สองสายงาน หนึ่งสายใจ

จากประสบการณ์ การบริหาร cup broad ในฐานะประธานบ้างรองประธานบ้าง เพราะเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน  ตั้งแต่มี  สปสช และโครงการ30บาทในปี45 ประมาณ 7ปี  มีภาระกิจ(พันธกิจ)สรุปง่ายๆคือ จัดบริการทุติยภูมิและปฐมภูมิ ผมได้ลองทบทวนการบริหารของตนเองพบว่ามีทั้ง จุดอ่อนจุดแข็งในตนเอง  สภาพแวดล้อมก็มีทั้งเอื้อและอุปสรรค   วันนี้ผมจะขอพูดถึงประเด็นโครงส้รางการบริหารระดับอำเภอ  ที่รู้ เข้าใจ วิพากวิจารณ์กันในวงการไปต่างๆ    ผมพบใน7ปีเจอ4 สสอ. 2 สสจ. มีสสจ.ท่านหนึ่งทำโครงการประกวดcup ."สองสายงาน หนึ่งสายใจ"   สสอ.บางท่านจบตรี บางท่านจบโท(สูงกว่า ผม?)

บางคนอาวุโส บางคนหนุ่มแน่น  บางคนมาถึงบอกว่า"หมอเอาไง ว่ามาเลยผมเอาด้วย" บางคนมาถึงบอก

อ้อมๆ ผมมีเป้าประสงค์ว่าจะมาทำอะไรให้สำเร็จ8-9อย่างอยู่ในใจแล้ว   บางคนเราจัดขบวนการพัฒนาโดยล้วงลูกลงสอ.ง่าย  บางท่านต้องมีขั้นตอน บางท่านงานเหรอหมอสั่งมาแล้วหมอติดตามด้วย บางท่านขอคิดขอทำเองบ้าง ขอควบคุมเอง(ช่วยกำกับ)  เรียกว่าได้โอกาสเรียนรู้การทำงานกันคนเยอะเชียว(มองบวก)  บางครั้งรู้สึเหนื่อยใจเหมือนกันกับการประสาน   บางครั้งได้ข่าวก็แอบอิจฉาที่หล่มสัก  บางครั้งได้ฟังอีกมุมจากอาจารย์และผู้ใหญ่บางท่านว่า ต่างคนต่างคิดก็ได้เติมจุดแข็งจุดอ่อน ได้แนวร่วม ได้คนคัดทาง ได้ความโปร่งใส  ก็คิดว่ามีส่วนถูกเหมือนกันนะ  แล้วจริงๆควรมีโครงสร้างการบริหารระดับอำเภอแบบไหนจึงจะมีประสิทธิภาพที่สุด หรือถ้าโครงสร้างแบบนี้ควรจัดการบริหารอย่างไร การเพิ่ม stakeholderในกรรมการจะเป็นคำตอบหรือเปล่า หรือการกระจายอำนาจควรเป็นแบบไหน ผมมีความคิดในใจพอสมควรหวังว่าจะมีโอกาสแสดงออกในโอกาสต่อไป  และอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้รู้ท่านอื่นๆด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ