มัลติมิเตอร์
- มัลติมิเตอร์แบบเข็ม (analog multimeter, AMM) เป็นเครื่องมือวัดปริมาณทางไฟฟ้าหลายประเภทรวมอยู่ในเครื่องเดียวกัน โดยทั่วไปแล้วมัลติมิเตอร์จะสามารถใช้วัดปริมาณต่อไปนี้
- - ความต่างศักย์กระแสตรง (DC voltage)
- - ความต่างศักย์กระแสสลับ (AC voltage)
- - ปริมาณกระแสตรง (DC current)
- - ความต้านทานไฟฟ้า (electrical resistance)
- อย่างไรก็ตามมัลติมิเตอร์บางแบบสามารถใช้วัดปริมาณอื่น ๆ ได้อีก เช่น กำลังออกของสัญญาณความถี่เสียง (AF output) การขยายกระแสตรงของทรานซิสเตอร์ (DC current amplification, hFE) กระแสรั่วของทรานซิสเตอร์ (leakage current, lCEO) ความจุทางไฟฟ้า (capacitance) ฯลฯ
- มัลติมิเตอร์แบบเข็ม มีลักษณะดังภาพข้างล่าง
มัลติมิเตอร์แบบเข็ม
| ส่วนประกอบสำคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็ม |
- ส่วนประกอบสำคัญของมัลติมิเตอร์แบบเข็มข้างต้น
(ซึ่งแสดงหมายเลขกำกับไว้แล้วยกเว้นหมายเลข 9 และ 10) ได้แก่
-
1. ที่ปรับการชี้ศูนย์ (indicator zero
corrector):
ใช้สำหรับการปรับให้เข็มชี้ศูนย์ขณะยังไม่ได้ใช้ทำการวัด
- 2. สวิตช์เลือกปริมาณที่จะวัดและระดับขนาด (range selector switch knob) : เป็นสวิตช์ที่ผู้ใช้จะต้องบิดเลือกว่าจะใช้เครื่องวัดปริมาณใด ซึ่งมีทั้งหมด 4 ปริมาณแต่ละปริมาณมีช่วงการวัดให้เลือก ดังนี้
- ACV : 0-10V, 0-50 V, 0-250 V และ 0-1000 V (รวม 4 ช่วงการวัด)
- DCV : 0-0.1 V, 0-0.5 V, 0-2.5 V, 0-10 V, 0-50 V, 0-250 V และ 0-1000 V (รวม 7 ช่วงการวัด)
- DCA :0-50
A,0-2.5 mA,0-25mA,และ0-0.25 A (รวม 4 ช่วงการวัด)
Resistance ( )
: |
x 1 | (อ่านได้ 0-2k ) |
| x 10 | (อ่านได้ 0-20k ) |
|
| x 1k | (อ่านได้ 0-2000k หรือ 2 M ) |
|
| x 10k | (อ่านได้ 0-20 M )( รวม 4
ช่วงการวัด) |
- 3. ช่องเสียบสายวัดขั้วบวก (measuring terminal +)
- 4. ช่องเสียบสายวัดขั้วลบ (measuring terminal -COM)
- 5. ช่องเสียบสายวัดขั้วบวกกรณีวัดกำลังออกของสัญญาณความถี่เสียง (output terminal)
-
6. ปุ่มปรับแก้ศูนย์โอห์ม
(0
adjust knob) :
ใช้เพื่อปรับให้เข็มชี้ศูนย์โอห์มเมื่อนำปลายวัดทั้งคู่มาแตะกันก่อนทำการวัดค่าความต้านทานในแต่ละช่วงการวัด - 7. แผงหน้าปัด (panel)
- 8. เข็มชี้ (indicator pointer)
- 9. สายวัด (test lead) : ประกอบด้วยสาย 2 เส้น สีแดงสำหรับขั้วบวกและสีดำสำหรับขั้วลบ
-
10. สเกลการวัด (reading scales) :
ประกอบด้วย 7 สเกลการวัดเรียงลำดับจากบนสุดลงล่างดังนี้
(ดูจากเครื่องวัดประกอบด้วย)

สเกลการวัด
- 1. สเกลวัดความต้านทาน (
)
ด้านล่างของสเกลนี้มีกระจกเงาเพื่อช่วยแก้ความคลาดเคลื่อนในการอ่านเนื่องจากแพรัลแลกซ์ - 2. สเกลวัดความต่างศักย์กระแสตรง (DCV) และปริมาณกระแสตรง (DCA) มีสีดำ
- 3. สเกลวัดความต่างศักย์กระแสสลับ (ACV) มีสีแดง
- 4. สเกลวัดการขยายกระแสตรงของทรานซิสเตอร์ (hFE) มีสีน้ำเงิน
- 5. สเกลวัดกระแสรั่วของทรานซิสเตอร์ (LEAK, ICEO, Ll) มีสีน้ำเงิน
- 6. สเกลวัดความต่างศักย์ระหว่างปลายขณะวัดความต้านทาน (LV) มีสีน้ำเงิน
- 7. สเกลวัดกำลังออกของสัญญาณความถี่เสียง (dB) มีสีแดง
-
ความไว (sensitivity)
ของเครื่องวัดนี้ระบุไว้ที่ตอนล่างด้านซ้ายของสเกลการวัด
เพื่อบ่งให้ทราบค่ากระแสที่ผ่านเครื่องวัดสำหรับการอ่านค่าสเกลการวัดหนึ่ง
ๆ โดยบอกในรูปโอห์มต่อโวลต์ (ohm per volt) โดยทั่วไปแล้ว
เครื่องวัดที่มีความไวสูง จะมีค่าโอห์มต่อโวลต์สูง
-
DC 20 k
/V หมายความว่า ขณะใช้การที่วัดที่สเกล DCV
เมื่ออ่านค่าได้ 1 VDC ความต้านทานภายในเครื่องวัดจะเป็น
20 k
ดังนั้นกระแสที่ผ่านเครื่องวัดขณะนี้จะเป็น

-
AC 8 k
/V หมายความว่า ขณะใช้การวัดที่สเกล ACV
เมื่ออ่านค่าการวัดได้ 1 VAC
ความต้านทานภายในเครื่องวัดจะเป็น 8 k
ดังนั้นกระแสที่ผ่านเครื่องวัดขณะนี้จะเป็น

| การอ่านผลการวัดจากสเกลเครื่องวัด |
- ก่อนทำการอ่านผลการวัดจะต้องทราบก่อนว่า
ค่าที่อ่านได้จากสเกลเครื่องวัดนี้ มีความเชื่อถือได้มากน้อยเท่าใด
นั่นคือต้องทราบความแม่น (accuracy) ของเครื่องวัดด้วย
ซึ่งปกติจะมีระบุไว้ในคู่มือของเครื่องวัดนั้นๆ
สำหรับเครื่องวัดที่จะได้ศึกษามีรายละเอียดดังตารางข้างล่าง
| Measurement | Measurement ranges | Allowance | Remarks |
| DC Voltage (DCV) |
0-0.1 V -0.5 V -2.5 V -10 V -50 V -250 V 1000 V-(25kV) 25 kV with HV probe extra |
3%fsexcept 25 kV |
Imput impedance 20 k /V |
| AC Voltage (ACV) |
0-10 V -50 V -250 V -1000 V 30 Hz ~ 50 kHz 1 dB (
50 V or less )50 Hz ~ 20 kHz 3% ( 50
V or less ) |
4% fs |
Input impedance 9k /V |
| DC Current (DCA) |
0-50 A -2.5 mA 25 mA 0.25 A50 |
3% fs |
Voltage drop 250 mV (100 mV for 50 A) |
| Resistance ( ) |
Range X 1 - X 10 - X 1k -X 10k Minimum 0.2 - 2 - 200 - 200 k ( )Midscale 20 - 200 - 20 k - 200 k ( )Maximum 2k - 20k - 2M - 20M ) |
3% of are |
Internal batteries UM -3 x 2 006 P x 1 |
| AF Output (dB) |
-10 dB ~ +22 dB (for 10 VAC) ~ +62 dB 0 dB/0.775 V (1 mW through 600 ) |
4% fs |
9 k /V
forOUTPUT Terminal |
- ในช่องที่ 3 ในแนวตั้ง จะบอกถึงความแม่นของแต่ละสเกลการวัด เช่น
สเกล DCV มีความแม่น
3% fs
(fs ย่อมาจาก full scale) หมายถึง ขณะหมุนปุ่มเลือกไปที่ 0-10V
ถ้าเข็มชี้เต็มสเกลคือ ชี้ที่ 10 V ค่าที่อ่านได้จะเป็น 10 V
3%
ซึ่งมีค่าเท่ากับ 10
0.3V
ดังนั้นเราจึงสามารถประมาณได้ว่าค่าที่อ่านได้จากช่วงสเกล 0-10V นี้
จะมีความแม่นอยู่ในขอบเขต
0.3V
- สำหรับความเที่ยง (precision)
พิจารณาได้จากการแบ่งขีดสเกลเล็กที่สุด จะเห็นว่าสำหรับสเกล DCV
ช่องสเกลเล็กสุดเท่ากับ 2 mV
ดังนั้นเราจะประมาณค่าระหว่างช่องเล็กสุดได้อีกหนึ่งตำแหน่งทศนิยม
นั่นคือ ความเที่ยงจะเป็น
0.1 mV
สำหรับ DCV ส่วนสเกล ACV ช่องสเกลเล็กที่สุดเท่ากับ 200 mV
ดังนั้นเราจะประมาณค่าระหว่างช่องเล็กสุดได้อีกตำแหน่งหนึ่งของหลักนั่นคือ
ความเที่ยงจะเป็น
10 mV
สำหรับ ACV
-
ในกรณีที่เราสามารถทราบค่าทั้งความเที่ยงและความแม่นของค่าที่วัดได้
ควรใช้เฉพาะค่าความแม่นเท่านั้น
เพราะจะแสดงถึงขอบเขตความผิดพลาดเมื่อเทียบกับปริมาณมาตรฐาน
| การเตรียมก่อนทำการวัด |
- การปรับแก้การชี้ศูนย์ของเข็มชี้ ให้ดำเนินการดังนี้
- - วางเครื่องวัดบนพื้นโต๊ะให้อยู่ในแนวราบ (เพื่อให้แกนการหมุนของเข็มชี้อยู่ในแนวดิ่ง)
- - ยังไม่ต้องต่อสายเสียบใดๆ กับเครื่องวัด
- - ก้มดูที่เข็มชี้ว่าอยู่ในแนวทับกับขีดศูนย์ (ทางด้านซ้ายสุดของสเกล DCV,A) หรือไม่ ให้สังเกตภาพเสมือนของเข็มชี้ในกระจกเงาเหนือสเกล DCV,A ด้วยว่า เข็มชี้ซ้อนทับบนภาพเสมือนของเข็มชี้หรือไม่
- - ถ้าเข็มชี้ตรงขีดศูนย์พอดี เครื่องวัดพร้อมที่จะใช้งานได้
- - แต่ถ้าเข็มชี้ไม่ตรงขีดศูนย์
จะต้องใช้ไขควงปลายแบนหมุนปรับที่ปรับการชี้ศูนย์
| ข้อควรระวังในการวัด |
- 1. เมื่อการวัดเกี่ยวข้องกับความต่างศักย์สูง (ตั้งแต่ 50 V ขึ้นไป) อย่าให้นิ้วมือหรือส่วนใดของร่างกายสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะของปลายวัด เพราะอาจเป็นอันตรายได้
- 2. ก่อนวัดปริมาณใด ต้องแน่ใจว่า ได้หมุนสวิตช์เลือกปริมาณที่จะวัดตรงตามปริมาณที่จะวัดแล้ว มิฉะนั้นแล้วเครื่องวัดอาจชำรุดเสียหาย
- 3. ต้องแน่ใจว่าหมุนสวิตช์เลือกช่วงการวัดให้อยู่ในช่วงที่สูงมากกว่าปริมาณที่จะวัด เช่น จะวัดความต่างศักย์ระหว่างขั้วแบตเตอรี่ 12V ก็ต้องตั้งปุ่มเลือกช่วงการวัดไว้ที่ DCV ช่วง 0-50V ถ้าไม่ทราบขนาดโดยประมาณของปริมาณที่จะวัด ให้ตั้งเลือกช่วงการวัดให้สูงที่สุดก่อน (เช่น ตั้งที่ 0-1000V) แล้วค่อยลดระดับช่วงการวัดต่ำลงมาทีละช่วง
- 4. ถ้าในการวัด DCV หรือ DCA เข็มชี้ไม่เบนไปทางขวาแต่พยายามเบนมาทางซ้าย แสดงว่ากระแสผ่านเครื่องวัดในทิศทางไม่ถูกต้อง ให้สลับขั้วปลายวัด
- 5.
ถ้าเข็มชี้ไม่ขยับจากการชี้ศูนย์หรือเบนออกมาเพียงเล็กน้อย
แสดงว่ากระแสผ่านเครื่องวัดน้อยเกินไป
ให้ปรับลดช่วงการวัดต่ำลงกว่าเดิมทีละขั้น
จนกระทั่งเข็มชี้อยู่ประมาณกลางสเกล