กาพย์ดีกลอนเด่น เป็นอย่างไร ลองสัมผัสดูซิคะ

ลานเพลิน  ของคนกวี

 

พี่น้องที่รักทุกท่านคะ  ดิฉันได้มีโอกาส สัมผัสคนที่ชอบเขียนกลอน ที่เพราะๆแต่เผอิญว่าเป็นกาพย์  ดิฉันอ่านแล้ว  ดิฉันได้เอากาพย์  ของท่านสิงหา  สัตยานนท์  ประพันธ์ดึง  ลงมาที่นี่  เพื่อจะให้พี่น้องทุกท่านได้รู้ว่าการประพันธ์ต่างๆนั้น  คนที่มีอารมณ์สุนทรี  ก็สามารถ สร้างความรู้สึกซึ้งออกมาเป็นกาพย์กลอนที่แสนไพเราะได้

 

ดิฉันจึงขออนุญาต  ดึงกลอนที่ไพเราะนี้  มาให้ท่านที่ผ่านไปผ่านมา ได้มีโอกาส สัมผัสบ้าง  ซึ่งคนที่ชอบ ก็ชอบไป สามารถมาแต่งเติม หรือเข้าไปเยี่ยม ท่านสิงหา สัตยานนท์ได้  แต่ลึกลับนะคะ จะได้อ่านกลอน ต้องตามไปอีกหลายบล็อค แล้วแต่ท่านสิงหา จะเข้ามาเยี่ยมคะ   และกลอนช้างล่างนี้ดึงมาคะ

 

ต้องขออนุญาต ท่านสิงหา กวีจร  ที่ดึงมา ให้คนอื่นได้สัมผัสด้วยนะคะ

 

P

กวีจร
อีเมลติดต่อ

มีต่อ »

 

home / blog / sing11 / 275246

อ่าน: 90

เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก

แบกสัมภาระบทกวี สะพายย่ามเพลงชีวี ดีดสีตีเป่าผ่ะผิวปาก

   เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก 

                                                

สายลมไล้รูปจูบใบ  ความรักพูดว่าดอกไม้  

 ให้บอกแทนการคิดถึง

ผีเสื้อขยับปีกตะบึง
  เดินทางตามเสียงซอซึง   

 ที่หนึ่ง ที่นั้น ตรงนี้

แบกสัมภาระบทกวี
 สะพายย่ามเพลงชีวี  

  ดีดสีตีเป่าผ่ะผิวปาก

ความสุขบรรยายเป็นฉากฉาก
  ดวงใจแตกยอดต่อราก

ฟากฟ้าทะเลสิงขร

ป่านนี้เธอคงยังมินอน
  นั่งดูคู่รักบทละคร 

  สัญจรมาหาถึงกัน

เดินทางครั้งนี้เดิมพัน
 โบยบินชีวิตอัศจรรย์  

คนธรรพ์สักขีพยาน      

โลกนี้ล้วนเพียงคำหวาน
  ทะเลกลายเป็นน้ำตาล

วิมานของใคร ของเรา

ลบความทรงจำครั้งเก่า ลิ้มรสเจ็บปวดนานเนา

หายเศร้าหายแค้น ปลิดทิ้ง


บินเหนือลำน้ำแม่ปิง

  กระท่อมใบไม้แอบอิง

 หิ่งห้อยระยิบระยับพราย

หลงยิ้มในใจมากมาย
 ในกระท่อมคงมีผู้ชายใยจะร้าง

หญิงงามเคียงพะนอ

ผี้เสื้อแอบเคริ้มแจจอ
  ดวงจิตมิได้จดจ่อ ล้อลม

ใจลอย มาถึงเธอ

คำแรกเมื่อต้องตาเจอ
  พูดยากกว่าคำพร่ำเพ้อ 

 รักเธอ หน้าแดง เขินอาย

อย่าทิ้งกันนะเดียวดาย
  จับมือสานสร้างความหมาย

เรื่องร้ายจักกลายเป็นดี

เรียนรู้จากความกาลี
  คู่ร้างประวัติศาตร์ที่มี 

 บัดนี้บทเรียนเล่มใหม่

เขียนจาก ตำรา หัวใจ
  มหากาพย์สายใย 

 จุดไฟความรักโชติช่วง

ไม่มีแล้วความหลอกลวง เพราะเธอเป็นมากกว่าคู่ควง

 เป็นดวงชะตาแห่งรัก


สิงหา สัตยนนท์ ประพันธ์
ยามเย็น ๖.๓๐ น. อ.สะเมิง

ตอนนี้ดิฉันได้อ่านกาพย์ของท่านสิงหาแล้ว  จึงพยายามจับบทความ แล้วลอกออกมาเป็นกลอน แปด  ที่ดิฉันพอจะแปลความรู้สึกของกาพย์   คนที่ไม่เคยเขียนกาพย์ อาจะไม่รู้ว่า กาพย์เป็นแบบข้างบน  นั่นแหละ    แต่ถ้ากลอนแปด   พอจะแปลได้ว่า

ตอนนี้แปลกาพย์เป็นกลอนเสียก่อน ข้างบนกาพย์ ข้างล่างกลอน

ข้างบนกาพย์ คุณสิงหา  ข้างล่างกลอน สุเอง  ตอบกัน

มันจะคล้ายๆกัน  สุก็เอาคำข้างบนของคุณสิงหามาแต่งกลอน

กาพย์  กลอนทั้งสองความหมายเดียวกัน

แต่เขียนแต่งต่างกัน  คนไม่รู้ซึ้ง  จะงง  งวย  นิดหน่อย 

ว่า  สองคนทำอะไรกัน คงจะไม่ถึงกับเข้าใจอยู่แค่  สองคน นะคะ

ดูลีลาการแต่งกาพย์กลอน  ซะหน่อยคะ แล้วจะรู้ว่า  ซาบซึ้งคะ

 

 

P

                   12. สุ-มหาวิทยาลัยชีวิต ที่ไม่มีวันปิดทำการ
เมื่อ อา. 12 ก.ค. 2552 @ 22:25
1406060 [ลบ] [แจ้งลบ]

       เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก

 

ชีวิตหนึ่ง เดินทางมา อย่างว่างเปล่า   ทุกข์ปนเศร้า  รุมล้อม ทุกหย่อมย่าน

แม้รอยยิ้ม  ฝืดฝืน หมดชื่นบาน       ทิ้งความหลัง ที่ร้าวราน มานานปี

 

อยากจะ เดินตามล่า หารักยิ่ง        ชีวิตจริง ของคน  บนวิถี

ทั้งทุกข์สุข   นานา  ประดามี         ซึ่งบ่งชี้   ให้เห็น   ความเป็นไป

 

สายลม  ผีเสื้อ ดอกไม้  แทนคิดถึง    ด้วยสุดซึ้ง   เสียงซึงซอ พอใจหาย

ผะผิวปาก  ความคะนึง มิเสื่อมคลาย  ใจสลาย เป็นฉากฉาก ฟากทะเล

 

ลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองฟ้ากว้าง    ดูเวิ้งว้าง ห่างไกล ใจหักเห

ข้ามสิงขร หนักหนา ใจรวนเร     ใจพังเพ  ท้อถอย อยากหยุดเดิน

 

ขณะที่อ่อนล้า  คราโศกทุกข์       เสี้ยวความสุข  มีให้  ใช่ห่างเหิน

เพียงยิ้มสู้  รู้สร้าง หนทางเดิน     มิไกลเกิน  ความฝัน  ถ้าหมั่นเพียร

 

จะตามล่า  หารัก ให้ใจจบ  -----------------------

 ที่ให้ต่อให้จบ  ก็เพราะการจบจะให้สมหวัง หรือผิดหวัง ก็แต่งต่อไป  แล้วแต่อยาก ------

   ช่วงนี้ ให้คุณกวีจรต่อให้จบด้วย เพราะคิดไม่ออกแล้ว แล้วจะมาดูรอยต่อนะคะ เขียนกาพย์ไม่เก่ง  แต่กลอนแปดอย่างนี้พอสู้ไหว คะ

 

และแล้ว ท่านสิงหาก็ต่อกลอนของดิฉันดังนี้คะ  ขอบคุณยิ่งคะ

 

P

                      13. กวีจร
เมื่อ จ. 13 ก.ค. 2552 @ 23:32
1408670 [ลบ] [แจ้งลบ]

เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก

 

ชีวิตหนึ่ง เดินทางมา อย่างว่างเปล่า   ทุกข์ปนเศร้า  รุมล้อม ทุกหย่อมย่าน

แม้รอยยิ้ม  ฝืดฝืน หมดชื่นบาน       ทิ้งความหลัง ที่ร้าวราน มานานปี

 

อยากจะ เดินตามล่า หารักยิ่ง        ชีวิตจริง ของคน  บนวิถี

ทั้งทุกข์สุข   นานา  ประดามี         ซึ่งบ่งชี้   ให้เห็น   ความเป็นไป

 

สายลม  ผีเสื้อ ดอกไม้  แทนคิดถึง    ด้วยสุดซึ้ง   เสียงซึงซอ พอใจหาย

ผะผิวปาก  ความคะนึง มิเสื่อมคลาย  ใจสลาย เป็นฉากฉาก ฟากทะเล

 

ลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองฟ้ากว้าง    ดูเวิ้งว้าง ห่างไกล ใจหักเห

ข้ามสิงขร หนักหนา ใจรวนเร     ใจพังเพ  ท้อถอย อยากหยุดเดิน

 

ขณะที่อ่อนล้า  คราโศกทุกข์       เสี้ยวความสุข  มีให้  ใช่ห่างเหิน

เพียงยิ้มสู้  รู้สร้าง หนทางเดิน     มิไกลเกิน  ความฝัน  ถ้าหมั่นเพียร

 

สิงหา สัตยนนท์ (ขอต่อบท )

 

จะตามล่า หารัก ให้ใจจบ           อาจมิพบเหมือนคำที่ขีดเขียน

ท้องทะเลหยั่งลึกนึกอาเจียน       เพราะโลกเปลี่ยนหรือฝันนั้นปรวนแปร

เกิดเป็นความทั้งดีและทั้งเลว       ต่างลงเหวขึ้นสวรรค์กี่ชั้นแต่

ก็ไม่ว่ากันนะรักดูแล                  ขอเพียงแค่คิดถึง หนึ่งอนันต์

 

 

 

ขอขอบพระคุณท่าน สิงหา  แล้วเราจะได้พบกันอีกต่อไป

 

ขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมซึ้ง  ด้วยคะ