เมื่อคืนเหมือนสบาย แต่ตื่นขึ้นมา

โอ้โห...มีไข้ ..หวลนึกถึงคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จำได้แม่นยำ

"เกิด แก่ เจ็บ ตาย" สมัยเป็นเด็ก รับรู้ แต่ไม่เข้าใจ

แม้มีประสบการณ์ตรงก็ไม่เข้าใจ

เป็นความรู้สึกรับรู้เพียงรู้สึกตื้นๆกับ my experience

 ณ วันนี้ผ่านมา โลกสอนให้คิดพิจารณา

เหมือนปฏิกริยาที่ฉันทำลงไป

สิ่งที่ฉันทำได้ในเวลานั้นคือปล่อยให้ความเงียบเปล่งออกมา

มองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ดำรงอยู่

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหลังจากมันเกิดขึ้นแล้ว

นั่นคือทางกายภาพ

แต่ฉันรับรู้ว่าคลื่นสมอง

และจิตหลายดวงเริ่มสั่นไหว

เป็นปฏิกริยาภายใน

ที่แม้พยายามปิดก็แอบเสนอหน้าออกมาทางสายตา แววตานั้น

ไม่ทันเปลี่ยนแปลงก่อนสัมผัสด้วยตาของฉันมาถึง

เดินไปที่มุมห้องแล้วหยิบมันออกมา

หัวใจร้องหา แล้วกวาดตาไปยังจุดหมายเดิม

ร่างน้อยนั้นสะดุ้งเล็กน้อย และสบตา

ฉันยิ้มให้ หัวใจร่ำร้องลุกขึ้นมาเถิดลูก 

ไม่มีอะไรหรอก  มันเป็นเรื่องปกติ 

สายตาฉันวิงวอน มีบางอย่างแว๊บเข้ามาทางขวา

ไวมาก ตามไม่ทัน

 แต่เหลียวตามความรู้สึก ร่างนั้นก้มหน้า

ฉันเพ่งนิ่งดูอึดเดียว

ร่างนั้นค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาเผชิญ

ด้วยสายตาสารภาพ

...ไม่..ไม่ใช่....

แต่แล้วฉันก็ยิ้มด้วยยินดี

...สัมผัสที่พบ...

ฉันพบผู้นำเกิดขึ้นในขณะที่ยิ้มไม่ทันจางไป 

ในภาวะที่เงียบงันชั่วขณะ

ฉันเชื้อเชิญ ด้วยใจ ออกมา...ออกมาลูก...

และกล่าวขอบใจสั้นๆด้วยสายตา

ดูเหมือนร่างนั้นจะยิ้มตอบ

แล้วรีบลุกขึ้นมาอย่างกระวี กระวาด ออกมา

เสียงพูดปนความดีใจของร่างที่เคลื่อนออกมาอย่างลิงโลด

เร็วพอๆกับเสียงพูดทำลายความเงียบ

.. เร็ว..พวกเรามาช่วยกันเก็บเศษแก้วระวังบาดมือนะ

ฉันถอยไปยืนมองที่มุมประตู ..

ยิ้มกับตัวเอง เป็นความเบิกบานใจครั้งแรกที่ฉันสัมผัส

ความเงียบมิใช่....เงียบที่ไร้ความรู้สึก

บางครั้งเราจะพบว่าในความเงียบช่วยให้เรา

มีสติคิด...

และกำกับกายเราให้กระทำในสิ่งที่ควร

มากกว่าการเปิดโอกาสให้กายทำหน้าที่

โดยขาดสติ

อีกหนึ่งที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง

ฉันเดินไปโอบกอดร่างนั้นเบาๆไว้ และกระซิบร่างนั้นว่า

" ม่ามี๊ก็เคยทำกระจกที่บ้านแตก อิอิ"