การป้องกันไข้หวัดใหญ่ เข้าใจตนเองก่อนที่จะเข้าใจผู้อื่น

หายไปกับการรณรงค์..การป้องกันไข้หวัดใหญ่..สายพันธ์ใหม่ 2009 ที่สุดแสนโกลาหล..ก็อ้อนแอ้นทำงานที่โรงพยาบาลนี่คะ..นาทีนี้..ไม่มีอะไร HOT เท่าโรคไข้หวัดใหญ่ที่เคยดูธรรมดาแสนธรรมดา ในสายตาคนไทย..มาวันนี้มาโฉมใหม่..และเก๋ไก๋กว่าเก่า..ฉลาดกว่าเดิม..เพิ่มความพิเศษคือติดง่าย..คนสู่คน..และผลคือลงปอดแล้ว..มีปัญหา..เฮ้อๆๆๆโดยเฉพาะ คนภูมิต้านทานต่ำ...เหมือนเคราะห์ช้ำ..กรรมชัด..แก้ไม่ทันก็ถึงแก่..ชีวิต...

ก็ทราบอยู่นะ..ว่าบ่นลงบล๊อกน่ะไม่ดี..ทำไงได้หละคะ..ในนาทีที่รอบตัวมีแต่ไวรัส..หลากหลายสายพันธุ์ การป้องกันคงต้องเข้มข้น..ล้างมือแบบถูกวิธี 7 ขั้นตอน เรียกได้ว่าทุกซอกมุมของมือเรา..ตามด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือแบบไม่ต้องล้างน้ำ..ใช้หน้ากากอนามัย..ไม่คุยใกล้คน มากกว่า 1 เมตร งดจับมือทักทาย..ออกกำลังกายเพิ่มภูมิต้านทาน..รับประทานอาหารครบหมู่..ดูให้ดีๆหากมีไข้สูง เกิน 2 วัน รีบหาหมอ..อย่ารอจนหอบ..เพราะถ้าให้รอบคอบต้องได้ยาทามิฟูลภายใน 2 วัน..แบบนี้รอดค่ะ..พี่น้อง..

กลับมาที่ชีวิตนิสิตของอ้อนแอ้น ..ตอนนี้นาทีวัดใจกับวิทยานิพนธ์ ความมุ่งมั่น..ไม่ลบเลือนไปแน่นอนแม้จะเหน็ดเหนื่อย..อย่างแรง...แต่ที่ขึ้นชื่อไว้ว่า " กับความไม่คุ้นชิน" คือขอเล่าย้อนไป..ตอนที่เข้าวงการพัฒนาสังคมใหม่ๆ..ขอบอกว่า นี่คือขั้วตรงข้ามกับความคิด..เด็กวิทย์อย่างเรา..เช่น..เราเชื่อว่าเราน่าจะจัดกระทำอะไรบางอย่างกับกลุ่มคนที่(เข้าใจว่า) มีปัญหา เช่นติดเกมส์..ติดเน็ต..และมันควรจะมีความตรงไปตรงมา..นะกับเด็กเกเร..อย่างน้องแว๊น..น้องสก๊อย..ความหมายเกเร..ก็คือเกเร..ดื้อ..นิสัยไม่ดี..หลากหลายด้านลบค่ะ..แต่ความหมายตามการพัฒนาไม่ใช่แค่นั้น..ต้องศึกษาให้เข้าใจทั้งบริบทของเด็กคนนั้น..เรามีหน้าที่เข้าใจความเป็นไปของสังคมและ..คิดหาหนทางการพัฒนาที่ท้าทาย...มองบวก..และสร้างสรรค์...ไม่ฉาบฉวยอีกต่อไป..

แน่นอนหละค่ะ...ต้องรีบวางพื้นความเข้าใจในตนเองเป็นการใหญ่..ก่อนที่จะเข้าใจผู้อื่น..อ้อนแอ้น เน้นพัฒนาความรู้สึกค่ะ ในพระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับความรู้สึกเป็นอันดับหนึ่ง คำสอนส่วนใหญ่เน้นที่จะอธิบายแยกแยะความรู้สึกชนิดต่างๆที่ผุดขึ้นมาในใจเรา ทั้งเวทนา ตัณหา อุปาทาน รัก โลภ โกรธ หลงอ่านในท๊อปซีเคร็ต2 มา...คุณหมอสม สุจีรา เขียนไว้ชอบตรงที่บอกว่าคนเรามีกุญแจดอกสำคัญ ก็คือสติ เราต้องรู้จักที่จะฝึกสติเพื่อจับความรู้สึกเราให้ได้..หากทำได้เมื่อมีความรู้สึกลบในเรื่องใดเราจับสติแล้วเราจะสามารถควบคุมได้...ปรับเปลี่ยนมาเป็นบวกได้ค่ะ..ที่สำคัญความรู้สึกเป็นตัวกำหนดความคิด..ความรู้สึกมีอิทธิพลมากกว่าความคิด..หากเราใช้สติจับความรู้สึกได้...เราก็สามารถควบคุมความคิดได้ค่ะ..

แม้ว่าการสั่งสมความเข้าใจ..และเรียนรู้ที่จะเป็นนักการศึกษาและการพัฒนาสังคม..อาจยังน้อยนิด..แต่คนเราเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้วนี่คะ...อ้อนก็จะเรียนรู้ต่อไป...