สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีเหตุการณ์มากมาย โรงเรียนปิดยาว ๕ วัน เด็กในเมืองไปโรงเรียนกวดวิชา เด็กบ้านนอกไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ ไปช่วยพ่อแม่รับจ้างหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว โรงเรียนเปิดครูต้องมารื้อฟื้นทบทวนเรื่องเดิม ๆ ยังไม่ครบ ๑ วัน ข่าวแพร่กระจายเรื่องให้คัดกรองนักเรียนที่มีอาการเป็นไข้หวัดกลับบ้าน วันต่อมาก็เหมือนเดิมอาการของเด็กป่วยเพิ่มขึ้น
วันแรกคือวันพฤหัสบดี ฉันขับรถชนสุนัขที่วิ่งออกมาจากข้างทางโครม รู้สึกแรงกระแทกหนักมาก รถเสียหายต้องเปลี่ยนกันชนทั้งชุด โทรศัพท์ไปติดต่อช่างที่ศูนย์รถ ช่างถามขึ้นมาประโยคแรกว่า "รถมีประกันไหม" ฉันจึงย้อนถามต่อว่า "ถ้าไม่มีประกันจะเป็นอย่างไร" สรุปว่าได้รับการปฏิเสธคิวและเวลาซ่อมอ้างโน่นอ้างนี่ ฉันจึงแกล้งถามไปใหม่ว่า "หากไม่มีประกันแต่ยินดีจ่ายล่ะ"ก็ได้รับคำตอบคล้าย ๆ กัน แต่ที่จริงรถของฉันมีประกันภัย .. สงสัยกับการบริการจัง
วันศุกร์เด็ก ๆ แต่ละคนออดอ้อนที่จะมาค้างที่บ้านเหมือนเช่นน้องนัท ทุกคนได้รับการปฏิเสธว่าให้รอก่อน ไม่สามารถรับขึ้นรถไปได้ทุกคน และพิจารณามาเพิ่มเพียงคนเดียวคือน้องปาล์ม เป็นอันว่าน้องนัทมีเพื่อนชั้นเรียนเดียวกันติดตามมาอีก ๑ คน
แต่ละวันเวลาฉันต้องให้เด็กทั้งสองมากกว่าการเรียนปกติ การดูแลต้นไม้ การรดน้ำต้นไม้ การเลี้ยงปลาในอ่าง การขยายพันธุ์ปูเล่ การเลี้ยงบัวและอะเมซอนที่เป็นไม้เติบโตในน้ำ การให้ความรู้เรื่องถั่วญี่ปุ่น การอยู่กับหมา ๆ การทำอาหารแบบง่าย ๆ การกวาดถูและทำความสะอาดบ้าน การซักรีดการรับประทานอาหาร
ที่สำคัญการฝึกเขียนบันทึก น้องนัทมีความสามารถเขียนบันทึกได้อย่างรวดเร็ว โดยให้เขียนลงสมุดก่อนทุกครั้ง เคยตรวจทานให้เพียงสองสามครั้ง แต่ระยะหลัง ๆ รู้สึกว่าเขียนได้ดีขึ้น และสามารถไปทักทายใคร ๆ ได้แล้ว ส่วนน้องปาล์มยังต้องฝึกอีกมาก เพราะสะกดคำภาษาไทยผิดมาก ๆ อย่างไม่น่าให้อภัย แต่ก็ดีใจที่น้องปาล์มมีความสนใจการอ่านหนังสือแทน ทำให้มีปัญหาการแย่งเครื่องกัน ฉันหันกลับมาใช้โน๊ตบุคผ่านมือถือ ความเร็ว ๑๑๕.๒ แต่มีอุปสรรคมากเพราะล่มบ่อย ๆ เสียเวลาในการเม้นท์และการตอบเม้นท์
ตอนเย็นฉันไปออกกำลังกาย มีคนถามฉันว่า "ดูท่าทางน้ำหนักขึ้นใช่ไหม... ขึ้นกี่โลล่ะ" ฉันตอบว่าไม่ทราบว่าน้ำหนักขึ้นหรือไม่ แต่กลัวน้ำหนักจะลดเพราะไม่ชอบผอม ชอบเป็นคนอ้วน ๆ มากกว่า กลับมาถึงบ้านลองชั่งน้ำหนัก ปรากฏน้ำหนักขึ้น ๓ ก.ก. จึงหายสงสัยว่ากระโปรงหรือกางเกงบางตัวดูเล็กลงถนัด...
ฉันลืมตัวหรือขาดสติกันแน่ที่ไม่รู้ตัวเองเลยว่าอ้วนหรือผอม เพราะสถานการณ์ไม่น่าจะมีเวลาสนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ แต่มันก็เป็นเรื่องของตัวเองไม่ใช่หรือ บันทึกฉบับนี้เขียนขึ้นเพราะอยากเขียนค่ะ

สวัสดีครับ พี่คุณครูคิม
@ ทำงานหนัก..ดูแลแต่คนอื่น
@ น้ำหนักขึ้น ๓ ก.ก.(แต่ก็ยังแข็งแรง)
@ ดูแลสุขภาพด้วยนะ
@ ด้วยความปรารถนาดี
@ จากน้องชายครับ
สวัสดีค่ะน้องชายไทบ้านผำ
มาขอบคุณที่เข้าไปทักทายครับพี่คิม จะอ้วนหรือผอมขอให้สุขภาพแข็งแรงไว้ก่อนละกันครับพี่
สวัสดีค่ะครูคิม
สบายดีนะคะ ห่างไกลหวัดนะ.....
ครูคิมมีอะไรให้ทำตั้งมากมาย...มีเวลาทุ่มเทให้เด็กๆ...
เอาดอกไม้มาเป็นกำลังใจนะคะ...
สวัสดีครับเกลอ จริงซิครับ พักหลังนี้ เกลอไม่ได้ ขี่เสือออกกำลัง มีกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น รักษาสุขภาพครับเกลอ
แวะมาทักทายพี่ครูคิมค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ
ยิ้มสู้เสมอค่ะ
อย่าประมาทขาดสติริปล่อยปละ ร่างกายจะอ่อนแอแพ้โรคร้าย
หมั่นตรวจสอบระวังตัวระวังใจ คิดพูดทำสิ่งใดให้ดี..ดี..ดี..ดี..ดี
สวัสดีค่ะน้องชายนายก้ามกุ้ง
สวัสดีค่ะครูแจ๋วคุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน
สวัสดีค่ะน้องแดง
สวัสดีค่ะเกลอวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สวัสดีค่ะน้อง @..สายธาร..@
สวัสดีค่ะท่าน...นายวิโรจน์ พูลสุข
สวัสดีค่ะน้องครู อิงจันทร์
สวัสดีค่ะคุณครูจักรกฤษณ์
ผมยิ่งทำงาน น้ำหนักก็ยิ่งขึ้นครับ ตอนนี้ หันมาวิ่งลดพุงครับ
สวัสดีค่ะท่านรองฯsmall man