บันทึกที่ผ่านมา ท่าน ว.วชิรเมธี ได้นำเข้าสู่เรื่องของ "การตัดกรรมตามแนวพุทธ" (ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๑) ... บทนำ ... (ว.วชิรเมธี)) และ "ความหมายของกรรม" (ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๒) ... ความหมายของกรรม ... (ว.วชิรเมธี))
ตอนที่ ๓ นี้ ... เรามาทำความเข้าใจ "การให้ผลของกรรม" นะครับ ;)
ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๓)
การให้ผลของกรรม ... (ว.วชิรเมธี)
การให้ผลของกรรม เป็นเรื่องซับซ้อนยากเกินกว่าที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง พระพุทธองค์ตรัสว่า เรื่องที่เข้าใจยากสี่เรื่องซึ่งคนธรรมดาไม่ควรนำมาคิดให้เปลืองสมอง คือ
๑. เรื่องพุทธวิสัย ...
ความสามารถพิเศษหรืออัจฉริยภาพของพระพุทธเจ้า
๒. เรื่องฌานวิสัย ...
ความสามารถพิเศษหรืออัจฉริยภาพของคนที่ฝึกจิตมาเป็นอย่างดี
๓. เรื่องกรรมวิบาก ...
การให้ผลของกฎแห่งกรรม
๔. เรื่องโลกจินตา ...
การคิดปัญหาอภิปรัชญา เช่น โลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้สร้างโลก
สี่เรื่องนี้พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็น "อจินไตย" คือ เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาคิด (แต่ไม่ได้ห้ามคิด) เพราะอาจจะทำให้เสียเวลาเปล่า ชวนใจฟุ้งซ่าน ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาของชีวิต และเป็นเรื่องที่เหนือสามัญวิสัย พิสูจน์ได้ยาก ใครมัวคิดค้นหรือหาทางพิสูจน์ ยังไม่ได้รู้ความจริงก็อาจจะตายเสียก่อน หรือเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ กล่าวโดยย่อ ถึงคิดอย่างไรก็ไม่มีทางได้คำตอบที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะเรื่องทั้งสี่นี้อยู่เหนือวิสัยที่จะเข้าถึงได้ด้วยการคิดหรือการใช้ตรรกะ คิดมากอาจเป็นบ้าเพราะคิด
อย่างไรก็ตาม ที่ท่านไม่แนะนำให้คิดค้นนั้นไม่ได้หมายความว่า เรื่องเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง ตรงกันข้าม เรื่องทั้งสี่นี้เป็นความจริงที่มีอยู่ในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกรรมวิบาก หรือการให้ผลของกฎแห่งกรรม เป็นความจริงตามธรรมชาติที่มีอยู่ เป็นอยู่เอง และเกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยตรง โดยไม่เกี่ยวกับการค้นพบของพระพุทธเจ้าแต่เป็นธรรมดาตามธรรมชาติของกฎแห่งกรรมก็เหมือนกับความมีอยู่ของไฟที่ไม่ว่าเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม แต่เมื่อเอามือไปจี้ไฟทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อว่า ไฟร้อนก็จะไดรับผลเหมือนกัน คือ จะรู้ด้วยตัวเองว่า ไฟนั้นร้อนอย่างไม่มีทางปฏิเสธเป็นอื่นได้
(โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)
......................................................................................................................................
"อจินไตย" ไม่ใช่เรื่องพระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่ควรจะนำมาคิด เพราะสิ้นเปลืองเวลาที่จะทำความดีในช่วงเวลาของการเกิดมาเป็นมนุษย์ แต่นั่นก็มิได้หมายรวมว่า "ห้ามคิด" แต่ประการใด
ประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสกับบุคคลที่คิดลักษณะเช่นนี้ว่า อยากรู้ อยากลอง อยากพิสูจน์ เรื่องพวกนี้ ลงทุนในเวลาและชีวิตของตัวเองเข้าไปพิสูจน์ว่า จริงหรือไม่จริง เพียงแต่คำว่า "จริงหรือไม่จริง" เป็นแค่คำแก้เขินเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง บุคคลนั้นได้ตกหลุมพลางของความอยากรู้ของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ยิ่งหลงเข้าไป ยิ่งถอนตัวไม่ขึ้น เพราะความอยากรู้ ซึ่งเป็นกิเลสของมนุษย์มันมีปริมาณหนามากขึ้นเรื่อย ๆ ยากที่จะละทิ้ง ด้วยหัวใจที่อ่อนแอ และอ่อนไหว ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ จะสามารถขึ้นมาหลุมกิเลสนั้นได้
นักวิจัย เพียรพิสูจน์ "อจินไตย" เป็นเรื่องที่นอกเหนือคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ นำภูมิปัญญาตะวันตกมาคิดพิสูจน์สัจธรรมที่ปฏิบัติมาเป็นพันปี น่าขันหรือน่าเศร้าก็ไม่แน่ใจ ... แต่คนที่อยู่ใกล้เป็นห่วงกันทุกคน
ละทิ้ง ปล่อยวาง หันหลังกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง เส้นทางที่ไม่ได้ใช้ความลุ่มหลง จึงจะเป็นสิ่งดี
บุญรักษา ผู้เพียรทำดี ครับ ;)
......................................................................................................................................
บันทึกที่เกี่ยวข้อง ...
- ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๕) ... ตัดกรรมตามแนวพุทธกันอย่างไร ... (ว.วชิรเมธี)
- ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๔) ... พระพุทธองค์ทรงจำนนต่อกฎแห่งกรรม ... (ว.วชิรเมธี)
- ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๓) ... การให้ผลของกรรม ... (ว.วชิรเมธี)
- ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๒) ... ความหมายของกรรม ... (ว.วชิรเมธี)
- ตัดกรรมตามแนวพุทธ (๑) ... บทนำ ... (ว.วชิรเมธี)
- เราสามารถ "ตัดกรรม" หรือ "ลบล้างกรรม" ที่เราได้เคยทำมาได้จริง ๆ หรือ ?
......................................................................................................................................
หนังสือธรรม

ว.วชิรเมธี (นามแฝง). ธรรมะศักดิ์สิทธิ์. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: อมรินทร์ธรรมะ, ๒๕๕๒.
ผมก็มองว่า กรรม เราควร "อจินไตย" ครั้งจะมาตัดกรรม หรือ สแกนกรรม หรือ กระบวนการใดๆก็ตามเพื่อรื้อฟิื้นมาคิด มาดู เป็นการเสียเวลา
เพราะคนเรามีกรรมเป็นเจ้าเรือน เราวันนี้คือ ผลจากกรรมที่เราทำผ่านมา ซึ่งแก้ไขไม่ได้เเล้ว ก็ต้องคอยรับผลแห่งกรรมนั้น
สิ่งที่เราควรคิดและตระหนัก และกลัว(กลัวการทำผิด ทำมิชอบ)ให้มากคือ การทำกรรมในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลต่อเราในอนาคตกาล ต่างหาก
ขอบคุณครับ
เป็นเรื่องที่น่าสนใจค่ะ
หนูเองก็เคยคิดเรื่องวิบากกรรมเหมือนมันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก็ยงไม่พบคำตอบค่ะ
แต่ก็พอรู้บ้างว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่อาจารย์ Wasawat Deemarn
น้องนีนานันท์ คิดว่า ขอเพียงแต่ มี หิริโอตัปปะ คือ ความละอายต่อบาป และ เป็นสัมมาทิฎฐิ กรรมที่ทำ ก็จะเป็นกรรมดี และจะส่งผลดีเมื่อถึงเวลาที่เราควรได้ เหมือน ปลูกต้นผลไม้ใด ก็ได้ผลไม้นั้น...
ขออนุญาตฝากเพลงค่ะ
เพลง เงา พิ้งค์แพนเตอร์
http://www.imeem.com/glaibarn/music/88h5_S10//?rel=1
บางคนชาตินี้ มีแต่สุขนิรันดร์ ทำดี มีแต่สุขสันต์
ขอบคุณค่ะ
My Best by Thumbnails
http://www.flickr.com/photos/kausthub/3379940995/in/set-72157616043959648/
http://www.flickr.com/photos/kausthub/sets/72157614661290485/
Thank You.
ขอบคุณมากครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ;)
"อจินไตย" คือ สัจธรรมแห่งพระพุทธองค์ ครับ
หลายคนมีความหลงและมัวเมาในกิเลสเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งอัตตาในตนก็เพียบพร้อม พอจะให้กิเลสชักนำไปในทางที่ผิดได้
ผมเห็นมากะตา ครับ ;)
ขอบคุณมากครับ น้อง berger0123 ;)
คำตอบมีอยู่แล้วเมื่อสองพันห้าร้อยปีก่อน เพียงแต่น้องคงต้องค่อย ๆ ศึกษา หาคำตอบด้วยตนเองครับ
ป.ล. ขออภัยที่ต้องลบ "จอง" ออกครับ ;)
มันเป็นเรื่องของ "กรรม" ครับ น้อง นีนานันท์ ;)
สิ่งที่น้องควรทำ ณ เวลานี้ คือ ปล่อยและวางครับ
"กรรม" เป็นของใครของมัน ใครทำสิ่งใด ย่อมได้ผลสิ่งนั้น แต่หากน้อง นีนานันท์ ยังคงคิดถึงอยู่แต่ผู้ทำกรรมนั้นตลอดเวลา อาจจะไม่มีความสุขไปตลอด บาปกรรมก็เกิดกับตัวเอง ปล่อย ละ วาง ครับ
ปล่อยไปเถอะ มันเป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีใครหนีกรรมพ้น ครับ ;)
สิ่งที่น้องควรทำ ณ เวลานี้ คือ ปล่อยและวางครับ
ขอบคุณพี่อาจารย์ Wasawat Deemarn ค่ะ
ร้องเพลงไปด้วย โลกนี้คือละคร บทบาทบางตอน ชีวิตยอกย้อน(ซับซ้อน)ยับเยิน แล้วก็ ปล่อย... วาง โห... ได้ยินเสียงดังตุ๊บเบาๆ เพราะว่า วางเบาๆ ค่ะ อิ อิ
ขอบคุณครับ น้อง นีนานันท์ ;)
หนังสือขายดี คือ หนังสือที่ขึ้นปกว่า "ตัดกรรม" "หนีกรรม" แถม VCD บทสวดให้อะไรพวกนี้ครับ ... น้ำขึ้นให้รีบตัก บาปกรรมรีบทำเข้าไป
มันเป็น "อจินไตย" จริง ๆ ครับ
ขอบคุณครับ ท่าน ตาเหลิม ;) วันนี้แวะมาเยี่ยมบันทึกของผมมากมายทีเดียว