริงบางประการ
    • การจ้างทำผลงาน เริ่มจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ทำ ใคร ๆ ก็รู้ เพราะลงทุนแล้วคุ้มไปจนเกษียณ
    • การบรรจุเข้าทำงาน ราคากลาง "ซีละแสน"
    • ออ กอ คอ หอ .. ยิ่งกว่ามาเฟีย 2499 เราคือ เครือข่าย "มาร"
    • ฯลฯ
  • -------- ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมบางประการ
    • จริงอยู่มันอาจเป็นเรื่อง "ธรรมชาติ" ของโลก ที่ใคร ๆ เขาก็ทำ ไอ้สิ่งที่ดี จิตสำนึกดีข้างในก็ยังเต็มเปี่ยม วงการอื่น ๆ เขาเอามากกว่านี้เยอะ เราขอเอาบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ มันคงไม่เป็นไร ใคร ๆ เขาก็ทำกัน
  • -------- ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกบางประการ
    • มีน้องเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจบเกียรตินิยมมาใหม่ เข้ามาทำงานในองค์กรที่ต้องเกี่ยวข้องกับครูและนักบริหารการศีกษา เขาเป็นคนที่มีวินัย มีคุณภาพ ทำงานเก่ง เขาเป็นเหมือนผ้าขาวที่พร้อมจะเรียนรู้และเดินไปได้อย่างดีทุกทาง
    • เวลาผ่านมากว่าสองปี มีโอกาสได้พบปะสังสรรค์กับน้องคนนี้อีกครั้งหนึ่ง ดูภายนอกเขาก็ยังเหมือนเดิมคือยังเป็นเด็กในสายตาของผม แต่ข้างในวันนั้นกับวันนี้เขาไม่เหมือนเดิม ผมขอนิยามสั้น ๆ ว่า เขาได้กลายเป็น "มาร" ที่ทันสมัยเต็มรูปแบบอย่างพึงพอใจเสียแล้ว คิดว่าไม่รู้ตัวจริง ๆ
    • ผมพยายามวิเคราะห์ถึงการพัฒนาไปสู่ความเป็น "มาร" ของน้องคนนี้ พบว่าสาเหตุหลักที่น่าสนใจคือ เขาเป็นลูกนักการเมืองท้องถิ่น ที่เกิดมาในยุคที่ข้อกล่าวหาและแนวปฏิบัติที่ผิดข้างต้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ทำ โดยคิดว่า มันไม่ผิด! คนที่ไม่เอาไม่ทำมีแต่คนโง่!   ...หลงคิดว่าผิดเป็นถูก (อวิชชา) ...
  • -------- จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี ?
    • ในส่วนลึกของจิตใจ ผมมีความเชื่อมั่นในความเป็นครูของคุณครูทุกท่านว่า ท่านมีความรักและปราถนาดีต่อศิษย์ไม่ด้อยไปกว่า คุณครูที่เรารักและเคารพในอดีต แต่กิเลส ตัณหา ที่มันคอยจะมาครอบงำกายและใจของคุณครูสมัยนี้มันมากมายกว่าในยุคอดีตหลายเท่านัก
    • มันถึงเวลาหรือยังที่เราจะดึงวิญญาณความเป็นครูของเรา ออกมาสร้างโลกให้สวยด้วยมือเรา รวมและร่วมพลังทำความสะอาดวงการศึกษาของเรา