ลานเพลิน ของคนกวี
พี่น้องที่รักทุกท่านคะ ดิฉันได้มีโอกาส สัมผัสคนที่ชอบเขียนกลอน ที่เพราะๆแต่เผอิญว่าเป็นกาพย์ ดิฉันอ่านแล้ว ดิฉันได้เอากาพย์ ของท่านสิงหา สัตยานนท์ ประพันธ์ดึง ลงมาที่นี่ เพื่อจะให้พี่น้องทุกท่านได้รู้ว่าการประพันธ์ต่างๆนั้น คนที่มีอารมณ์สุนทรี ก็สามารถ สร้างความรู้สึกซึ้งออกมาเป็นกาพย์กลอนที่แสนไพเราะได้
ดิฉันจึงขออนุญาต ดึงกลอนที่ไพเราะนี้ มาให้ท่านที่ผ่านไปผ่านมา ได้มีโอกาส สัมผัสบ้าง ซึ่งคนที่ชอบ ก็ชอบไป สามารถมาแต่งเติม หรือเข้าไปเยี่ยม ท่านสิงหา สัตยานนท์ได้ แต่ลึกลับนะคะ จะได้อ่านกลอน ต้องตามไปอีกหลายบล็อค แล้วแต่ท่านสิงหา จะเข้ามาเยี่ยมคะ และกลอนช้างล่างนี้ดึงมาคะ
ต้องขออนุญาต ท่านสิงหา กวีจร ที่ดึงมา ให้คนอื่นได้สัมผัสด้วยนะคะ
|
กวีจร |
|
อ่าน: 90
เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก
แบกสัมภาระบทกวี สะพายย่ามเพลงชีวี ดีดสีตีเป่าผ่ะผิวปาก
เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก
สายลมไล้รูปจูบใบ ความรักพูดว่าดอกไม้
ให้บอกแทนการคิดถึง
ผีเสื้อขยับปีกตะบึง เดินทางตามเสียงซอซึง
ที่หนึ่ง ที่นั้น ตรงนี้
แบกสัมภาระบทกวี สะพายย่ามเพลงชีวี
ดีดสีตีเป่าผ่ะผิวปาก
ความสุขบรรยายเป็นฉากฉาก ดวงใจแตกยอดต่อราก
ฟากฟ้าทะเลสิงขร
ป่านนี้เธอคงยังมินอน นั่งดูคู่รักบทละคร
สัญจรมาหาถึงกัน
เดินทางครั้งนี้เดิมพัน โบยบินชีวิตอัศจรรย์
คนธรรพ์สักขีพยาน
โลกนี้ล้วนเพียงคำหวาน ทะเลกลายเป็นน้ำตาล
วิมานของใคร ของเรา
ลบความทรงจำครั้งเก่า ลิ้มรสเจ็บปวดนานเนา
หายเศร้าหายแค้น ปลิดทิ้ง
บินเหนือลำน้ำแม่ปิง
หิ่งห้อยระยิบระยับพราย
หลงยิ้มในใจมากมาย ในกระท่อมคงมีผู้ชายใยจะร้าง
หญิงงามเคียงพะนอ
ผี้เสื้อแอบเคริ้มแจจอ ดวงจิตมิได้จดจ่อ ล้อลม
ใจลอย มาถึงเธอ
คำแรกเมื่อต้องตาเจอ พูดยากกว่าคำพร่ำเพ้อ
รักเธอ หน้าแดง เขินอาย
อย่าทิ้งกันนะเดียวดาย จับมือสานสร้างความหมาย
เรื่องร้ายจักกลายเป็นดี
เรียนรู้จากความกาลี คู่ร้างประวัติศาตร์ที่มี
บัดนี้บทเรียนเล่มใหม่
เขียนจาก ตำรา หัวใจ มหากาพย์สายใย
จุดไฟความรักโชติช่วง
ไม่มีแล้วความหลอกลวง เพราะเธอเป็นมากกว่าคู่ควง
เป็นดวงชะตาแห่งรัก
สิงหา สัตยนนท์ ประพันธ์
ยามเย็น ๖.๓๐ น. อ.สะเมิง
ตอนนี้ดิฉันได้อ่านกาพย์ของท่านสิงหาแล้ว จึงพยายามจับบทความ แล้วลอกออกมาเป็นกลอน แปด ที่ดิฉันพอจะแปลความรู้สึกของกาพย์ คนที่ไม่เคยเขียนกาพย์ อาจะไม่รู้ว่า กาพย์เป็นแบบข้างบน นั่นแหละ แต่ถ้ากลอนแปด พอจะแปลได้ว่า
ตอนนี้แปลกาพย์เป็นกลอนเสียก่อน ข้างบนกาพย์ ข้างล่างกลอน
ข้างบนกาพย์ คุณสิงหา ข้างล่างกลอน สุเอง ตอบกัน
มันจะคล้ายๆกัน สุก็เอาคำข้างบนของคุณสิงหามาแต่งกลอน
กาพย์ กลอนทั้งสองความหมายเดียวกัน
แต่เขียนแต่งต่างกัน คนไม่รู้ซึ้ง จะงง งวย นิดหน่อย
ว่า สองคนทำอะไรกัน คงจะไม่ถึงกับเข้าใจอยู่แค่ สองคน นะคะ
ดูลีลาการแต่งกาพย์กลอน ซะหน่อยคะ แล้วจะรู้ว่า ซาบซึ้งคะ

12. สุ-มหาวิทยาลัยชีวิต ที่ไม่มีวันปิดทำการ
เมื่อ อา. 12 ก.ค. 2552 @ 22:25
1406060 [ลบ] [แจ้งลบ]
เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก
ชีวิตหนึ่ง เดินทางมา อย่างว่างเปล่า ทุกข์ปนเศร้า รุมล้อม ทุกหย่อมย่าน
แม้รอยยิ้ม ฝืดฝืน หมดชื่นบาน ทิ้งความหลัง ที่ร้าวราน มานานปี
อยากจะ เดินตามล่า หารักยิ่ง ชีวิตจริง ของคน บนวิถี
ทั้งทุกข์สุข นานา ประดามี ซึ่งบ่งชี้ ให้เห็น ความเป็นไป
สายลม ผีเสื้อ ดอกไม้ แทนคิดถึง ด้วยสุดซึ้ง เสียงซึงซอ พอใจหาย
ผะผิวปาก ความคะนึง มิเสื่อมคลาย ใจสลาย เป็นฉากฉาก ฟากทะเล
ลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองฟ้ากว้าง ดูเวิ้งว้าง ห่างไกล ใจหักเห
ข้ามสิงขร หนักหนา ใจรวนเร ใจพังเพ ท้อถอย อยากหยุดเดิน
ขณะที่อ่อนล้า คราโศกทุกข์ เสี้ยวความสุข มีให้ ใช่ห่างเหิน
เพียงยิ้มสู้ รู้สร้าง หนทางเดิน มิไกลเกิน ความฝัน ถ้าหมั่นเพียร
จะตามล่า หารัก ให้ใจจบ -----------------------
ที่ให้ต่อให้จบ ก็เพราะการจบจะให้สมหวัง หรือผิดหวัง ก็แต่งต่อไป แล้วแต่อยาก ------
ช่วงนี้ ให้คุณกวีจรต่อให้จบด้วย เพราะคิดไม่ออกแล้ว แล้วจะมาดูรอยต่อนะคะ เขียนกาพย์ไม่เก่ง แต่กลอนแปดอย่างนี้พอสู้ไหว คะ
และแล้ว ท่านสิงหาก็ต่อกลอนของดิฉันดังนี้คะ ขอบคุณยิ่งคะ

13. กวีจร
เมื่อ จ. 13 ก.ค. 2552 @ 23:32
1408670 [ลบ] [แจ้งลบ]
เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก
ชีวิตหนึ่ง เดินทางมา อย่างว่างเปล่า ทุกข์ปนเศร้า รุมล้อม ทุกหย่อมย่าน
แม้รอยยิ้ม ฝืดฝืน หมดชื่นบาน ทิ้งความหลัง ที่ร้าวราน มานานปี
อยากจะ เดินตามล่า หารักยิ่ง ชีวิตจริง ของคน บนวิถี
ทั้งทุกข์สุข นานา ประดามี ซึ่งบ่งชี้ ให้เห็น ความเป็นไป
สายลม ผีเสื้อ ดอกไม้ แทนคิดถึง ด้วยสุดซึ้ง เสียงซึงซอ พอใจหาย
ผะผิวปาก ความคะนึง มิเสื่อมคลาย ใจสลาย เป็นฉากฉาก ฟากทะเล
ลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองฟ้ากว้าง ดูเวิ้งว้าง ห่างไกล ใจหักเห
ข้ามสิงขร หนักหนา ใจรวนเร ใจพังเพ ท้อถอย อยากหยุดเดิน
ขณะที่อ่อนล้า คราโศกทุกข์ เสี้ยวความสุข มีให้ ใช่ห่างเหิน
เพียงยิ้มสู้ รู้สร้าง หนทางเดิน มิไกลเกิน ความฝัน ถ้าหมั่นเพียร
สิงหา สัตยนนท์ (ขอต่อบท )
จะตามล่า หารัก ให้ใจจบ อาจมิพบเหมือนคำที่ขีดเขียน
ท้องทะเลหยั่งลึกนึกอาเจียน เพราะโลกเปลี่ยนหรือฝันนั้นปรวนแปร
เกิดเป็นความทั้งดีและทั้งเลว ต่างลงเหวขึ้นสวรรค์กี่ชั้นแต่
ก็ไม่ว่ากันนะรักดูแล ขอเพียงแค่คิดถึง หนึ่งอนันต์
ขอขอบพระคุณท่าน สิงหา แล้วเราจะได้พบกันอีกต่อไป
ขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมซึ้ง ด้วยคะ
สวัสดีค่ะพี่สุ
ทำไมกออ่านกลอนนี้แล้วไม่ค่อยจะเข้าใจเลยค่ะ
..โอ้ว่า อนาถหนอใจ..ค้นหาไปใย..รักแท้แน่นอนห่อนมี..พานพบแต่รักตัวดี..แยบยลวิธี..เพื่อล่อเพื่อหลอกลวงเอา..แม้นหยุดค้าหานิ่งเนาว์..จึงพบตัวเรา..บ่รู้บ่รักตนเอง..ที่หาที่สรรบรรเลง..ด้วยเพราะกริ่งเกรง..ความเดี่ยวเดียวดายคลายทุกข์..หวังยื้อหวังยุดสิ่งสุข..และหวังสนุก..ก็เพื่อสนองครองเคียง..เห็นรักควรค่าคนเพียง..ผดุงเผดียง..ดีงามเพราะความอภัย..มองมุ่งทุกสิ่งนอกใน..สัมผัสทุกใจ..ด้วยใจมนุษย์มนา..
งานเข้าซะแล้ว น้องกอเอ๋ย น้องกอไม่เข้าใจ แน่ๆเลย พี่สุจะอธิบายพอคร่าวๆนะ พี่สุไม่ได้เป็นครูภาษาไทย เพียงแต่ชอบบทกลอน และรู้ซึ้งในบทกลอนนี้เท่านั้น ว่ามันแอบแฝง ความรู้สึกซ่อนเร้นอยู่ในกลอนนั้น จะต้องเข้าใจในบทกลอนนั้นให้ได้ว่า มันกล่าวถึงเรื่องอะไร อย่างน้อย ก็ต้องเข้าใจหัวข้อกลอน ว่าเขากล่าวถึงอะไร(เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก)
ก็แสดงว่า ตลอดชีวิตเขา ไม่ทำอะไรเลย(ไม่ใช่ไม่ทำงานนะ หัวใจเขาเดินหา ส่วนตัวเขาก็ทำงานอยู่ มัวแต่คร่ำครวญตนตนจะอดตาย ผู้หยิงที่ไหนเขาจะเลือก)หัวใจ ตามหาหัวใจ ตามหารักทำนองนี้แหละ แต่ขณะที่เขาตามหารักนั้น เขาก็รู้ว่ามันยากแสนยาก ขึ้นเขาลงห้วย ลงทะเล แต่เขาก็จะตามต่อไป
และขณะที่เขาตามไปนั้น เขาก็ระลึกถึงอดีตเก่าๆ ของเขาด้วย ปากครั้งเขาก็บ่น กับตนเอง เกี่ยวกับที่เขาเคยได้รับดอกไม้แทนคำว่าคิดถึง และแปลว่ารักด้วย และครั้งหนึ่งที่เขาได้รับดอกไม้เขาก็คิดถึงคนรักคนนี้ ถึงกับจูบใบดอกไม้ เคยเห็นมั้ย พอใจอะไรก็จูบอันั้นแหละ
และขณะ ที่เขาตามล่าหารักนั้น เขาก็ไปเรื่อยๆ หาพบก็พบ หาไม่พบก็ไม่เป็นไร แต่ตลอดทางที่เขาไปนั้น ไม่มีอะไรหนักหนา คือไปกับคำกลอน (แบกสัมภาระบทกวี) แล้วก็สพายย่ามหนึ่งใบ มีความสุขในชีวิตที่เขาเดินผ่านไป บางครั้งก็ผิวปากไปเรื่อยๆเพื่อความเพลิดเพลิน หรือทำอะไรก็ได้ที่ลืมอดีตไป
และขณะที่เขาเดินทาง(คำว่าเดินทางต้องเข้าใจอีก ไม่ใช่เดินไปแบบคนเดิน คือชีวิตของเขาที่ผ่านๆไปในแต่ละวัน เลยว่าเดิน) ขณะที่เขาผ่านไปในแต่ละวันนั้น เขาลืมไม่ลง ผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาเจ็บปวดมาก(ดวงใจแตกยอดต่อราก ถ้าได้แตกรากนั้น แสดงว่าอย่างไรคะ ก็ฝังใจจำลืมไม่ลง) และเขาก็คิดว่าป่านนี้หญิงคนนั้นกำลังเสพสุขกับชายใหม่ ที่ได้พบรักใหม่ แล้วทิ้งเขาให้เดินล่าหารักใหม่ด้วยความเจ็บแค้น แสนเข็ญ ก็คนมันผิดหวังหนะ
การเดินทางครั้งนี้ของเขา เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ซึ่งในชีวิตของเขา คิดว่าจะไม่เจอมัน แต่มันเป็นไปแล้วจริงๆ เพราะผู้หญิงชั่วชายชั่วคนนั้นเป็นพยานอยู่แล้ว
เขาก็อดที่จะรำพึงไม่ได้ว่า แท้ที่จริงแล้ว มีแต่สิ่งหลอกลวง(โลกนี้ล้วนคำหวาน) ทะเลที่ว่าเค็ม เขายังไปคิดว่าเป็นน้ำตาลเป็นวิมานของเขา
เขาพยายามลบความทรงจำทั้งหมด ที่เคยเจ็บปวด เคยเศร้า ทิ้งไป ไปอยู่ที่สงบแห่งหนึ่งคือแม่น้ำปิง อยู่ในกระท่อมใบไม้ซุกหัวนอน พร้อมดูหิงห้อยระยิบระยับในยามค่ำคืน
แล้วเขาก็ยิ้มเยาะกับตนเอง ว่า ผู้ชายอย่างเขา ไม่น่าจะเป็นคนที่ผู้หญิงต้องทิ้งเขาไป เขาน่าจะมีผู้หญิงที่สวยมาคอยเอาใจ แล้วก็คงงีบหลับไป
ผีเสื่อแอบเคลิ้มแจจอ ตอนนี้จิตใจของเขา และตัวเขาได้ลอยพบกับหญิงใหม่อีกคนหนึ่ง เหมือนอยู่ในความฝัน คำแรกก็รักอีกซะแล้ว ต้องตาเจอ รักเธอหน้าแดง เขินอาย (นี่เพียงฝันนะคะ)แต่ฝันกลับกลายเป็นจริง
เขาเรียนรู้รสแห่งความผิดหวังเสียใจมามากแล้ว เป็นประวัติศาสตร์แห่งหัวใจ เคยมีอดีตมาแล้ว ครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนครั้งใหม่ ลองอีกซักครั้ง
ทำให้เขาได้เขียนกาพย์ขึ้นจากใจ เพราะขณะนี้ได้มีแรงบันดาล หรือประกายแห่งความรักที่เกิดขึ้นมาในครั้งนี้อีก อีกครั้ง ว่างั้นเถอะ
ในที่สุดเขาก็คิดว่า คนที่พบนี้ใช่เลย ไม่ใช่คู่ควงธรรมดา เบื่อแล้วก็ทิ้งกัน เป็นดวงชะตาแห่งรัก หรือที่เรียกว่า พรหมลิขิต จบแล้ว
การเขียนบทกลอน มันต้องคล้องจองกัน ตามกฎของมัน ถ้าอยากให้เพราะพริ้ง ก็ต้องเล่นคำ สัมผัสนอกหรือสัมผัสใน ฉันทรลัษณ์ ลีลา การเล่นคำ เล่นสำนวน คำแปลกๆที่เอามาใช้ ก็ต้องมีความหมายด้วยและเรื่อง ส่วนมากก็ต้องซึ้ง คนฟังถึงจะมีอารมณ์ตาม ไม่ต้องมาสร้างอารมณ์เอาเอง หรืองง งวย เขาแต่งภาษาอะไรกัน ภาษาวิบัติหรือเปล่า
และเห็นไหม ตอนเขาต่อตอนท้ายของพี่สุ เขาก็คิดเหมือนพี่นั่นแหละ จะผิดหวัง หรือสมหวัง ก็แล้วแต่ มันไม่ไพเราะเหมือนที่เราเขียนเอา หวานจนเค็มอยากอาเจียน( คริ คริ ผู้ชายแพ้ท้องแล้ว )
เขาว่าเกิดเป็นคน มีทั้งคนดีและคนเลว จะขึ้นนรกตกสวรรค์ชั้น 7 ก็ช่างหัวมัน แล้วแต่จะทำ ไม่ว่ากัน เพียงแต่ว่า ให้คิดถึง (หนึ่งอนันต์)ใครคนหนึ่งบ้าง (อย่าควงให้เห็น อย่าทำร้ายใจกัน) ดูแลกันนะถ้าว่ารัก
โอย! พี่น้องกอขา งานเข้า แย่เลย ตะแนว แปวววววววว
เป็นนิทาน เหมือนของน้องกอ ได้ไหมเอ่ย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าเขียนให้คนอื่นแปลยาก ตะแนว แปววววว
..โอ้ว่า อนาถหนอใจ..ค้นหาไปใย..รักแท้แน่นอนห่อนมี..พานพบแต่รักตัวดี..แยบยลวิธี..เพื่อล่อเพื่อหลอกลวงเอา..แม้นหยุดค้าหานิ่งเนาว์..จึงพบตัวเรา..บ่รู้บ่รักตนเอง..ที่หาที่สรรบรรเลง..ด้วยเพราะกริ่งเกรง..ความเดี่ยวเดียวดายคลายทุกข์..หวังยื้อหวังยุดสิ่งสุข..และหวังสนุก..ก็เพื่อสนองครองเคียง..เห็นรักควรค่าคนเพียง..ผดุงเผดียง..ดีงามเพราะความอภัย..มองมุ่งทุกสิ่งนอกใน..สัมผัสทุกใจ..ด้วยใจมนุษย์มนา..
เป็นกาพย์คะ
งานเข้าอีกแล้วเรา ก็คงจะไม่ต้องแปลอีกแล้ว ตอบสั้นๆๆๆคะ ตะแนว แปววววว
ความรักเป็นสิ่งที่ทั้งหอมหวานและอ่อนบางหากรักษามันไม่ดี มันจะแตกและร้าวได้ง่าย
ขอคาระวะพี่สุงามๆเลยค่ะ..ซึ้งด้วยคนค่ะ...พี่สุแปลได้ถูกใจจริงๆเลยจ้า..ไปเอามาแปลอีกค่ะ...อ้อยเล็กจะคอยอ่าน..
รักนะทั้งสองคน และก็รักทั้งหมดและคะ จุ๊บ จุ๊บ
นี่ไงเจอแล้ว
โอ้โห พี่สุแปลยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ยาวจังเลยค่ะ
อิอิ พี่สุตะแนวตะแนว 555+
พี่สุแปลจนได้นิทานเรื่องนึงเลยค่ะ
ว้าวววววววววววววววววววววว
อ่านแล้วรู้เรื่องดีมากมายเลย
แต่เขียนเป็นกลอนก็ไพเราะ
เพียงแต่กอเข้าใจยากไปหน่อย
จริง ๆ ค่ะ ไม่ได้แกล้งโง่
แตหลายคนบอกว่า กอฉลาดในเรื่องที่คนอื่นเค้าไม่สนใจกัน แงแง
ขอบคุณพี่สุมาก ๆ เลยน่ะค่ะ
อ่านคำแปลแล้วอยากบอกว่า เชอะ
เมื่อ พฤ. 16 ก.ค. 2552 @ 15:09
1413870 [ลบ] [แจ้งลบ]
ทำไม เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว มาแล้ว ก็ทำไม ทำไม มาให้พี่สุคิดตาม
แล้วทำไม ทำไม มีหลายบ้าน มีหลายหลัง เดามานะนี่ เพราะเปิดขึ้นที่ไรก็เจอแต่เลี้ยงดง
ก็เลยมาคิดว่า มีเหรอ น้องกอจะเขียนอยู่แค่นี้ เพราะน้องกอชอบสงสัยอยู่แล้ว พี่สุเลยตามมาเห็นบ้านหลังนี้อีกนะนี่
แสดงว่าพี่สุไม่รู้ ยังมีอีกหลายคนมีบ้านหลายหลังเช่นกัน ช่วยไม่ได้เยี่ยมไม่ถึง คนที่มีบ้านหลังเดียว ก็กว่าจะอ่านวิเคราะห์จบเม้นท์จบ
ทำไม ทำไม ไม่ทำอยู่บ้านหลังเดียวกัน อยากเขียนอะไรก็เขียนมา เป็นเรื่องที่ 1 ที่ 2 ทำไม ทำไม จึงต้องมีหลายบ้าน
ทำไม่ ทำไม คริ คริ ตะแนว แปวววว รักนะจุ๊บ ตุ๊บ
พี่สุเป็นอะไรค่ะ ทำไมค่ะพี่สุ กอก็มีบ้านหลังเดียว แต่มีหลายห้องค่ะ
พี่สุล่ะก็ไม่เข้าใจกันเลย ก็เหมือนที่บ้านไงค่ะ มีห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว ห้องรับแขก
อันนี้ก็เหมือนกัน บล้อกก็เป็นห้อง ก็ห้องของกอมีหลายห้อง ห้องนึงเขียนนิทาน ห้องนึงเรื่องราวส่วนตัว ห้องนึงเขียนเรื่องโอ้โหต้องคิดน่ะ
มีสามห้อง จะได้จัดแยกประเภทเรื่องราวของกอไงค่ะ
ก็แล้วทำไมพี่สุไปดู ทำไมพี่สุไม่คลิกที่กอแล้วดูที่ศูนย์รวมข้อมูลล่ะเจ้าค่ะ มันจะเป็นข้อมูลล่าสุดวันต่อวัน
สำหรับคนที่ไม่ไปอ่านเพื่อติดตามเรื่องราวตามบล้อกก็ต้องเปิดที่ศูนย์รวมข้อมูล ก็จะได้บันทึกเป็นปัจจุบันทันด่วนทุกวันเจ้าค่ะ
ทำไมพี่สุไม่เข้าใจตุ้มละค่ะ อิอิไม่เข้าใจกอล่ะค่ะ
โห...คนอื่นเค้ามีเวอร์กว่ากออีก เป็นสิบบล้อกก็มีน่ะค่ะ แต่แต่ละบล้อกของพี่ ๆ เค้ามีสาระทั้งนั้นเลยค่ะ อิอิ
เฮ้อ พี่สุนี่ก็แปลกน่ะ
กอก็เลยรู้วันนี้เองว่า มีคนอ่านแต่เลี้ยงดง อิอิ
กอถึงว่าล่ะ ทำไมคุณอาคนนั้น ชื่ออะไรแล้วน่ะ
มาว่ากอเปิดบล้อกทำไมหลายบล้อก ทั้ง ๆ ที่ก็แค่สามสี่บล้อกเอง
เค้าก็ว่าหากันเหนื่อย
กอก็สงสัยว่าหาอะไรกันเหนื่อย งงค่ะ อิอิ
เพราะไม่ได้ใช้วิธีไปศูนย์รวมข้อมูลของเจ้าของบล้อกนี่เอง
หากไปศูนย์รวมข้อมูลก็จะได้อ่านบันทึกเป็นปัจจุบันทุกวันค่ะ
เหมือนที่กอตามพี่สุมา กอยังไม่รู้เลยน่ะค่ะว่าพี่สุมีบล้อกอยู่บล้อกเดียวน่ะค่ะ อิอิ
โอ้โฮ กว่าจะตามกันเจอ คนหนึ่งมีหลายห้อง คนหนึ่งมีหลายเรื่องเออ ยังดี ที่เข้าใจกันได้ ที่พี่สุเข้าใจกอแหละ
เชอะ! กลอนไม่สนใช่ไหม ไม่เป็นไร แล้วแต่ ชอบ ตะแนว แปววว คริ คริ
กอฉลาดในเรื่องอื่น ที่เขาไม่สนใจกัน คริ คริ เป็นจริงด้วย
น่ารัก นะเด็กโง่ จุ๊บ จุ๊บ