click to comment 

        ฉันห่างจากการขี่จักรยานไปนานพอสมควร  วันนี้จึงได้โอกาสออกไปขี่จักรยานตั้งแต่เช้า  เคยฝึกขี่ครั้งแรกและเพิ่มระยะ ไปเรื่อย ๆ ถึง ๒๐ ก.ม.แต่ขี้บนถนนมิตรภาพ  ฉันคิดว่าไม่ปลอดภัยสำหรับฉัน ต้องหยุด ต้องรอเพื่อข้ามสัญญาณไฟแดง  ฉันจึงเปลี่ยนมาขี่รอบ ๆ หมู่บ้าน 

        วันนี้เช่นเดียวกัน  อากาศดีจึงขี่ออกไปปากซอย  ฉันเห็นมีผู้คนขี่จักรยานกันมากมาย โบกไม้โบกมือชวนฉันออกไปขี่ด้วย  พวกเขาคงขี่มาจากในเมือง ฉันขี่อ้อมหมู่บ้าน และกลับมาขี่รอบ ๆ หมู่บ้านวนไปมาระหว่างหมู่บ้านและปากซอย 

        เมื่อฉันขี่ไปเกือบถึงปากซอย  ฉันสังเกตว่ามีรถเก๋งป้ายแดงมาเทียบ  เจ้าของคือสุภาพสตรีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน  เป็นคนขับลดกระจกมาคุยด้วย เกี่ยวกับรถคันใหม่ราคาล้านกว่าบาท  ฉันชื่นชมเขาด้วยใจจริง เพราะเขาเรียนมาแทบจะไม่จบชั้นประถมศึกษา  เพราะเธอมาเรียนเพิ่ม กศน.จนจบหลังจากนั้น   เธอจะเป็นมาอย่างไร  เป็นเรื่องชีวิตและการต่อสู้ของแต่ละบุคคล  แต่เธอมีอัธยาศรัยไม่ตรีดีต่อฉันมาก  เสมอต้นเสมอปลาย

        หลังจากเธอแยกทางกับสามีซึ่งเป็นนายทหารชั้นประทวน ที่ติดสุราและการพนัน  เธอหอบลูกชายหญิงยังเล้ก ๆ กลับไปฝากแม่ไว้ที่บ้านนอกแล้วเธอไปหางานทำ  จนได้พบกับวิศวกรหนุ่มชาวอเมริกัน  จึงได้มาปลูกบ้านอยู่ที่หมู่บ้านของฉัน และมีลูกสาวใหม่อีก ๑ คน  ปัจจุบันเด็กทั้ง ๓ คนเรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติที่ปากช่อง 

       เธอบอกกับฉันว่า...อยากจะให้ฉันมีความสุขกับชีวิตปัจจุบัน  ตายไปก็เอาไปไม่ได้และไม่มีที่จะเหลือไว้ให้ใครอีก  อยากให้ฉันเปลี่ยนรถคันใหม่เหมือนเธอบ้าง เป็นการให้กำลังใจและรางวัลกับชีวิต ....และเธอบอกกับฉันว่า..."ไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับเธออะไรที่เธอตักตวงได้เธอจะรีบทำทันที สำหรับลูกเมื่อโตขึ้นให้ดิ้นรนหาเอาเองเหมือนที่เธอเป็นมาแล้ว เพราะส่งเสียให้ได้รับการศึกษามากแล้ว" ฉันไม่ได้ถามว่าเธอเป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไรในตัวเธอหรือเปล่า 

      เราหยุดคุยกันนานประมาณ ๓๐ นาที  ฉันกลับบ้านโดยไม่มีโจทย์ติดตัว  เพียงแต่คิดด้วยสติของตนเองว่า "คนเราคิดไม่เหมือนกัน ฉันไม่มีรถใหม่ป้ายแดงราคาแพง ๆ แต่ฉันก็มีความสุขเล็กน้อยตามที่ฉันมี" ฉันคงไม่อธิบายหรือชี้แจงว่าฉันมีทุกข์หรือมีสุขมากน้อยประการใด  เพียงแต่รับฟังรับทราบว่าเธอมีสุขฉันก็พอใจและยินดีทีเห็นเธอเป็นสุข 

      การที่จะอธิบายความรู้สึกเกี่ยวกับความทุกข์ความสุข  หรืออยากจะให้คนอื่นได้เข้าใจตัวตน  เป็นการเปลี่ยนค่านิยม ขึ้นอยู่กับบริบทแวดล้อมของคน ๆ นั้นด้วย และเป็นเรื่องของแต่ละคนในการได้เรียนรู้หรือการใกล้ชิดธรรมะและธรรมชาติในตัวตน