การคิดนอกกรอบกำลังมาแรง แต่การคิดนอกกรอบไม่ได้หมายถึงว่าเราจะนำไปปฏิบัติได้จริง แต่การคิดนอกกรอบก็เป็นแนวทางที่ผู้บริหารยุคไฟแรงต้องมีการคิดนอกกรอบบ้างเพราะเมื่อนำไปใช้จนประสบความสำเร็จแล้ว คุณจะเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงด้านความคิดหรือการปฏิบัติงานแบบเดิม ๆ ณรงค์วิทย์ แสนทอง ได้เขียนบทความ การคิดนอกกรอบสำหรับผู้บริหารองค์กรไว้น่าสนใจ ลองอ่านดูซิค่ะ
- ให้ผู้หางานสรรหาองค์กร
เราเคยเห็นแต่บริษัทลงโฆษณา แต่ถ้าผู้หางานลงโฆษณาเอง ผู้หางานออกบู๊ทในตลาดนัดแรงงานเอง แล้วบริษัทส่งคนมาหาคนก็น่าจะดีนะค่ะ หรือให้ผู้หางานนำเสนอตนเองกับบริษัทที่ตนต้องการ
ให้พนักงานกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพด้วยตัวเอง
ปัจจุบันองค์กรเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของลูกจ้างไว้เกือบทั้งหมด องค์กรจะกำหนดไว้เลยว่าเมื่อไหร่คนๆนั้นจะมีสิทธิเลื่อนตำแหน่งหรือระดับที่ สูงขึ้นไป ถ้าไม่มีตำแหน่งว่างก็รอไปจนกว่าจะรอไม่ไหวและออกไปที่อื่นหรือรอไปรอมาจน เกษียณอายุพอดีตำแหน่งก็ยังไม่ว่างอยู่ดี ถ้าเปลี่ยนใหม่เป็นให้คนทำงานเป็นผู้เขียนแผนความก้าวหน้าในชีวิตของตัวเอง ขึ้นมา แล้วนำเสนอต่อองค์กรว่าตัวเองคิดว่าจะเติบโตก้าวหน้าในด้านไหนเมื่อไหร่ อย่างไร ให้องค์กรพิจารณา
มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายคนทำงานระหว่างองค์กรโดยไม่ผ่านนายหน้า
ปัจจุบันองค์กรจะหาคนเองหรือไม่ก็หาผ่านบริษัทนายหน้า แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเองระหว่างบริษัทก็คงจะดีเพราะไม่ต้องเสียค่านายหน้าและไม่ถูกหลอกจากนายหน้า
ให้พนักงานเป็นผู้นำเสนอตัวเองในการเลื่อนตำแหน่งและปรับค่าจ้าง
พนักงานนำเสนอผลงานของตนเองโดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลาเลื่อนขั้นประจำปี ถ้าคิดว่าตนมีผลงานดีก็เสนอได้ตลอดเวลา
- วางแผนให้พนักงานออกจากงานเชิงรุก
ปัจจุบันเรากำลังตามแก้ปัญหาพนักงานลาออก ต่อไปเราจะต้องป้องกันปัญหาพนักงานออกจากงานโดยการกำหนดแผนการให้พนักงานออก จากงานด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ให้ออก เลิกจ้าง หางานที่อื่นที่เหมาะสมให้ ขายให้องค์กรอื่น หางานอิสระให้ทำ ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรสามารถกำหนดได้ว่าเมื่อไหร่ใครควรจะอยู่ใครควรจะไป อาจจะทำให้พนักงานแต่ละคนต้องทำงานให้ดีขึ้น เพราะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในแผนของการให้ออกหรือไม่
- มีธนาคารบุคลากรให้บริการยืมตัวบุคลากรกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน
มีองค์กรกลางในการบริการให้ยืม/เช่า/ขายบุคลากรในกรณีที่องค์กรต้องการ คนเร่งด่วนฉุกเฉินชั่วคราว
จากบทความนี้ผู้เขียนเขาบอกว่าไม่ได้หมายถึงให้นำไปปฏิบัติจริง แต่เพื่อให้ผู้บริหารฉุกคิดว่าการคิดนอกกรอบก็เป็นวิธีการใหม่ ๆ ที่น่าลองนำไปใช้ แต่ก่อนนำไปใช้ต้องปรับให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ว่าการที่คนเราจะคิดอะไรที่ไม่เหมือใคร (ในทางที่สร้างสรรค์) จะทำให้เกิดการพัฒนาโดยไม่ซ้ำแบบใครและต่อไปจะมีคนตามอย่างค่ะ

จะขอนำไปใช้ดูบ้างคู่ขนานกับ ...การคิดนอกรอบ ...ล้อเล่ง ๆ
การคิดนอกกรอบก็เป็นเรื่องที่ดีในบางเรื่องที่สร้างสรรค์ แต่โดยวัฒธรรมองค์กรของสังคมไทย ใครที่คิดนอกกรอบส่วนมากจะถูกมองว่า Crazy หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นการคิดนอกกรอบก็ต้องให้ถูกกับกาล ซึ่งก็หมายถึงเวลาและโอกาสด้วยจริงใหมคะคุณพี่
น้องนางบ้านนา
เข้ามาอ่านแล้วครับ เขียนได้เยอะเลยนะครับรอเพื่อนๆด้วย
ขอบคุณพี่แอ๊ว น้องนางและอาจารย์วิรัตน์ที่ให้กำลังใจ
น้องหน่อยแวะมาทักทายจ๊ะ มีบทความดีดีมาให้อ่านอีกแล้วนะคะพี่ พี่เหงี่ยมหาเก่งจัง ขยันที่สุดเลย
มาเยี่ยมชมผลงานครับ
ขอบคุณนะที่ขยันสรรหาบทความดี ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ขยันอ่าน ขยันคิด ขยันเขียนอย่างนี้ ประสบความสำเร็จเร็วแน่นอนค่ะ
เสาร์นี้ ดร.ดิศกุล สอนตามปกติ ฝากบอกต่อ
การคิดนอกกรอบบางครั้งก็ทำให้เราได้ความคิดดีๆ แวะมาเยี่ยมพี่เสงี่ยมค่ะ เก่งจังมีการ์ตูนดุ๊กดิ๊กด้วย อยากทำเป็นมั้ง ทำไม่เป็นพี่เสงี่ยมสอนน้องด้วยนะ
การคิดนอกกรอบทำให้เราไม่ต้องคอยตามใครค่ะ นี่แหละผู้นำตัวจริง
ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะมาเยี่ยมเยือนค่ะ