ผู้บริหารทุกคนควรให้ความสำคัญต่อบรรยากาศขององค์การ เพราะบรรยากาศองค์การจะช่วยให้นักบริหาร วางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น

ความสำคัญของบรรยากาศองค์การ

 

บรรยากาศองค์การ  เป็นตัวแปรที่สำคัญในการศึกษาองค์การของมนุษย์  เป็นสิ่งเชื่อมโยงระหว่างลักษณะที่มองเห็นได้ขององค์การ เช่น โครงสร้างกฎเกณฑ์  แบบความเป็นผู้นำและขวัญกับพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงาน  เป็นต้น   บรรยากาศองค์การจะเป็นความรู้สึกของการปฏิบัติงานต่อลักษณะที่มองเห็นได้ขององค์การ จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดพฤติกรรม ต่อทัศนคติของผู้ปฏิบัติงาน ( Litwin and Stringer, 2002,p65; Steers and Porter,1983,p.365 )

 

นอกจากบรรยากาศองค์การจะมีส่วนในการกำหนดพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงานในองค์การแล้ว บราวน์  และโมเบิอร์ก ( Brown and Moberg, 1980,p. 420 ) ให้ความเห็นว่าบรรยากาศองค์การยังมีส่วนในการวางรูปแบบความคาดหวัง ของสมาชิกในองค์การต่อ        องค์ประกอบต่าง ๆ ขององค์การซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีทัศนคติ  ที่ดีต่อองค์การ และความพอใจที่จะอยู่ในองค์การ  ดังนั้นหากต้องการ      ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาองค์กรแล้ว สิ่งทีนักพัฒนาองค์การจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงก่อนอื่นคือ  บรรยากาศองค์การ  เพราะบรรยากาศองค์การได้รับการสั่งสมมาจากความเป็นมาของวัฒนธรรมและกลยุทธ์ขององค์การตั้งแต่อดีต  แนวความคิดของ บราวน์และ      โมเบิร์ก สอดคล้องกับแนวความคิดของเฮลริเจล และสโลคัม ( Hellrigele and Slocum, 1974,p. 430) ที่มีความเห็นว่า ผู้บริหาร     ทุกคนควรให้ความสำคัญต่อบรรยากาศขององค์การ  เพราะบรรยากาศองค์การจะช่วยให้นักบริหาร วางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น      นอกจากนี้จะเป็นการเสนอหรือสนองบรรยากาศที่สร้างเสริมความพึงพอใจ ของผู้ปฏิบัติงานแล้ว  จะช่วยให้องค์การมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วจะบรรลุเป้าหมายขององค์การได้เร็วขึ้น

 

บรรยากาศองค์การยังมีความสำคัญต่อผู้บริหารและบุคคลอื่น ๆ  3  ประการคือ

1.  บรรยากาศบางอย่างทำให้ผลการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะดีกว่า บรรยากาศอื่น ๆ ดังการศึกษาของนิวแวล    (Newell,1978,p. 19) ที่พบว่าบรรยากาศแบบปิด ซึ่งผู้บริหารไม่คำนึงถึงความต้องการของผู้ปฏิบัติงาน  จะบริหารโดยใช้      

กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ทำให้สมาชิกในกลุ่ม  มีความพึงพอใจในงานที่ได้รับมอบหมายมาก

2.    ผู้บริหารองค์การที่อิทธิพลต่อบรรยากาศภายในองค์การ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนกภายในองค์การ ดังนี้ ดูบริน ( Dubrin ,1973,p. 334-340) ได้สรุปไว้ว่าปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อบรรยากาศองค์การ คือแบบความเป็นผู้นำ  ทัศนคติและวิธีการของการเป็น  ผู้บริหารที่ใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชามีผลกระทบต่อบรรยากาศองค์การ  โดยเฉพาะแบบของความเป็นผู้นำของผู้บริหารระดับสูงขององค์การและ ระดับรองลงมาที่มีความเข้าใจว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการปฏิบัติ

3.        ความเหมาะสมระหว่างบุคคลและองค์การ มีความสำคัญต่อการกำหนดผลการปฏิบัติงานและความพึงพอใจของบุคคลหนึ่งภายในองค์การมาก  สเตียร์ และพอร์เทอร์ ( Steers and Porter,1983,p 317) ได้สรุปผลการศึกษาของลิทวินและสติงเกอร์ ที่พบว่าองค์การที่มีบรรยากาศในการบริหารแบบใช้อำนาจคือ อำนาจในการตัดสินใจอยู่กับส่วนกลาง  บุคลากรในองค์การต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างงเคร่งครัด บรรยากาศแบบนี้จะทำให้ผลผลิตต่ำ  บุคลากรในองค์การมีความรู้สึกไม่พึงพอใจในงาน  ไม่เกิดความคิด   ริเริ่ม  และมีทัศนคติที่ไม่พึงประสงค์ต่อกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน  องค์การที่มีบรรยากาศร่วมประสานสัมพันธ์ และเน้นความสัมพันธ์ที่ดี  ต่อกันในหมู่สมาชิกองค์การ  จะมีผลทำให้บุคลากรในองค์การเกิดความพึงพอใจในงาน  มีทัศคติที่ดีต่อบุคลากรในองค์การ         เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  แต่ผลงานยังอยู่ในระดับต่ำ และในองค์การที่มีบรรยากาศในองค์การแบบนี้ จึงมีผลทำให้บุคลากรขององค์การเกิดความพึงพอใจในงาน ทำให้บรรลุผลสำเร็จ  นอกจากนั้น สเตียร์ และพอร์เทอร์ ยังได้กล่าวอ้างถึงแนวคิดของนักวิชาการอีกหลายคนที่กล่าวว่า บรรยากาศองค์การ มุ่งเน้นคนซึ่งประกอบด้วย การติดต่อสื่อสารชนิดเปิด  การให้ความสนับสนุนร่วมกันและกระจายอำนาจการตัดสินใจ นำไปสู่การปฏิบัติงานที่ดีของบุคลากร  ลดการออกจากงาน  ลดต้นทุนการผลิต  และลดเวลาในการ    ฝึกอบรม

 

             จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น  ผู้อ่านบทความนี้ มีความคิดเห็นว่าได้ว่านอกจากบรรยากาศองค์การจะมีความสำคัญด้านการบริหาร

จัดการ  ทั้งต่อผู้บริหารและบุคคลอื่น ๆ ในองค์การเป็นอย่างมากแล้ว  ยังมีผลต่อการจูงใจในการปฏิบัติงานและความพึงพอใจในงานที่ได้รับมอบหมายด้วย    หากองค์การใดคำนึงถึงความสำคัญในเรื่องนี้  แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการที่มีการปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัยแบบผสมผสานกลมกลืนตลอดเวลา  ก็จะทำให้องค์การนั้นมีความยืดหยุ่น ทำให้เกิดผลดีต่อผู้ปฏิบัติงานกับผู้บริหารที่ทำงานร่วมกัน โดยต่างฝ่ายต่างรู้ถึงความต้องการ และความพึงพอใจต่อกัน  ท้ายสุดย่อมทำให้เป้าหมายขององค์การสัมฤทธิ์ผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ