ผู้นำที่ฉลาดรู้ทางอารมณ์
(Emotionally Intelligent Leadership)
นักจิตวิทยาและนักวิจัยตลอดจนผู้นำทั้งหลายในยุคปัจจุบันได้ให้ความสนใจและยอมรับถึงความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ซึ่งเป็นความสามารถที่เชื่อมโยงกับความมีประสิทธิผลของมนุษย์มีนักวิจัยเช่นDaniel Goleman (1999)กล่าวว่าความฉลาดทางอารมณ์มีความสำคัญเป็นสองเท่าของความฉลาดทางสติปัญญา(IQ)รวมกับทักษะทางเทคนิคในการช่วยให้ทำงานได้สำเร็จนอกจากนี้บุคคลยิ่งมีตำแหน่งสูงขึ้นในองค์การความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ยิ่งทวีตามความสูงของตำแหน่งนั้นทั้งนี้เพราะการมีทักษะและความเข้าใจทางอารมณ์จะช่วยเป็นตัวขับเคลื่อนความคิดและการตัดสินใจตลอดจนการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นของผู้นำ
มีผลการวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย: UCLA (กรมสุขภาพจิต,2543) ซึ่งแสดงว่า 7% ของความสำเร็จในการเป็นผู้นำมีส่วนเกี่ยวข้องกับความฉลาดส่วนอีก 93% เป็นผลจาก คุณสมบัติอื่นได้แก่ความไว้วางใจความมีสมดุลการรับรู้ความเป็นจริงความซื่อสัตย์ความเป็นอยู่และการมีอำนาจเหนือคุณสมบัติด้านเชาวน์ปัญญาเหล่านี้เป็นที่มาของEQหรือความฉลาดทางอารมณ์ทั้งสิ้น
Higgs และDulewicz (1999)นักวิจัยด้านความฉลาดทางอารมณ์ได้ช่วยทำให้คำนิยามที่แจ่มชัดขึ้นของคำว่าความฉลาดทางอารมณ์หรือEmotional intelligenceและช่วยให้เราเข้าใจถึงผลกระทบต่อภาวะแวดล้อมของการทำงานโดยเห็นว่าควรให้คำนิยามใหม่ไว้ดังนี้
“ความฉลาดทางอารมณ์”หมายถึงการบรรลุเป้าหมายของบุคคลโดยใช้ความสามารถบริหารจัดการกับความรู้สึกและอารมณ์ตนเองมีความสามารถรับรู้ได้ไวและมีอิทธิพลต่อบุคคลสำคัญอื่นๆและสามารถในการสร้างสมดุลของภาวะจูงใจและแรงขับของตนด้วยพฤติกรรมอย่างผู้มีสติสัมปชัญญะและมีจริยธรรม”
จากบทความทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบว่า ผู้นำต้องมีความสามารถในการควบคุมและกำกับพลังอำนาจทางอารมณ์ของตนเพื่อเป็นการเสริมสร้างความพึงพอใจขวัญกำลังใจและแรงจูงใจของพนักงานตลอดจนส่งเสริมความมีประสิทธิผลให้กับองค์การโดยเฉพาะในภาวะแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ต่อพนักงาน หน่วยงานทั้งหลายจึงเพิ่มความสำคัญต่อการพัฒนาด้านความฉลาดทางอารมณ์ให้กับผู้นำของตนมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
ขอขอบพระคุณ
รศ. สุเทพพงศ์ศรีวัฒน์
มาขอเรียนรู้การครองอารมณ์ เคยปากไวพูดอะไรออกไปโดยไม่ทันได้คิด แล้วก็เกิดปัญหาตามมามากมาย พูดไปแล้วก็คิดขึ้นได้ว่าทำไมเราจึงพูดแบบนี้ ไม่พูดแบบนั้นฟังแล้วดีกว่าแยะเลยทั้งที่มีความหมายอย่างเดียวกัน ขอบพระคุณ โชคดีครับ
ผู้นำที่ดีต้องมีความสามารถในการควบคุมและกำกับพลังอำนาจทางอารมณ์ของตนเองได้ดี ข้อนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งคะคุณพี่
แวะมาทักทายจ๊ะน้องโอ๋ เห็นด้วยกับบทความนี้เป็นอย่างยิ่งผู้นำที่ดีต้องรู้จักบริหารอารมณ์ของตนเองให้เป็น
ผู้นำที่ดี...ต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ
สามารถควบคุมตัวเองได้..
และการควบคุมตัวเอง ก็ถือเป็นคุณลักษณะอันสำคัญของการบริหารองค์กรไปในตัวด้วยเช่นกัน
และสิ่งนี้ คือสิ่งที่ผมพยายามอย่างมาก แต่ก็ล้มเหลว บ่อยเหมือนกัน
ดีมากคะ ตามมาอ่าน มีของดีดีทั้งน้านเลย
แอบเซฟไว้แล้วนะคะ
ไม่ว่ากันอยู่แล้วเดี๋ยวจะนำบทความที่มีประโยชน์มาให้อีกเยอะแยะเลยค่ะ จะแวะไปชมที่บล๊อกนะค่ะ
ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ผอ.ประจักษ์ น้องนาง พี่หน่อย และคุณแผ่นดิน มากเลยค่ะที่แวะเข้ามาแสดงความคิดเห็นไว้
ความคิดเห็นทุกข้อความเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของบล็อกมาเลยค่ะจะนำไปเป็นข้อคิดในการทำรายงานและวิจัยในโอกาสต่อไป
ขอบพระคุณค่ะ
การเป็นผู้นำที่ดีต้องมีการระงับอารมณ์ของตนเองได้ เพราะบางทีอารรมณ์ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการทำงานในองค์กรได้ แวะมาเยี่ยมค่ะ สู้ สู้ นะค่ะ พี่โอ๋
อารมณ์เป็นสิ่งที่ควบคุมอยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของคนเรา พยายามข่มใจให้เย็นก่อนจะพูดหรือตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญออกมา ขอบใจมากจะน้องจิ๊บที่แวะมาเยี่ยม
น้องโอ๋เป็นผู้บริหารที่มีความฉลาดทางอารมณ์อยู่แล้วค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะยังต้องศึกษาเรียนรู้จากพี่ๆ อีกเยอะค่ะพี่เหงี่ยม ก็เล็งพี่เหงี่ยมไว้เป็นแบบอย่าง หวังว่าคงไม่สงวนสิทธิ์นะค่ะ