วันนี้แดดแจ่มจรัสฟ้า เอาของบนเตียง ผ้าปูเตียง มาซักดีกว่า เพราะนานจนจำไม่ได้แล้วว่า ไม่ได้ซักมานานเท่าไรแล้ว น่าจะเป็นปีได้แล้ว..มั้ง....อิอิอิ........

ผ้าปูเตียงชิ้นนี้เป็นผ้าปูที่ซื้อมาตั้งแต่แต่งงาน เป็นผ้าปูสีชมพูที่แต่งห้องหอได้งามยิ่งนัก....เหอเหอเหอ

นับจนถึงวันนี้อายุก็ปาเข้าไป ยิ่สิบปี ไม่นับจากวันผลิตอีกว่านานเท่าไร

ผ้าปูชนิดนี้ หากดูอีกที ก็คล้ายกับผ้าห่มไม่น้อย เพราะบุผ้าสำลีไว้ข้างใน จึงทำให้หนานุ่มเป็นพิเศษ เวลาซีกที จึงลำบากไม่น้อย

เมื่อก่อนก็เอาไปซักร้าน นานเข้าไม่ค่อยได้เปลี่ยนแถมด้วยอายุอานามก็นานโขแล้ว จึงทำให้สีชมพูสดใสกลายเป็นสีชมพูที่หม่นหมองเล็กน้อย เลยต้องซักเอง

ครานี้ก็มาถึงเครื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าก็ซื้อมาหลังการแต่งงานได้สามวัน อายุอานาม ก็ประมาณ 20 ปีได้แล้วเหมือนกัน กลไกบางอย่างก็ชำรุดไปบ้างแล้ว อย่างเช่น ช่องปั่นแห้งก็ปั่นไม่ได้แล้ว แม้...ว่าพี่ช่างข้างบ้านจะมาซ้อมให้หลายครั้ง..........เอาเถอะน๊า....ทนใช้ไปก่อน เพราะไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว 

ได้ความรู้จากเพื่อนมาว่า "เวลาซักผ้าห่ม ก่อนเอาไปตาก ให้เอาใส่ตะกร้าพลาสติกที่มีรูก่อน น้ำจะไหลออกมา เวลานำไปตาก ก็จะเบาและแห้งเร็วด้วย"

เอาด้วยดีกว่า ผ้าปูเราก็น้องๆผ้าห่ม นี่นา "จึงนำผ้าปูเตียงหลังซักแล้ว แต่ยังโชกไปด้วยน้ำ หนักมากด้วย ใส่ลงไปในตระกร้าพลาสติก น้ำไหลออกจนหยุดไหล จึงนำไปตาก"

ใช้ได้ผลเหมือนกัน หลังจากที่ใช้กับผ้าห่มมาหลายครั้ง

เพราะฉะนั้นหากใช้วิธีแบบโบราณในการซักผ้าห่ม หมายถึง การซักมือ หรือไม่ได้ปั่นแห้ง แนะนำให้เอาผ้าห่มที่เปียกน้ำ ลงในตะกร้าพลาสติก เพื่อให้น้ำไหลออกจากผ้าห่มเอง ทำให้ไม่เหนื่อยแรงมากในการบิดผ้า เพราะหากบิดผ้ารุนแรง คุณหมอบอกว่า อาจจะเกิดอาการนิ้วล็อกได้เหมือนก้น