คุณจุฬาลักษณ์ ผู้ปกครองโรงเรียนทอสี และปัญญาประทีป ในขณะที่เด็กเรียนรู้จากครู ครูก็ต้องเรียนรู้จากเด็ก พ่อแม่ก็ต้องเรียนรู้บทบาทความเป็นครูของลูก และบทบาทที่จะมีต่อสังคม สื่อมวลชนก็ต้องชี้นำความคิด ความรู้สึก การกระทำ พัฒนาสังคมไปในทางคุณธรรม คิดเป็น แยกแยะได้ มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

 

 

นางสาวศุภสิริ มุตตามระ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ ๒ ม.มหิดลสิ่งที่โรงเรียนรุ่งอรุณให้กับหนูคือ การรู้จักปรับตัว หนูรู้ว่าหนูแตกต่างกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย (คุณสุภาวดีถามว่าความแตกต่างนี้คืออะไร) เช่น การกล้าซักถาม กล้าแสดงความคิดเห็น การมองอะไรได้ลึก คนอื่นอาจมองปัญหาเป็นปัญหาแล้วล้มเลิก แต่หนูยอมรับปัญหาแล้วหาทางแก้ไข ไม่ใช่ล้มเลิกแล้วนอนร้องไห้ ถ้าเรารู้จักปรับตัวก็สามารถที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้

 

 

 

นายสัตวแพทย์ สมชาย กฤตยานุกูล “ตั้งแต่สมัยผมเป็นนักเรียนจนมาถึงรุ่นลูกในปัจจุบัน รู้สึกว่าการศึกษาไทยไปไม่ถึงไหน และดูจะถอยหลังลงด้วย ประเทศเรามีนักเรียนได้เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการบ่อย เป็นการเก่งเป็นกระจุก แต่โง่กระจาย การเรียนรู้ตลอดชีวิตและมีคุณภาพจะเกิดขึ้นได้ ระบบต้องดีขึ้น นั่นคือ การทำให้เด็กมีความมุ่งมั่นและมีเป้าหมาย”

 

        

คุณสุภาวดี หาญเมธี ได้สรุปความคิดความเห็นจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรอบของการเสวนาช่วงนี้ว่า บรรยากาศในวันนี้คล้ายกับบรรยากาศในเวทีรับฟังความคิดเห็นเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ครั้งนั้นมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีข้อเสนอแนะดีๆ เกิดขึ้นมากมาย

 

มาวันนี้๑๐ปีผ่านไปการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยังเป็นเพียงหน่ออ่อนขององค์กรที่จะเติบโตต่อไป ดังเช่น ๑๒ โรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนไทยไท ก็คือตัวอย่างกระจุกของกลุ่มคนที่พยายามคิดและลงมือทำการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ กับเป้าหมายที่ควรจะเป็น และกับโลกที่จะเปลี่ยน

 

 

.กรองทอง บุญประคอง (คุณครูก้า) ได้ชักชวนวิทยากรท่านอื่นและผู้ร่วมการเสวนาขบคิดว่า โลกในอนาคตจะเหมือนโลกในปัจจุบันหรือไม่ แล้วโลกปัจจุบันนั้นเหมือนโลกในอดีตหรือไม่ เราบอกว่าหวังดีกับลูก แต่ความหวังดีนั้นสอดคล้องกับความจริงที่ลูกเรากำลังเผชิญอยู่หรือไม่

 

“เมื่อเร็วๆ นี้ได้ดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ที่เด็กผู้หญิงเดินเข้าไปในมุมที่เกือบมิดชิดในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ แล้วโชว์สิ่งที่เขาภาคภูมิใจและคิดว่ามีคุณค่า นั่นคือ เรือนร่างของตัวเอง ให้คู่สนทนาดูผ่านกล้องเว็บแคม ซึ่งไม่แน่ใจว่าคนร่างหลักสูตรการศึกษาจะได้ดูรายการนี้หรือไม่ เราบรรจุอะไรลงไปในหลักสูตรที่เด็กๆ ต้องเรียน ๘ ชั่วโมงต่อวันบ้าง หลักสูตรนั้นได้สร้างให้เด็กมีภูมิคุ้มกันเพื่อพร้อมเผชิญโลกปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน หรือว่าเพียงแค่ต่างกันทางความคิดก็หงุดหงิดแล้ว

 

พ่อแม่ที่มีเวลาอยู่กับลูกราว ๗-๘ ชั่วโมงต่อวัน ท่านใช้เวลาเหล่านั้นกับลูกเช่นไร เราพัฒนาเขาอย่างไร หรือว่าส่งเขาไปเรียนพิเศษ ตอนเห็นหน้าลูกครั้งแรก เคยคิดในใจว่า เราตายไม่ได้แล้ว แต่อีกแวบหนึ่งก็คิดขึ้นมาว่า เราต้องตายแน่ๆ คือความจริง แล้วเราจะเลี้ยงดูเขาอย่างไรให้เขามีภูมิคุ้มกัน ให้เขามีชีวิตอยู่ได้อย่างดีในสังคม เรารู้ไหมว่าสิ่งที่เขาต้องเผชิญคืออะไร เมื่อสองปีก่อนมีเกมข่มขืนผู้หญิงแล้วได้แต้มเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าปัจจุบันนี้ไปถึงไหนกันแล้ว

 

การศึกษาของประเทศอิสราเอลชัดเจนตั้งแต่การเลือกเป้าหมายว่าเขาจะสร้างคนเช่นไร ทั้งเป้าหมายระดับอนุบาล ประถม มัธยม อุดมศึกษา ล้วนมีความสอดคล้องและเอื้อกันทั้งระบบ ไม่ใช่ว่าเรียนอนุบาลเพื่อขึ้นชั้นประถม

 

โดยทั่วไปคนเรามักจะหลงลืม และปล่อยให้เป้าหมายระยะสั้น เช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัย มาบิดเบือนเป้าหมายของการสร้างคนซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวออกไป โดยที่เราเองก็ยังไม่ชัดว่าประเทศชาติของเราต้องการคนแบบไหน เราก็เลยพากันตรวจสอบว่าสิ่งที่เราให้กับเด็กไปนั้นใช่หรือไม่ด้วยการสอบวัดผลอยู่ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว การพัฒนามนุษย์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา

 

การสร้างความเห็นเชื่อมโยง จากตัวเอง ไปสู่คนอื่น ออกไปสู่ธรรมชาติ จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดคุณธรรมแบบไม่แยกส่วน ไม่แยกวิชาออกจากชีวิต มองเห็นว่าตนเองจะเอื้อประโยชน์ให้ทั้งกับตนเอง ผู้อื่น และธรรมชาติได้อย่างไร คือเส้นทางนำไปสู่คุณธรรม

 

คำถามที่อยากฝากไว้ ๓ ข้อ คือ ๑.การศึกษาช่วยให้เด็กสามารถเผชิญโลกอนาคตได้หรือไม่ ๒.พ่อแม่ได้ช่วยให้ลูกสามารถเผชิญโลกอนาคตได้หรือไม่ ๓.สิ่งที่ลูกเราเผชิญอยู่คืออะไร

 

อยากให้ครู นักการศึกษา และพ่อแม่ผู้ปกครอง ได้ลองถามตัวเองว่า พวกเราตั้งเป้าหมายในเด็กไทยกันชัดเจนแล้วหรือยัง ถ้าชัดดีแล้ว ให้กลับมาตรวจสอบดูว่า สิ่งที่เรากำลังทำนั้นสามารถนำพาเขาไปถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง สิ่งที่เราอยากได้กับสิ่งที่เรากำลังทำนั้นสอดคล้องกันหรือไม่