“ หมั่ล สูงค่า เสียงตี้กู้ก้อได้ถ่อม เป๋นเสียงจากสถานีวิทยุเด็ก เยาวชน และครอบครัว สยชช. เอ็ฟเอ็ม แปดสิบเก้าจุดศูนย์เม็กกาเฮิตซ์.... ”

จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วนำนภามาแทนกระดาษ เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ” 

เสียงเพลง “ใครหนอ” เสียงเพลงดีๆมีสาระเหมาะสมกับวัยใสๆ ดังจากคลื่น 89.0 เมกกาเฮิร์ตซ์ เช้านี้ 18 กรกฎาคม 2552 กระตุ้นในผมต้องมานั่งพิมพ์บันทึกนี้

 

“ หมั่ล สูงค่า  เสียงตี้กู้ก้อได้ถ่อม เป๋นเสียงจากสถานีวิทยุเด็ก เยาวชน และครอบครัว สยชช. เอ็ฟเอ็ม แปดสิบเก้าจุดศูนย์เม็กกาเฮิตซ์.... ”  เป็นเสียงทักทายใสๆจากเด็กๆไทใหญ่ที่มาแสดงจิตอาสา มาช่วยกันจัดรายการวิทยุชุมชนในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์

 

“หมั่ล สูง ค่า” เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า สวัสดี
“กู้ก้อ” เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า ทุกคน
“ถ่อม” เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า ฟัง

 

จะว่าไปนี่ก็เข้าเดือนที่เจ็ดแล้ว ที่สโมสรของเราจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนเล็กๆขึ้นมา ก็มีล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ด้วยจิตอาสาของเด็กๆที่อยากจะใช้เวลาว่างเสาร์อาทิตย์มาจัดรายการ มาแสดงมาฝึกฝนความสามารถของตน รายการต่างๆของเราก็ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีโฆษณา แต่อาศัยบุญที่เราทำร่วมกัน

 

ตามวัฒนธรรมชาวพุทธ การให้ทานเป็นหนึ่งในสามรูปแบบการทำบุญที่สำคัญ  จากการทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนที่นี่ ก็พอจะวิเคราะห์ได้ว่า สถานีวิทยุชุมชนของเด็ก เยาวชนที่นี่ใช้ทานมัย และศีลมัยเป็นระบบการทำงานที่สำคัญนะครับ

 

ทานมัย นี่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงเด็กๆ ครับ คือในช่วงจัดรายการ เราก็จะพยายามจัดหาขนม ของว่าง อาหารกลางวันคอยบริการพวกเขา อันนี้ถามว่าเอาสตางค์มาจากไหน คำตอบก็คือมาจากการบริจาคนะครับ ส่วนใหญ่ก็คือจากผมกับภรรยา และจากโครงการพัฒนาต่างๆในพื้นที่ที่ผมดูแลอยู่ก็บูรณาการงบมาช่วย แต่ถ้าท่านใดมีจิตกุศลอยากช่วยสงเคราะห์ขนมนมเนยแก่เด็กๆ ทางผมก็ขออนุโมทนาสาธุด้วยนะครับ

                                      รุ่นใหญ่ช่วยกันทำอาหาร

                                                                         รุ่นเล็กช่วยกันเก็บกันล้าง

ระยะต่อไป เราอาจจะมีการจัดผ้าป่าเหมือนสถานีวิทยุชุมชนอื่นๆในภาคเหนือ แต่ผมกะว่ารอให้สถานีมีอายุครบขวบปี แล้วค่อยก้าวต่อไปถึงจุดนั้น

 

ส่วนศีลมัยนี่เราช่วยกันทำมาตั้งแต่แรก คือทุกคนมาด้วยใจบริสุทธิ์ อันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี เราไม่เอาตัวไปผูกกับทุนนิยมและระบบมาตรฐานสากล คือจัดกันแบบบ้านๆ เน้นการมีส่วนร่วมและสุขภาวะของเด็กนะครับ เนื้อหารายการผมกับภรรยาก็สละเวลากันมาช่วยตรวจช่วยดู ติดเสียว่าบางช่วงที่ผมกับภรรยาและแกนนำสโมสรมีประชุม ก็จะไม่มีคนไปช่วยเปิดปิดเครื่อง สัปดาห์นั้นเด็กๆก็ “รับประทานแห้ว” ไป ปัญหานี้ ทางเราก็พยายามแก้อยู่โดยพัฒนาเด็กโตมาช่วยคุมเครื่อง ก็กำลังอยู่ในช่วงสอนงานครับ

 

ด้านจิตอาสานี่เราเต็มร้อยกัน แต่ต้องเข้าใจว่าจิตอาสาของเด็กมันก็มีเงื่อนไขด้วยนะครับ คืออย่างน้อยพ่อแม่ก็ต้องอนุญาต เด็กบางคนก็ต้องไปช่วยพ่อแม่ทำงาน และจิตอาสาก็ต้องสนุกด้วย เหล่านี้ก็ทำให้เด็กๆไปๆมาๆ ยืดหยุ่น แต่ก็เหนียวแน่นมาได้ระดับหนึ่ง สโมสรเองก็ไม่ได้มีข้อบังคับอะไรจุกจิก เอาเป็นว่าเน้นวินัยเชิงบวกละกัน ส่วนเรื่องเนื้อหาอาศัยที่เรามีฐานงานวิจัยท้องถิ่นกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และแกนนำเยาวชนก็จะมาช่วยทำงานวิจัยท้องถิ่นในเรื่องต่างๆกันทุกปี ก็ไม่ค่อยห่วงเท่าไร

 

จะขลุกขลักหน่อยก็คือเรื่องทักษะ จริงๆแล้ว สยชช. เราได้รับการสนับสนุนการฝึกอบรมด้านการทำสื่อสารมวลชนมาบ้างครับจากโครงการ Local Talk ของสำนักข่าวประชาธรรมตั้งแต่ปี 50 - 51 แต่พักหลังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทางโครงการจากสำนักข่าวก็หายเงียบไป ต่อมามีโครงการศูนย์ข่าวและข้อมูลท้องถิ่นที่เราได้การสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ก็ได้ทางสำนักข่าวเด็กและเยาวชน จ.พะเยา มาช่วยอบรมและติดตั้งเครื่องส่งให้ แล้วเราก็ออกอากาศกันเรื่อยมา อันนี้คร่าวๆเป็นช่วงหกเดือนแรก (ม.ค. – มิ.ย. 52) ที่สถานีวิทยุเด็ก เยาวชนเราก้าวมา เป็นก้าวแรกครับ

 

ก้าวที่สองของเรานี่ ด้วยความที่ผมถูกดึงไปทำงานเครือข่ายและนโยบายมากขึ้น งานในพื้นที่รวมถึงสถานีวิทยุก็ถูกถ่ายโอนไปที่ภรรยาและแกนนำมากขึ้นโดยอัตโนมัติ เร็วกว่าที่วางแผนไว้ ทีแรกผมก็ไม่มั่นใจนักว่าจะปล่อยมือได้แค่ไหน พอพักหลังที่ผมต้องออกต่างจังหวัดมากขึ้น ก็ทำให้เห็นศักยภาพว่าพวกเขาก็เริ่มดูแลกันและกัน รู้จักคิดวางแผนมากกว่าสมัยที่ผมเป็นหลักให้

 

ตอนนี้ ผังและรูปแบบรายการทั้งหมดเด็กๆและเยาวชนแกนนำจะช่วยกันจัดวางและบริหาร ผมค่อยช่วยเป็นที่ปรึกษา และหาเครือข่ายมาหนุนเสริมครับ ซึ่งขณะนี้ เราโชคดีที่มีเครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนืออีกหลายสิบสถานี และยังมีสถานีวิทยุ FM 105.0 MHz ซึ่งเป็นสถานีวิทยุสาธารณะเพื่อเด็กและเยาวชนแห่งแรก มาช่วยสนับสนุนด้านทักษะ เนื้อหาสาระ และกระจายข่าวสารจากเด็กชายแดนไปถึงหูและใจของเด็กในเมือง อันนี้พวกเราก็พลอยปลื้มเอามากๆ

รูปการประชุมกับเครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนือและชมรมวิทยุเด็ก เยาวชน จากกรุงเทพ ณ ม.แม่โจ้ 11-12 ก.ค. 52

 

สรุปคือในก้าวที่สองของสถานีวิทยุ ในระดับท้องถิ่นก็จะเปิดให้เด็กมามีส่วนร่วมมากขึ้น ส่วนในระดับเครือข่ายก็จะเน้นการหนุนเสริมและแลกเปลี่ยนข้อมูลจากภายนอก ทั้งในรูปแบบ เนื้อหา เพลง และเทคนิคการจัดทำรายการ

 

แต่ในระดับการประสานกับหน่วยงานพัฒนาในพื้นที่ ถือว่าเรายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งถ้าจะว่าถึงเหตุผลตรงนี้อีกยาวครับ เอาสั้นๆแค่นี้ก่อน น่าเสียดายและออกจะน้อยใจแทนเด็กๆเยาวชนที่หน่วยงานพัฒนาในหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่ยังไม่เห็นความสำคัญของพื้นที่สร้างสรรค์ของเด็กๆอย่างนี้เท่าที่ควร โดยเฉพาะ อบต. แต่เด็กๆเยาวชนก็ไม่ท้อ เราก็จะทำดีกันเรื่อยไป

 

                    วันนี้มาเล่าสู่กันเท่านี้ก่อน แล้ววันหลังจะเล่าความคืบหน้ามาอีก  

ขอบุญกุศลจากรายการแผ่ไปถึงทุกท่านที่ติดตามส่งกำลังใจมายังพวกเรา  ขอบคุณมากครับ