บทบาทใหม่ ของ HR ในยุค New Economy
"ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะมีความสำคัญอย่างมากในองค์กร ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่หาคนฝึกอบรม รักษาคนเท่านั้น แต่บทบาทที่สำคัญคือฝ่ายบุคคลต้องมีส่วนในการสร้าง/กำหนดกลยุทธ์ สร้างจิตวิญญาณ สร้างวัฒนธรรมให้กับองค์กรให้สามารถยืนหยัดต่อสู้แข่งขันได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าบทบาทของฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ทำให้วิธีการทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป HR จะต้องมีงานที่ท้าทาย และมีความสำคัญต่อองค์กรอย่างยิ่ง"
แนวโน้มบริษัทที่ทันสมัยทั่วโลกกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น แม้กระทั่งประเทศไทย และเวลานี้หลายแห่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปขนานใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ Sorfware,Computer ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ HR Module,Financial Module,Margeting Moduleหรือ Customer Moduleแต่ละ Module เปรียบเสมือนเสาบ้าน ส่วนตัวบ้านเปรียบเสมือนเป็น Data Warehouse หรือเป็นคลังข้อมูลใหญ่ของบริษัท ข้อมูลด้านต่างๆทั้ง HR ,บัญชี,การเงิน,การตลาด,ลูกค้าจะถูกเก็บไว้ในData Warehouse และData Warehouse จะถูกแบ่งเป็นห้องต่างๆ เราสามารถที่จะดึงเอาข้อมูลในData Warehouse มาทำ Balanced Scorecardให้ Top Managementหรือฝ่ายต่างๆในองค์กรดู หรือทำเป็นห้องเก็บความรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือเรียกว่าเป็นKnowledge Management ให้พนักงานไว้ศึกษาค้นคว้าก็ได้ โดยผ่านPortal Web ที่พนักงานแต่ละคน สามารถเข้าไปถึงและใช้ข้อมูลได้ ซึ่งทำเป็นโครงข่ายข้อมูลข่าวสาร
ต่อไปในอนาคตเมื่อรับพนักงานใหม่เข้ามา พนักงานใหม่ผู้นั้นอาจจะได้รับแจกคอมพิวเตอร์ Notebook เครื่องหนึ่ง พนักงานก็สามารถจัดการปฐมนิเทศได้ด้วยตัวเอง โดยเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้ากับแหล่งข้อมูลของบริษัท ไม่ต้องมารอว่าเมื่อไหร่ฝ่ายบุคคลจะมาจัดปฐมนิเทศ ซึ่งต้องรอเป็นรุ่นๆ พร้อมๆ กัน กว่าจะได้จัดบางคนทำงานไปแล้ว 6 เดือน ทำให้รับทราบข้อมูลของบริษัทที่ไม่ดีไปมากแล้ว ส่วนข้อมูลดีๆก็ยังไม่มีใครมาบอก แต่ถ้าทำอย่างที่กล่าวไปแล้ว ต่อไปพนักงานอาจจะสามารถปฐมนิเทศตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน ศึกษาสิ่งที่เขาต้องการทราบ ศึกษาหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวองได้ ใครเป็นผู้บังคับบัญชา ตัวพนักงานจะต้องทำอะไร ขึ้นอยู่กับใคร ได้ด้วยตัวเองในระบบ E-Learning ติดขัดอะไรก็เข้าไปในระบบ Knowledge Management สามารถหาความรู้จากศูนย์ความรู้ที่รวบรวมไว้ในระบบ computer สามารถที่จะพูดคุยกันกับผู้บังคับบัญชาในระดับต่างๆด้วย Internet เวลาพนักงานทำงานแต่ละคนทำงานได้ตามเป้าหมายหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายต่างๆเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ผู้บริหารระดับสูงสามารถที่จะทราบข้อมูลต่างๆได้ แม้กระทั่งตัวพนักงานเองสามารถที่จะบริการตัวเองได้โดยผ่าน Portal Web ของบริษัท พนักงานสมารถส่งใบลา เบิกค่าใช้จ่ายค่าล่วงเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยงได้ด้วยตัวเองจะเห็นได้ชัดว่างานบุคคลที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ HR คอยติดตามดูแลกรอกแบบฟอร์ม คอยดำเนินการเอกสารใบลา ใบเบิกต่างๆ ต่อไปในอนาคตก็จะมี คอมพิวเตอร์ Software จัดการหมด ทำให้ใช้พนักงานน้อยลง การบริหารงานบุคคลก็จะรวมศูนย์อยู่ที่สำนักงานใหญ่แห่งเดียวก็ได้ เจ้าหน้าที่บุคคลก็ต้องเปลี่ยนบทบาท
สิ่งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันในอนาคต คือ ต้องเน้นในเรื่องยุทธศาสตร์ต้องมีกลยุทธ์และต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ทั้งเป้าหมาย ระยะสั้นและระยะยาว คำนึงถึงทิศทางในการต่อสู้แข่งขัน เช่น เป้าหมายระยะสั้นที่ทำกันปีต่อปี สำหรับเป้าหมายระยะยาวก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนาองค์กร การสร้างความเข้มแข็งให้เราสามารถยืนหยัดต่อสู้ต่อไปในอนาคต ทำให้เราสามารถขยายธุรกิจที่จะรองรับโอกาสใหม่
HR ต้องสร้างจิตวิญญาณให้กับองค์กร
ฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบทบาทในอนาคต เพราะคนเป็นแกนหลักสำคัญของธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป บทบาทของฝ่ายบุคคลหรือทรัพยากรมนุษย์ต้องทำหน้าเหมือนกับเป็นหุ้นส่วนขององค์กร(Strategic partner) ในการที่จะสร้าง/พัฒนาองค์กรให้องค์กรมีความสามารถแข่งขันได้ในยุคใหม่ ถึงแม้ว่าการที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาแทนที่การทำงานแล้วจะทำให้ฝ่ายบุคคลหมดความสำคัญไปแต่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลกลับมีบทบาทที่เข้มข้น เข้มแข็ง มากขึ้นกว่าเดิมแต่เดิมที่ทำงานประจำวันหรือทำในส่วนของการเป็นที่ปรึกษา แต่ฝ่ายบุคคลกลับจะต้องออกมาเคียงบ่าเคียงไหล่กับสายการผลิต ในบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ฝ่ายทรัพยากรบุคคลไม่ใช่จะมีหน้าที่เพียงสรรหาคน พัฒนาคน หรือรักษาคนเท่านั้น แต่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลในอนาคต ยังต้องทำงานที่ปลุกจิตวิญญาณให้กับองค์กรให้ตื่น และมีชีวิตจิตใจ องค์กรจึงจะสามารถเคลื่อนไหวต่อสู้แข่งขันได้ องค์กรที่ดีต้องเป็นองค์กรที่มีจิตวิญญาณ มนุษย์เราจะเป็นคนดีที่อยู่ในสังคมได้ เป็นคนดีมีการงานทำสำเร็จได้ต้องมีจิตใจที่ดีมีความเพียบพร้อมสมบูรณ์ สมัยนี้มี IQ อย่างเดียวไม่พอต้องมี EQ ด้วย องค์กรที่มีจิตวิญญาณต้องรู้สึกร้อน รู้หนาวเหมือนคน มีทัศนคติ หรือสไตล์ที่สอดคล้องไปในทางเดียวกัน ฝ่ายบุคคลจึงต้องประสานใจของพนักงานให้รวมกัน ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน องค์กรจะต้องมีวัฒนธรรมองค์กรเป็นของตัวเอง
โดยปกติองค์กรที่มีอายุยาวนานก็มักจะมีประเพณีปฏิบัติในองค์กร มีความเคยชินในการดำเนินงาน บางองค์กรก็มีความรักสามัคคีมีความเสียสละมีความทุ่มเท มีสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นมาในประเพณีในการปฏิบัติงาน แต่บางครั้งระยะเวลาผ่านไปนานก็สั่งสมทั้งของดีและของไม่ดีตามมาด้วย เช่น การสร้างอาณาจักร แบ่งพรรคแบ่งพวก สิ่งเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมที่แต่ละองค์กรค่อยๆพัฒนาขึ้นมา ในฐานะที่เป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคล เราคงจะต้องมาเลือกใช้วัฒนธรรมที่ดีเอามาเป็นประโยชน์ในการจัดการ เอามาเป็นเครื่องมือในการบริหารงานในการดำเนินงาน วัฒนธรรมองค์กรที่ดีก็จะเป็นกรอบให้พนักงานปฏิบัติได้ในทิศทางเดียวกันตามยุทธศาสตร์ที่ทางธุรกิจได้กำหนดวางไว้เป็นทิศทางเดียวกัน
วัฒนธรรมสามารถปลูกฝังได้ ถ้าเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นใหม่มีอายุไม่มากยิ่งทำได้ง่ายกว่า องค์กรที่เกิดมานาน วัฒนธรรมองค์กรเกิดขึ้นมาโดย 2 หนทาง คือ
1. เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติเมื่อองค์กรมีอายุมากขึ้นก็สั่งสมสิ่งต่างๆ เข้ามา
2. ทำให้เกิดขึ้นโดยจงใจ ถ้าเราต้องการให้วัฒนธรรมองค์กรสอดคล้องกับคุณลักษณะของธุรกิจอย่างไรเราก็กำหนดและสร้างให้มันเป็นอย่างนั้นได้
วัฒนธรรมกับภาพลักษณ์ขององค์กรนั้นมีความเชื่อมโยงกัน เรามักจะมองเห็นวัฒนธรรมขององค์กรได้โดยมองจากภาพลักษณ์ของบริษัท และภาพลักษณ์ของบริษัทเป็นสิ่งสำคัญที่ฝ่ายบริหารจะต้องให้ความสำคัญ ถ้าฝ่ายบริหารต้องการให้คนข้างนอกเห็นว่าภาพลักษณ์เป็นอย่างไร แต่ในความเป็นจริงเป็นภาพที่ลวงตาจริงตัวเองไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพียงแต่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนข้างนอกเห็น ซึ่งเป็นภาพลวง ไม่มีความคงทน แต่ถ้าเราต้องการให้ภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นอย่างไร เราต้องทำอย่างนั้นจริงๆ และคงต้องทำให้สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจของเรา
การสร้างวัฒนธรรมในองค์กรจะต้องเกิดจากปฏิบัติ
จะเห็นว่าในธุรกิจประเภทต่างๆก็มีภาพลักษณ์แตกต่างกันมีวิธีการที่แตกต่างกัน เช่น บริษัทโฆษณาหรือ Agency มีความเป็น Dynamic มีความเป็นนวัตกรรม Innovative ต้องการภาพลักษณ์ที่มีความเป็นอิสระ หรือบริษัทที่ผลิตสินค้า ก็ต้องการให้ภาพลักษณ์มีความซื่อตรง บริษัทที่อยู่ในวงการสื่อสารโทรคมนาคมก็ต้องการภาพลักษณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย และสิ่งที่สำคัญในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการเราต้องการขายบริการมากกว่าขายโทรศัพท์ ภาพลักษณ์ในด้านการบริการจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ดังนั้นเมือภาพลักษณ์จะเป็นอย่างไรเราต้องให้พนักงานของบริษัททุกระดับมีความเข้าใจตามนั้นและต้องสร้างสไตล์การทำงานให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการ ถ้าเป็นองค์กรที่มีอายุนานอาจสร้างวัฒนธรรมใหม่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าเป็นองค์กรใหม่ก็มาตั้งเป้าหมาย ออกแบบว่าเราต้องการวัฒนธรรมอย่างไร จากนั้นก็พยายามสร้างวัฒนธรรมในองค์กร
ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในองค์กรที่จะช่วยให้องค์กรมีการพัฒนา ซึ่งไม่เพียงแต่ทำหน้าที่หาคนฝึกอบรม รักษาคนเท่านั้น แต่บทบาทที่สำคัญคือฝ่ายบุคคลต้องมีส่วน ในการสร้าง/กำหนดกลยุทธ์สร้างจิตวิญญาณ สร้างวัฒนธรรมให้กับองค์กร ให้สามารถยืนหยัดต่อสู้แข่งขันได้ดังนั้นถึงแม้ว่าบทบาทของฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ วิธีการทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป HR จะต้องมีงานที่ท้าทาย มีบทบาทที่จะต้องทำเป็นบทบาทที่มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างยิ่ง
ในการทำงานจะต้องเปลี่ยนแปลงแผนกลยุทธ์จะต้องมีทั้งกลยุทธ์ระยะสั้นและระยะยาว ผู้บริหารต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ทำงานอย่างมีระบบและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มีการสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นมาภายในองค์กรว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากแต่ต้องหาทั้งโอกาสและช่องทางเพื่อการตัดสินใจ และควรมีการทำแผนรองรับมากกว่า 1 แผน ตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่แตกต่างกัน(Scenario Planning) หลายๆแผนซึ่งแต่ละแผนมีข้อสมมุติฐานที่ไม่เหมือนกัน มีการใช้กลยุทธ์ใหม่ๆทางธุรกิจ เพื่อทำให้พนักงานและลูกค้ารวมทั้งฝ่าย HR เอง ก้าวไปสู่แถวหน้าซึ่งองค์กรในประเทศไทยหลายๆ องค์กรมักขาดสิ่งเหล่านี้ บางองค์กรมีแผนกลยุทธ์เพียงแผนเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วการสื่อสารที่ชัดเจนและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นสิ่งจำเป็นของแต่ละองค์กร ไม่ใช่หลายฝ่ายต่างพูด สร้างความสับสนให้พนักงาน
อันดับต่อไปที่จะต้องทำ คือ การประเมินองค์กรของตนเองว่ามีความสามารถอยู่ในระดับใด มีจุดแข็งและจุดอ่อนที่ใดบ้าง มีการกำหนด Benchmark หรือเกณฑ์ในการวัดความก้าวหน้าขึ้นใหม่ และพยายามตัดรายจ่ายในจุดที่ไม่จำเป็นให้ลดลง เพื่อให้มีเงินทุนเพิ่มมากขึ้น การลงทุนต้องเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย เลือกลงทุนกับลูกค้าที่มีค่า หาสิ่งของราคาถูกมาใช้ รวมทั้งนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามามีส่วนช่วย
จากการอ่านบทความข้างต้นบทบาทของ HR ต้องมีการเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ทั้งระยะสั้นระยะยาว เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพของเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะต้องเพิ่มความเชี่ยวชาญในการทำงาน มีการเตรียมความพร้อมในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ชัดเจนและอย่างทั่วถึง ความมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง เพราะ HR มีส่วนสำคัญมากในการที่จะสร้าง/พัฒนาองค์กรให้องค์กรมีความสามารถแข่งขันได้ในยุคใหม่นี้ได้ ดังนั้นฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงมีความสำคัญอย่างมากในองค์กร ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่หาคนฝึกอบรม รักษาคนเท่านั้น แต่บทบาทที่สำคัญคือต้องมีส่วนในการสร้าง/กำหนดกลยุทธ์ สร้างจิตวิญญาณ สร้างวัฒนธรรมให้กับองค์กรให้สามารถยืนหยัดต่อสู้แข่งขันได้ในอนาคต
ที่มา : โดย ทายาท ศรีปลั่ง
ถ้าในโรงเรียนงานทั้ง 4 ฝ่ายก็ถือว่ามีความสำคัญเท่ากันหมด เพราะจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้จริงใหมคะ ครูนวยเองค่ะ
สวัสดีค่ะน้องจิ๊บวันนี้มีบทความดี ๆ ให้อ่านอีกแล้วขอบคุณนะค่ะ
น้องจิ๊บลงบทความได้เยอะเลยนะ
มาเยี่ยมชมผลงาน สมบูรณ์แล้วครับมีบทสรุปด้วย
ปล. พิมพ์ผิดนิดนึง คำว่าที่มา ..พิมพ์เป็นที่ทา..
ยินดีที่รู้จักครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมผลงาน
วัฒนธรรมองค์กรเกิดจากการปฏิบัติมายาวนาน แต่บางครั้งก็ไม่ถูกต้องในปัจจุบัน ในฐานะส่วนหนึ่งขององค์กรหนึ่งบางครั้งไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ปฏิบัติตามกันมานั้นเพื่อประโยชน์อะไร
บทความน่าสนใจ ได้รับความรู้มากจัง ขอบคุณมาก
สิ่งที่ปฎิบัติมาช้านานและมีความดีงามโดยฝีมือมนุษย์ ถือว่าเป็น...วัฒนธรรม
แวะมาอ่านบทความอีกรอบ พี่สมัครอีเมลใหม่แล้วใช้ได้ [email protected] ทดลองใช้ได้แล้วครับ
แวะมาหาความรู้จ้ะ บทความดีจังถูกใจมากเลย อย่างนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย
พี่แวะมาเยี่ยมชมผลงานหาความรู้ก่อนสอบปลายภาคเรียนค่ะ ขอบคุณที่ให้ความรู้