GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

หุงข้าว อย่าให้มีควัน

ถ้าให้จินตนาการถึงบ้านตามป่าตามดอย เราคงจะคิดถึงบ้านของคนที่อยู่แบบเรียบง่าย พออยู่พอกิน ทำกับข้าวกันเอง ควันลอยเหมือนจะอ้อยอิ่ง... ออกมาจากบ้านช้าๆ คนที่ไปอินเดียมาคงจะจำภาพผู้หญิงปั้นมูลโคเป็นก้อนกลมๆ ตากแดดไว้ตามข้างฝา หรือลานบ้าน กล่าวกันว่า ดุง (dung) ที่ว่านี้ใช้ปิ้งจะปาตี(โรตี)ได้อร่อยที่สุด และเป็นเสน่ห์ปลายจวักของสาวส่าหรีโดยแท้

ภาพการทำดุง หรือมูลโคตากแห้ง (picture from www.reuters.com)

ถ้าให้จินตนาการถึงบ้านตามป่าตามดอย เราคงจะคิดถึงบ้านของคนที่อยู่แบบเรียบง่าย พออยู่พอกิน ทำกับข้าวกันเอง ควันลอยเหมือนจะอ้อยอิ่ง... ออกมาจากบ้านช้าๆ

คนที่ไปอินเดียมาคงจะจำภาพผู้หญิงปั้นมูลโคเป็นก้อนกลมๆ ตากแดดไว้ตามข้างฝา หรือลานบ้าน กล่าวกันว่า ดุง (dung) ที่ว่านี้ใช้ปิ้งจะปาตี(โรตี)ได้อร่อยที่สุด และเป็นเสน่ห์ปลายจวักของสาวส่าหรีโดยแท้

วันนี้ผู้เขียนขอนำข่าวดีสำหรับท่านที่หุงข้าวแบบ “ไร้ควัน” ถึงจะปาตีจะอร่อยน้อยลงไปสักหน่อย ทว่า... ปลอดภัยกว่ากันเยอะเลย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงายข่าวบทสัมภาษณ์นายพลลี จง ว็อก ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า

ประชากรโลกประมาณครึ่งหนึ่งใช้ไม้ ถ่านหิน ดุง(มูลโคตากแห้ง) หรือเชื้อเพลิงแข็งอื่นๆ หุงข้าว ทำกับข้าว หรือใช้กับเตาผิง

ควันไฟจากการหุงข้าวและเตาผิงเป็นสาเหตุการตายของคนทั่วโลกประมาณปีละ 1,500,000 คน

ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 800,000 คน ผู้หญิง 500,000 คน และผู้ชาย 200,000 คน

สาเหตุที่เด็กและผู้หญิงตายจากควันไฟมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้ชายส่วนหนึ่งทำงานนอกบ้าน หรือใช้ชีวิตนอกบ้านมากกว่า

ปริมาณควันไฟที่คนในบ้านหายใจเข้าไปเทียบได้กับการสูบบุหรี่วันละ 2 แพ็ค (40 มวน)

ควันไฟเหล่านี้ทำให้เด็กๆ เสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด ฯลฯ เพิ่มขึ้น มีโอกาสเป็นปอดบวมเพิ่มขึ้น 2 เท่า

<p>การสูดควันไฟเข้าไปในระยะยาวทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านที่ “หุงข้าวมีควัน” เสี่ยงต่อโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) เพิ่มขึ้น 3 เท่า</p><p>ผู้เขียนสังเกตว่า คนทางภาคเหนือนิยมจุดไฟเผาขยะ เผาใบไม้ กิ่งไม้ นอกจากนั้นยังมีปัญหาจากไฟป่าที่เกิดจากคน </p><p></p><p>เมื่อสะสมกันแล้วทำให้ปริมาณฝุ่นละอองในภาคเหนือตอนบน เช่น เชียงใหม่ ฯลฯ สูงไม่แพ้กรุงเทพฯ</p><p>ปัจจุบันสถิติมะเร็งปอดที่ลำปางและเชียงใหม่สูงที่สุดในประเทศ น่าจะมีการรณรงค์เพื่อยกเลิกการเผาขยะ เผาใบไม้-กิ่งไม้ อากาศจะได้ดีขึ้น </p><p></p><p>ขอแสดงความยินดีกับบ้านที่ "หุงข้าวแบบไม่มีควัน" ครับ บ้านไหนยังใช้ฟืนอยู่ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจ เปลี่ยนที่ทำกับข้าวใหม่ให้อากาศระบายได้ดี และระวังอย่าให้ไฟมีควันมากเกิน เพื่อนบ้านจะได้ปลอดภัย...</p><p>ขอแนะนำ...                                                     </p>

    แหล่งที่มา:                                      

</font><ul>

  • ขอขอบคุณ > ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของสำนักข่าวรอยเตอร์ > ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า.
  • Many thanks to Reuters > Unclear fuels kill 1.5 million people per year. http://go.reuters.com/newsArticle.jhtml?type=healthNews&storyID=12071329&src=eDialog/GetContent > May 4, 2006.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพ มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙
  • </ul>

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

    หมายเลขบันทึก: 27538
    เขียน:
    แก้ไข:
    ความเห็น: 10
    อ่าน:
    สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

    ความเห็น (10)

    • เชิญชมภาพการทำดุง (มูลโคตากแห้ง) ภาพใหญ่ที่นี่ (ภาพจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า) >>> http://www.gotoknow.org/file/wullopporn/060508-dung.jpg

    เรียนอาจารย์หมอวัลลภ

    • อ่านเรื่องนี้ ทำให้นึกถึงสารคดีที่ผมเคยดู เรื่องการทำมูลโคตากแห้งไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิงในอินเดียครับ
    • เป็นเรื่องภูมิปัญญาครับ
    • แต่ท่านอาจารย์หมอวัลลภก็นำมาเขียนเกี่ยวโยงกับเรื่องสุขภาพครับ เป็นเรื่องดีครับ
    • ผมอยากให้อาจารย์ฯ ลองเข้าไปเยี่ยมชมบันทึกของผมเกี่ยวกับเรื่องการลงรูปภาพนะครับที่ beeman VS Penguins in New Zealand (beautiful) (บันทึกนี้ผมใช้แนวคิดของอาจารย์หมอวัลลภนะครับ ที่ทำให้มีภาพเล็กและภาพใหญ่อยู่ใกล้ๆ กันนะครับ ใครสนใจจะดูแค่ภาพเล็กก็ได้ หรืออยากดูภาพใหญ่ก็ได้ 
    • และอีกเรื่องคือ  Basic & Advance ของการใส่รูปในบล็อก (gotoknow V.1) 
    • เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ
    • ขอขอบคุณอาจารย์สมลักษณ์...
    • ขอคัดลอกข้อคิดเห็นของผมในบล็อกอาจารย์เรื่อง "นกเพนกวิน" มาตีพิมพ์ตรงนี้อีกครั้ง...
      • ขอขอบคุณอาจารย์สมลักษณ์...
      • บันทึกของอาจารย์น่าสนใจมากครับ
      • 1). มีการลงภาพน้อยภาพใหญ่ ขนาด 31-109K นับว่า มีความหลากหลาย (diversity) ของขนาดภาพมาก
      • 2). เรียงภาพเป็นแถว เป็นแนว ซึ่งตรงนี้ผมยังทำไม่เป็นเหมือนกัน
      • 3). เรื่อง "นกเพนกวิน" ของอาจารย์วิบูลย์และอาจารย์สมลักษณ์ทำให้คิดถึงเรื่องของเดงกิ (Denki)
      • 4). เดงกิเป็นสัตว์ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น ดูจะเป็นตัวเดียวกับที่นำมาตั้งเป็นชื่อแอร์ Saijo Denki
      • 5). ญี่ปุ่นมีคำพังเพยทำนองว่า เจ้าเดงกิเก่งในน้ำ ไม่เก่งบนบก
      • 6). คนส่วนใหญ่จะเก่งมากน้อยเรื่อง(เก่งเป็นบางเรื่อง) เก่งน้อยหลายเรื่อง เปรียบคล้ายนกที่บินเก่งกว่าเป็ด ปลาที่ว่ายน้ำเก่งกว่าเป็ด
      • 7). ทว่า... คนบางคนก็เก่งหลายเรื่องได้ เช่น นาวิกโยธิน (marine) รบเก่งทั้งบนบกและในน้ำ กล่าวกันว่า นาวิกโยธินต้องฝึกหนักกว่าทหารราบ(บก) และทหารเรือ(น้ำ)ทั่วๆ ไป
      • 8). สิ่งสำคัญมากจาก In Search of Excellence ดูจะของ Waterhouse & Frederickson ต้นฉบับดูจะให้ห้องสมุด มน.ไปแล้ว อาจารย์ท่านว่า "เราจะต้องเรียนที่จะรู้จักตัวเอง และทำอะไรจริงๆ จังๆ ในสาขาที่เราถนัด" การทำอย่างนี้จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าทำงานในสาขาที่ไม่ถนัด
      • 9). ความเห็นของผม... มองแบบคิดทางข้าง (Lateral thinking) ว่า การออกไปจากสาขาที่เราถนัดเป็นครั้งคราวมีดีเหมือนกัน บรรยากาศเช่นนั้นเป็นนาผืนดีสำหรับการเพาะพันธุ์ความคิดสร้างสรรค์
      • 10). ขอให้พวกเรา... สมาชิก Gotoknow หรือ NUKM... ตลอดจนท่านผู้อ่านทุกท่านเก่งแบบนาวิกโยธินนะครับ

    เรียนอาจารย์หมอวัลลภ

    • ผมอ่านทั้ง 2 แห่งแล้วครับ
    • เขียนวิจารณ์ได้ดีมากครับ ให้ข้อคิดดีๆ
    • เป็นการลปรร.ที่ดีครับ ขอบคุณมากครับ
    • ขอขอบคุณอาจารย์สมลักษณ์ และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
    • ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับเทคนิคการนำภาพขึ้นบล็อก บทความของอาจารย์มีประโยชน์มากต่อสมาชิก โดยเฉพาะประเภท Lotech-LoKM อย่างผม...
    มีช่วงหนึ่งที่แม่เปลี่ยนจากเตาถ่าน เตาไม้มาใช้เตาแกลบ อันนี้ได้ไฟแรงนะครับควันน้อยแต่ฝุ่นละอองของงแกลบมากหลายจบลานบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นละอองแกลบ อันนี้ทำไงดีครับอาจารย์ เพราะชาวบ้านเขาก็หาฟืนถ่านเท่าที่หาได้ ในท้องถิ่น
    • ขอขอบคุณอาจารย์ออต ท่านผู้ให้ข้อคิดเห็น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
    • เรื่องวิศวกรรมของเตานี่... ผมไม่ถนัดครับ
      1). เรียนเสนอให้ปรึกษาคณะวิศวกรรมฯ หรืออาชีวะอะไรทำนองนี้ น่าจะทำเป็นโครงงานปรับปรุงเป็น "เตาแกลบ-ควันต่ำ" หรือ "เตาแกลบ-ไร้ควัน" ได้
      2). ถ้าแก้ไขอะไรไม่ได้จริงๆ... ให้ทำกับข้าวนอกบ้าน อย่าทำกับข้าวแบบทางเหนือสมัยก่อนที่มีครัวอยู่ในบ้าน เพียงแค่แยกครัวออกไปนอกบ้าน ระบบอากาศจะเป็นระบบเปิด ทำให้ได้รับควันน้อยลงแล้ว
    • เรียนเสนอให้อาจารย์ลองปรึกษาอาจารย์วิศวกรรมดูครับ... <<<<< คลิกที่นี่ [ Click ] >>>>>
    แล้วควันที่เกิดจากการผัดกับข้าว  เช่น  ผักบุ้งไฟแดง  มีผลเหมือนกันไหมคะ  ขอบคุณค่ะ
    • ขอขอบคุณอาจารย์นุช ท่านผู้ให้ข้อคิดเห็น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
    • ควันที่เขาตือนเป็นควันที่มีเขม่าขนาดเล็กจำนวนมากจากการใช้เชื่อเพลิงแข็ง เช่น ถ่านหิน ไม้ ฟืน มูลโคตากแห้ง (ดุง) ฯลฯ
    • ควันจากการผัดกับข้าว... ไม่น่าจะเข้าข่ายครับ
      1). เพราะเราใช้เชื้อเพลิงที่มีเขม่าน้อย เช่น แก๊สหุงต้ม ถ่าน เตาไฟฟ้า ฯลฯ

      2). ควันขาวจากการผัดกับข้าวน่าจะเป็นละอองน้ำมันที่กระเด็นขึ้นมา ไม่ใข่ควันที่มีเขม่า
      3). ทางที่ปลอดภัยไว้ก่อนคือ
      ทำกับข้าวในที่ที่อากาศระบายได้ดีเสมอ 
    • ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอทุกท่านมีสุขภาพ อนามัยดี หุงข้าว ทำกับข้าวได้โดยไม่มีควันกันทุกท่าน...
                  fill in