การเก็บอาการแห่งจิต คือการที่เรารู้จักอ่าน รู้สังเกต รู้จักวิเคราะห์ลักษณะที่ต่าง ๆ ทั้งที่เกิดและไม่เกิด เมื่อครั้นที่จิตดวงนี้ถูกกระทบจากอายตนะภายนอกรวมถึงอายตนะภายใน...
ลักษณะทางอารมณ์ที่ผสาน ผสม จนเรารู้สึกว่าเกลียวกลมทั้งกาย วาจา ใจนั้น หากเรารู้จักอ่าน รู้จักสังเกตให้ดี เราจะเห็นความแตกต่างของอาการแห่งจิตนั้นในทุก ๆ วินาที
เวลาที่เราโกรธ ในแต่ละครั้งนั้นอาการแห่งจิตที่โกรธเกิดขึ้นและดับไปแตกต่างกัน
เวลาที่เราโลภ ในแต่ละครั้งนั้น อาการแห่งจิตที่โลภเกิดขึ้นและดับไปแตกต่างกัน
เวลาที่เราหลง ในแต่ละครั้งนั้น อาการแห่งจิตที่เราหลงก็เกิดขึ้นและดับไปก็แตกต่างกัน
ดังนั้นถ้าหากเรารู้จักอ่านลักษณะอาการแห่งจิตที่มีเหตุ มีปัจจัยทั้เกิด ไม่เกิด ทั้งดับและไม่ดับให้รู้อยู่ รู้ตัว เราก็จะสามารถรู้ซึ้งถึงเหตุและการดับไปซึ่งเหตุอันนั้น
จิตเรา จริตของเรา เรานั้นเองเป็นผู้รู้เกิดและรู้ดับ
พระพุทธองค์ทรงตรัสบอกหนทางการดู การรู้ซึ่งเหตุและปัจจัย แต่เราไซร้ต้องเป็นผู้กระทำซึ่งเหตุและปัจจัยนั้น
การเฝ้าดู จับตา จับผิดผู้อื่นนั้นไม่ก่อเกิดประโยชน์อะไรกับชีวิต รังแต่จะทำร้าย ทำลายล้างความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้ซึ่งกันและกัน
การเฝ้าดู จับตา และจับผิดตนเองอยู่ตลอดเวลา จึงก่อ จึงเกิดประโยชน์ และเป็นการกระทำที่สามารถลดโทษอันมีสาเหตุที่เกิดจากอารมณ์ที่ผสาน ผสม และบ่มออกมาเป็น “ลักษณะอาการแห่งจิต...”
จิตของเราเกิดและดับนับล้าน ล้านครั้งในทุกวัน หรือแม้นกระทั่งทุกวินาที
ลักษณะอาการทั้งหลายแห่งจิตดวงนี้ เป็นที่ตั้ง ที่อยู่ ที่เกิด ที่มี ซึ่ง “พุทธะ”
จิตเดิมแท้ จิตดวงเดิม จิตสว่างไสว จิตประภัสสร มีลักษณะอาการที่เกิด ที่ดับ และสามารถขับผ่านเมฆหมอกแห่งกิเลสร้ายออกมาให้เราได้ดู ได้เห็น อาการเป็นไปแห่งจิตที่สดใสนั้นอยู่ตลอดเวลา
หากเพียงแม้นเรารู้สึกสังเกตุ รู้จักอ่าน รู้จักสานพลังแห่งจิตเดิมแท้ ชีวิตนี้จักสดใสขึ้นอีกมาก
อ่านผู้อื่นให้น้อย อ่านตนเองให้มาก เป็น "การเก็บอาการแห่งจิต"
รู้จักอ่าน “ลักษณะอาการแห่งจิต” นี้
ปัญญาเห็นธรรมจักเกิดมี ในจิตนี้ อย่างแน่นอน...

ปรากฏกรรมใด เหตุการณ์ใด ความรรู้สึกใดเกิดขึ้นภายในจิตให้มองตามความเป็นจริงโดยไม่มีข้อสมมุติฐานคือไม่เอาอคติหรือความรู้ลัทธิใดเข้าไปทรอดแทรกและตีความ
แล้วจะรู้อย่างนิ่มนวลว่า..จิตที่แท้เป็นเช่นไร.....
หากจิตดีแล้ว ดั่งแก้วสดใส คิดดีมีไชย จิตใจ๋แกร่งกล้า
พูดดีอู้ดี ปิโยทั่วหน้า คำภาษิตา เหล่าล้วน
ก๋ารกระทำใด ได้ดีทั่วท้วน กั๋มมันตะถ้วน ทำดี
จิตคิดดีแล้ว เจื้อยแจ้วเป็นศรี ก๋ารกระทำดี ชีวีสุขถ้วน.
/\
สาธุ
อ่านตนเองให้มากกว่าอ่านผู้อื่น
พยายามอยู่ท่าน
พยายามทำเป็นกิจวัตรในวัน
แต่ก็ยากแต่ก็สนุกดี
แต่ก็ทรมานเหมือนกัน
พอมันรู้สึกจิตลงไปตระครุบเป็นผู้รู้สึกเร็วมาก
คล้ายโดนงาบ
ในหนังฉลาม กิเลสว่ายมาจากไหนไม่รู้ไม่ทันมอง งาบสะแล้ว รู้สึกตัวอีกที
ก็ยังดี เมื่อก่อนไม่เห็นอะไรเลยด้วยซ้ำ
อย่างทาน ธรรมฐิต กล่าว ......ยากเหมือนกัน เห็นด้วย จะพากเพียร