เอกสารที่เกี่ยวข้องกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ในปัจจุบันเป็นยุคที่คอมพิวเตอร์และข้อมูลข่าวสารแบบดิจิทัลกำลังจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต
ของเราไปอย่างมากจนคาดไม่ถึงการค้นพบเทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลในยุคปัจจุบันในรูป
แบบของสื่อดิจิทัลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งที่เกิดจากการใช้รูปแบบของสื่อประสมต่างๆ
เชื่อมโยงกันให้อยู่ในรูปสื่อดิจิทัลแทนการเปิดหนังสือหรือเอกสารธรรมดาสามารถใช้งานได้
ง่ายมากขึ้นมีรูปแบบการนำเสนอที่มีองค์ประกอบต่างๆเพื่อลดข้อจำกัดของการอ่านหนังสือ
ธรรมดา
ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
มีผู้ให้ความหมายของ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ไว้หลายความหมายได้แก่
ครรชิต (2540, หน้า 175) ได้ให้ความหมายไว้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง รูปแบบของการจัดเก็บและนำเสนอข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นข้อความ ตัวเลข ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้มีวิธีเก็บในลักษณะพิเศษคือ จากแฟ้มข้อมูลหนึ่ง ผู้อ่านสามารถเลือกดูข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ทันที โดยข้อมูลอาจจะอยู่ในแฟ้มเดียวกันหรือไม่ก็ได้ ข้อมูลที่กล่าวเป็นข้อความที่เป็นตัวอักษรหรือตัวเลข เรียกว่าไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext) และถ้าหากข้อมูลนั้นรวมถึงเสียงและภาพเคลื่อนไหวด้วยก็เรียกว่าสื่อประสมไฮเปอร์มีเดีย (hypermedia)
บุปผาชาติ (2540, หน้า 86) ได้ให้ความหมายไว้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การคลิกเปิดเอกสารไฮเปอร์เท็กซ์และไฮเปอร์มีเดียได้ ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงได้อย่างสะดวกรวดเร็วพรั่งพร้อมด้วยข้อมูลมัลติมิเดียในรูปหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นสื่อในการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามเวลาและสถานที่ที่ตนสะดวก
ปิลันธนา (2542, หน้า 20) ได้ให้ความหมายไว้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำเสนอข้อมูลได้ทั้ง ข้อความภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง ผ่านคอมพิวเตอร์โดยการเชื่อมโยงข้อมูลที่สัมพันธ์ของเนื้อหาที่อยู่ในแฟ้มเดียวกันหรืออยู่ในแฟ้มเข้าด้วยกันโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบใด หากเป็นการเชื่อมโยงข้อความที่เป็น ตัวอักษรหรือตัวเลข เรียกว่า ไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext) และถ้าหากข้อมูลนั้นรวมถึงเสียงและภาพเคลื่อนไหวด้วยก็เรียกว่า สื่อประสมไฮเปอร์มีเดีย (hypermedia)
นํ้าทิพย์ วิภาวิน (2542 อ้างถึงในปณิตา, 2542) ได้ให้คําจํากัดความไว้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นหนังสือที่จัดทํ าด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องพิมพ์เนื้อหาสาระของหนังสือบนกระดาษหรือจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม สามารถเปิดอ่านได้จากจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ เหมือนกับเปิดอ่านจากหนังสือโดยตรง แต่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มีความสามารถมากมาย เช่น ข้อความภายในหนังสือสามารถเชื่อมโยงกับข้อความภายในหนังสือเล่มอื่นได้ โดยเพียงแค่ผู้อ่านกดเมาส์ในตํ าแหน่งที่สนใจแล้วโปรแกรม browsers จะทํ าหน้าที่ดึงข้อมูลที่เชื่อมโยงมาแสดงให้อ่านหนังสือต่อได้ทันที
เสาวลักษณ์ (2545, หน้า 31) ได้ให้ความหมายไว้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึงรูปแบบการนำเสนอข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วพริบตามทั่วทุกมุมโลกเป็นสื่อการถ่ายทอดที่เปิดโลกสังคมแห่งการเรียนแบบใหม่ พรั่งพร้อมด้วยข้อมูลที่สามารถนำเสนอข้อมูลได้ทั้งตัวอักษรหรือตัวเลขเรียกกว่า ไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext) และถ้าหากข้อมูลนั้นรวมถึงภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหวด้วยเรียกว่า ไฮเปอร์มีเดีย (hypermedia) โดยการเชื่อมโยงสัมพันธ์ในรูปแบบใด ซึ่งผู้เรียนสามารถที่จะเลือกเรียนได้ตามความต้องการไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
สุภาภรณ์ (2545, หน้า 10) ได้ให้ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง เอกสารในรูปแบบดิจิทัลที่นำเสนอข้อมูลในลักษณะข้อความภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงต่างๆ ที่จัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่สัมพันธ์ของเนื้อหาถึงกันได้ผ่านจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะอยู่ในแฟ้มเดียวกันหรืออยู่คนละแฟ้ม หากเป็นการเชื่อมโยงข้อความที่เป็นตัวอักษรหรือตัวเลข เรียกว่า ข้อความหลายมิติ(hypertext) และหากข้อมูลนั้นเป็นการเชื่อมโยงลักษณะภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว เรียกว่าสื่อหลายมิติ (hypermedia)
เกวลี พิชัยสวัสดิ์ (2545) ได้กล่าวว่า “เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นเอกสารที่มีการเชื่อมโยงส่วนต่างๆ ในเอกสารเข้าด้วยกัน เป็นการเชื่อมโยงกัน (Hyperlink) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกไปดูส่วนต่างๆ ของเอกสารที่อยู่หน้าเดียวกัน หรือคนละหน้าได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น เมื่อกดปุ่มที่จุดเชื่อมโยงที่กําหนดไว้ โปรแกรมจะทําการเปิดส่วนของเอกสารที่ถูกกําหนดไว้ทันที”
อัครเดช (2547, หน้า 29) ได้ให้ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง รูปแบบ การนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานการติดต่อสื่อสาร ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือข้อมูลในลักษณะ e-Content เป็นสื่อการถ่ายทอดที่เปิดโลกการเรียนรู้แบบใหม่ที่สามารถเสนอข้อมูลตัวอักษรจากการคลิกเปิดเอกสารในรูปแบบไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext) และข้อมูลภาพนิ่ง เสียง และรวมถึงภาพเคลื่อนไหว เรียกว่าไฮเปอร์มีเดีย(hypermedia) การประสานและการเชื่อมโยงสัมพันธ์เนื้อหาอย่างไร้รอยต่อของข้อมูลที่อยู่ในแฟ้มเดียวกันหรืออยู่คนละแฟ้มเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งผู้เรียนสามารถที่จะเลือกเรียนได้ตามความต้องการไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ทำให้ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
สุรศักดิ์ อรชุนกะ (2547, หน้า 6-10) ได้ให้ความหมายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ว่า หมายถึง E-Book มาจากชื่อเต็มคือ electronic book หรือหนังสือ ที่อยู่ในรูปแบบของไฟล์ดิจิตอล ซึ่งสามารถเปิดอ่านด้วยคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องปาล์ม พ็อกเก็ตพีซี หรือแม้แต่โทรศัพท์จอสีบางรุ่นได้ด้วย สามารถพกหนังสือ เป็นตั้ง ๆ ติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา ว่างเมื่อไหร่ก็สามารถโหลดการ์ตูน หรือนิยายเรื่องโปรดขึ้นมาอ่านได้ทันที แต่ก่อนที่จะมี E-Book ให้เราได้อ่านกันจนเพลิน แน่นอน ว่าจะต้องมีใครบางคน คอยทำหน้าที่แปลงหนังสือ เล่มโตให้กลายเป็นไฟล์ดิจิตอล เพื่อทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้เราได้อ่านกันก่อน
ดังนั้นจากความหมายที่กล่าวมา หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การนำหนังสือหนึ่งเล่มหรือหลาย ๆ เล่มมาออกแบบใหม่ให้อยู่ในรูปของ อิเล็กทรอนิกส์ สามารถนำเสนอข้อมูลได้ทั้งตัวอักษรหรือตัวเลข เรียกว่า ไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext) และถ้าหากข้อมูลนั้นรวมถึงภาพ เสียงและภาพเคลื่อนไหวจะเรียกว่า ไฮเปอร์มีเดีย (hypermedia) โดยการประสานเชื่อมโยงสัมพันธ์ของเนื้อหาที่อยู่ในแฟ้มเดียวกัน หรืออยู่คนละแฟ้ม เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้ สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพซึ่งผู้เรียนสามารถที่จะเลือกเรียนได้ตามความต้องการไม่จำกัดเวลาและสถานที่
ประโยชน์ของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เสาวลักษณ์ (2545) ได้รวบรวมคุณประโยชน์ที่หลากหลายของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ ดังนี้
1. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถย้อนกลับเพื่อทบทวนบทเรียนหากไม่เข้าใจและสามารถเลือกเรียน
ได้ตามเวลาสถานที่ที่ตนเองสะดวก
2. การตอบสนองที่รวดเร็วของคอมพิวเตอร์ที่ให้ทั้งสีสัน ภาพ และเสียงทำให้เกิดความตื่นเต้นและไม่เบื่อหน่าย
3. ช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีประสิทธิภาพในแง่ที่ลดเวลาลดค่าใช้จ่ายสนองความต้องการและความสามารถของบุคคล มีประสิทธิผลในแง่ทำให้ผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมาย
4. ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหัวข้อที่สนใจข้อใดก่อนก็ได้ และสามารถย้อนกลับไปกลับมาในเอกสารหรือกลับมาเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นใหม่ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
5. สามารถแสดงทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงได้พร้อมกัน หรือจะเลือก ให้แสดงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
6. การจัดเก็บข้อมูลสามารถจัดเก็บเป็นไฟล์แยกระหว่างตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง โดยใช้เท็กซ์ไฟล์เป็นศูนย์รวมแล้วเรียกมาใช้ร่วมกันได้โดยการเชื่อมโยงข้อมูลจากสื่อ
ต่างๆ ที่อยู่คนละที่เข้าด้วยกัน
7. สามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูลได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ทำให้สามารถปรับปรุงบทเรียนให้ทันสมัยกับเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี
8. ผู้เรียนสามารถค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันกับเรื่องที่กำลังศึกษา จากแฟ้มเอกสารอื่น ๆ
ที่เชื่อมโยงอยู่ได้อย่างไม่จำกัดจากทั่วโลก
9. เสริมสร้างให้ผู้เรียนเป็นผู้มีเหตุผล มีความคิดและมีทัศนะที่เป็น logical เพราะการโต้ตอบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้เรียนจะต้องทำอย่างมีขั้นตอน มีระเบียบ และมีเหตุผลพอสมควร เป็นการฝึกลักษณะนิสัยที่ดีให้กับผู้เรียน
10. ผู้เรียนสามารถบูรณาการการเรียน การสอนในวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างเกี่ยวเนื่องและมีความหมาย
11. ครูมีเวลาติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าของผู้เรียนแต่ละคนได้มากขึ้น
12. ครูมีเวลาศึกษาตำรา และพัฒนาความสามารถของตนเองได้มากขึ้น
13. ช่วยพัฒนาทางวิชาการ
โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เครื่องมือและระบบที่ใช้สร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาและออกแบบให้มีความสามารถและมีคุณสมบัติได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้ได้ตัดสินใจในการพิจารณาเลือกในสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุด ซึ่งมีทั้ง Hardware และ Software จากหลาย ๆ ผู้ผลิตเครื่องมือ บริษัท Adobe System ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเหล่านั้น ซึ่งถือว่ามีศักยภาพเป็นอย่างมากโดยจากผลงานที่ผ่านมา Adobe ก็ได้ผลิตเครื่องมือสำหรับ electronic publishing ในสองรูปแบบด้วยกันคือ ระบบ hypertext markup language (HTML) และ portable document format (PDF)
โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกว่าโปรแกรม Adobe Acrobat ซึ่งเป็นรูปแบบ PDF สามารถนำไฟล์ PDF ไปประยุกต์ใช้กับงานต่างๆ เช่น ใช้ในการผลิตหนังสือที่เปิดให้บริการบนอินเทอร์เน็ต หรือใช้พัฒนาเป็นโปรแกรมเพื่อการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและส่งผ่านทางเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต
โปรแกรม Adobe Acrobat
โปรแกรม Adobe Acrobat เป็นโปรแกรมหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ และนิยมใช้ทั่วไปอยู่ในปัจจุบัน ซึ่ง (ประสิทธ์, 2544) ได้กล่าวถึงโปรแกรม Adobe Acrobat ไว้ ดังต่อไปนี้
Adobe Acrobat เป็นซอฟท์แวร์ที่มีฐานอยู่บนภาษา postscript ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียกดูและจัดการเอกสารบนหน้าจอได้ด้วยอุปกรณ์พื้นฐานโดยทั่วไป เอกสารข้อมูลในลักษณะของ Adobe Acrobat สามารถสร้างได้จากโปรแกรมต่างๆ ในหลายๆ platforms และง่ายในการที่จะแปลงข้อมูลให้เป็นข้อมูลแบบไฟล์ PDF ในชุดโปรแกรม Adobe Acrobat สามารถทำงานครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการสร้าง ใช้ และเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ ชุดโปรแกรม Adobe Acrobat ประกอบด้วย
1. Adobe Acrobat หรือ Adobe Exchange เป็นโปรแกรมสำหรับการเรียกดูไฟล์ PDF และ
เป็นตัวที่จะใส่ความสามารถอื่นๆ เข้าไปในไฟล์ PDF เช่น การ link การใส่ bookmarks การใส่
ภาพเคลื่อนไหว และเสียงเป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถดัดแปลงแก้ไขไฟล์ PDF จากโปรแกรม
นี้ได้อีกด้วย
2. Acrobat Reader เป็นโปรแกรมสำหรับเรียกดูไฟล์ PDF ได้ทุกประเภท สามารถค้นหา
สิ่งพิมพ์ได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งใดๆ ในข้อมูล
3. Acrobat PDF Writer เป็นโปรแกรมที่ใช้แปลงไฟล์ธรรมดาทั่วไปให้เป็นแบบ PDF โดย
ทำหน้าที่ เป็นเสมือน printer driver ตัวหนึ่ง หากติดตั้งซอฟท์แวร์ตัวนี้ ผู้ใช้สามารถแปลงไฟล์จาก
โปรแกรมอื่นๆ เป็น PDF ได้ด้วยการสั่งพิมพ์ปกติ
4. Acrobat Distiller เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการแปลงไฟล์จากโปรแกรมอื่นๆ โดยผ่านภาษา
postscript มาเป็นไฟล์แบบ PDF โปรแกรม distiller จะมีความสามารถมากกว่าการแปลงโดยผ่าน
PDF Writer เช่น ในเรื่องข้อมูลสามารถที่จะเก็บรายละเอียดต่างๆ ของไฟล์ และกำหนดลักษณะของ
ไฟล์ที่ต้องการได้มากขึ้น แต่วิธีใช้จะมีขั้นตอนมากขึ้น
5. Acrobat Catalog เป็นโปรแกรมสำหรับการใส่สารบาญอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้การค้นหา
สิ่งต่างๆ ในไฟล์ PDF เป็นไปอย่างรวดเร็วหลังจากการเพิ่ม index เข้าไปสู่ไฟล์แล้ว การค้นหาก็จะ
ทำผ่าน Acrobat Search
6. Acrobat Search เป็นโปรแกรมที่ใช้ค้นหาชนิด full text ที่ผ่านการกำหนดโดย Acrobat
Catalog มาแล้ว Acrobat Search จะเป็นโปรแกรมชนิด plug-in ที่ทำงานร่วมกับ Acrobat Reader
และ Acrobat Exchange
7. Acrobat Capture เป็นโปรแกรมที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับประเภท OCR ซึ่งสแกน
ข้อมูลเข้ามาแล้ว ไฟล์ที่ได้ก็จะเป็นรูปของ PDF นำไปใช้งานได้ หรือสามารถแปลงไฟล์เป็นรูปแบบ
อื่นๆ เช่น ASCII MS-Word เป็นต้น
อยากเป็นสมาชิก