สิ่งที่พบเห็นยังสับสนว่ามันคืออะไรกันแน่

                           

                         ในโลกใบนี้มีสิ่งลี้ลับมหัศจรรย์มากมายที่เรามองไม่เห็น  สิ่งที่เรามองไม่เห็นใช่ว่าจะไม่มี   นี่คือคำกล่าวของท่าน  ว.วชิรเมธี  ซึ่งพูดถึงเรื่องจิตวิญญาณ

 

                ช่วงชีวิตของผู้เขียนที่ผ่านมากว่าค่อนชีวิต   ได้เห็นเรื่องแปลก ๆมากมายที่เกิดขึ้นกับญาติสนิทในเรื่องของจิตวิญญาณ   การทรงเจ้าเข้าทรง    ประสบการณ์ผีเข้าที่เกิดขึ้นและได้พบเห็นทั้งเกิดจากญาติสนิทและลูกศิษย์ของตนเอง....

                สิ่งที่พบเห็นยังสับสนว่ามันคืออะไรกันแน่   จากการปั้นจิต  หรือเกิดจากอำนาจจิตที่เหนือกว่ากัน    เพราะคนที่มีสติจิตใจเข้มแข็ง  เจ้าไม่เข้า   ผีไม่สิงอย่างแน่นอน    ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นผู้ตั้งมั่นในพระรัตนตรัย      ไม่เคยกลัวเรื่องภูติผีปีศาจอย่างไร้เหตุผล  แต่แล้ววันหนึ่งก็ต้องพบปัญหาที่จนปัญญาหาคำตอบให้กับตนเองไม่ได้ว่าสิ่งที่สัมผัสนั้นคืออะไรกัน ?

                เมื่อหลายปีก่อน     อยู่ดี ๆก็ได้กลิ่นธูปคอยติดตามรบกวนอยู่ตลอดเวลา ถึงสามวันสามคืนทั้ง ๆ  ที่ญาติพี่น้องคนอื่นไม่มีใครได้กลิ่น......  ญาติพี่น้องได้พาไปพบร่างทรงเจ้าแม่กวนอิมตามความเชื่อถือศรัทธา   ท่านทักว่ามีเทพถึงสามองค์ที่คอยดูแลคุ้มครอง และท่านต้องการแสดงให้รู้ว่าท่านคุ้มครอง  ตอนนี้ดวงไม่ดีท่านจึงมาดูแลและอยากให้เป็นร่างทรง 

 

               ได้ยินเช่นนั้นรีบบอกว่า  "ไม่เอาไม่อยากเป็น มีทางอื่นอีกไหม"  ท่านบอกว่าให้ปฎิบัติตนด้วยการรักษาศีลเจริญภาวนา จึงยอมตกลง   จากนั้นร่างทรงก็ทำพิธีตามขั้นตอน ใช้ตรายางที่มีอักษรจีนแตะที่หน้าผาก    มีกระดาษเงินกระดาษทองทำพิธีและเผากระดาษให้เทพรับรู้

 

               เมื่อทำเสร็จท่านก็ทักว่า  ขณะที่ใช้ตรายางแตะหน้าผากนั้นมีแสงรัศมีออกมาจากหน้าผากแสดงว่าปฏิบัติมานาน  (จะไม่นานได้อย่างไร ในเมื่อรักษาศีลห้าอย่างบริสุทธิ์ กินอาหารมังสวิรัติและงดเว้นอบายมุขทุกอย่างแม้แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลมากว่ายี่สิบปีแล้ว)    ท่านให้กลับบ้านไปแล้วไปปฏิบัติ    เทพในร่างจะได้คุ้มครองดูแล

 

                จากวันนั้นกลิ่นธูปก็หายไป   และตามมาให้สัมผัสบ้างบางโอกาส เช่นเมื่อไปทำบุญหรือไปปฏิบัติธรรม  กลิ่นนั้นก็ตามมาให้สัมผัสบ้างเหมือนบอกว่ารับรู้

                            

                  บ่อยครั้งที่มีเหตุการณ์คับขัน ก็เหมือนมีอะไรมาช่วยให้แคล้วคลาด   เคยขับรถตัดหน้ารถกระบะเพราะมองไม่เห็น    แต่ก็ปลอดภัยจากอันตรายอย่างหวุดหวิดเพียงเสี้ยววินาที    และมีเรื่องแปลก ๆ เหลื่อเชื่อที่เข้ามาในชีวิต

 

                  จนกระทั่งช่วงวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา   ผู้เขียนและคณะได้พานักเรียนไปทัศนศึกษาที่  “ถ้ำแก้วสารพัดนึก”  ตั้งอยู่ที่ อ.ปากช่อง   จ.นครราชสีมา  ช่วงที่เข้าไปในถ้ำ  วิทยากรพูดถึงพญานาคและไข่พญานาคที่มีอยู่ในถ้ำ   ใครที่เกิดปีมะเส็ง  และปีมะโรงให้ไปคลำไข่ทั้งสามฟอง  แล้วให้อธิษฐานให้พญานาคคุ้มครอง    (ไข่นั้นมีขนาดใหญ่พอ ๆกับไข่นกกระจอกเทศ)   ส่วนผู้ที่เกิดปีอื่นห้ามคลำเป็นอันขาดเพราะจะเจองูคอยตามตลอด     ผู้เขียนนึกสนุกก็ลงไปลูบคลำไข่เพราะเกิดปีมะเส็ง 

                             

                  เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านพักครูในเวลาเย็น   กลิ่นธูปคอยติดตามและรบกวนอยู่ตลอดเวลาจนถึงวันเข้าพรรษากลิ่นนั้นยังคงตามมากวนใจอยู่เสมอ   จนรู้สึกแปลกใจฤๅจะมีใครตามมาจากถ้ำแก้วสารพัดนึก หรือไม่    พยายามทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้กลิ่นธูปนั้น   แต่ก็ยังคงตามมารบกวนอยู่อีกจนต้องไปพบผู้ที่ศรัทธานับถือให้ท่านช่วยตรวจดูให้    ท่านทักว่าเทพที่อยู่ในร่างคอยคุ้มครองผู้เขียนนั้นท่านโกรธที่ไปนับถือสิ่งอื่น  ไปคลำไข่พญานาคให้พญานาคคุ้มครอง   ทั้ง ๆ  ที่ตัวเราเองมีสิ่งดีที่คุ้มครองอยู่แต่เรากลับไม่ศรัทธา   เคารพนับถือท่าน

 

                    จากนั้นท่านก็แนะนำว่า   ต่อไปนี้เวลาปฏิบัติธรรม   ทำบุญก็ให้คิดถึงและอุทิศบุญกุศลนั้นไปให้เทพเทวดาประจำร่างที่ดูแลเรา ..... (แล้วท่านก็สื่อสารกับเทพ ฯ ดังกล่าวว่าอย่ามารบกวน)  ฟังแล้วก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร     ควรเชื่อหรือไม่แต่ก็ไม่เคยลบหลู่ท่าน      และคิดเสมอว่ามีเทพคุ้มครองก็ถือว่าเป็นบุญกุศลทำให้รอดปลอดภัยจากอุบัติภัยต่าง ๆ   แต่สิ่งสำคัญในชีวิตก็คือการมีสติ  ไม่ประมาทในชีวิต นั่นแหละคือเทพที่ดีที่สุดของมนุษย์

                           

                     วันนี้กลิ่นธูปไม่มากวนใจแล้ว    และรู้สึกสบายใจมากขึ้นเพราะทุกครั้งที่ได้กลิ่นธูปในยามค่ำคืนก็รู้ได้ทันทีว่ามีอะไรมาวนเวียนใกล้กาย  ซึ่งสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก   แรก ๆ ก็กลัว     นานเข้าก็เริ่มเคยชินเพราะรู้ว่ากลิ่นนั้นมาดี   คงมาเตือนหรือมาบอกอะไรบางอย่าง    พยายามสวดมนต์ นั่งสมาธิ และบอกกับตัวเองว่า "ธรรมยังคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรม"