เกือบแล้วไหมล่ะเกือบจะไม่ได้แต่งซะแล้ว

ตอนที่ 29

  ถึงวัยที่ต้องมีครอบครัว

  เมื่อเรียนจบ ปวส. แล้วผมกลับเข้ามาอยู่ในเหมืองแม่เมาะโดยอาศัยบ้านพัก กฟผ. เช้ามีมอไซค์คู่ใจ CG 125 ไปทำงาน เย็นหากไม่ทำงานล่วงเวลาจะออกกำลังกายไม่ตีเทนนิสก็ตีแบดมินตัน  อย่างที่ผมได้เขียนมาแล้วว่าสถานที่ทำงานนั้นอยู่กันด้วยความรักและความสามัคคี  หากมีการจัดท่องเที่ยวพวกเราจะไปเป็นกลุ่มเป็นคณะ โดยการนำของหัวหน้ากอง  ในบางครั้งจะมีคนที่รู้จักกันเป็นส่วนตัว (ใครมีแฟนก็ชวนแฟนไปด้วย) ก็ชวนกันไป  ผมเองถือโอกาสตอนนี้แหละ แรก ๆ  พอขึ้นรถได้ใช้เพลงเป็นพ่อสื่อใช้ชื่อคนที่ชอบมาใส่ในบางช่วงบางตอนของเพลง  จนเพื่อน ๆ รู้ว่าผมจีบใครอยู่ แรก ๆ แฟนผมก็เฉย ๆ เค้าคงคิดว่าผมคงร้องสนุก ๆ และร้องเล่น ๆ  

การไปเที่ยวในสมัยนั้นจะไปในช่วงหน้าหนาว เฉลี่ยเดือนละครั้ง เริ่มตั้งแต่ตุลา ถึง กุมภา   และอีกช่วงหนึ่งหน้าร้อน  หน้าหนาวไม่ไปเชียงใหม่ก็ไปเชียงราย ส่วนหน้าร้อน (สงกรานต์) ไม่ไปเชียงใหม่ ก็เที่ยวอยู่ในลำปาง    สถานที่ไปเที่ยวหน้าหนาวที่ชอบมาก ๆ  คือ ดอยอ่างขาง  ห้วยน้ำรู  ห้วยน้ำดัง  น้ำผุร้อนที่ฝาง  ดอยปุย  ดอยอินทนนท์  แม่สาย   จากการที่ได้ไปเที่ยวนี้เองจึงสนิทสนมกับคนที่เราร้องเพลงจีบ จนสุดท้ายมาเป็นแฟนกัน  ที่จริงแล้วแฟนผมไปทำงานที่ จ.ลำปาง เป็นการชั่วคราว แต่ก็เป็นชั่วคราวที่ยาวพอสมควร  ผมเลยจีบเสียเลย

เราคบกันและดูใจกันเกือบ ๒ ปี ผมขอเธอแต่งงาน อยู่ในช่วงที่ผมเดินสายขอให้ วค.ลำปาง เปิดสาขาการจัดการ  ตอนนั้นคิดว่าแต่งงานก่อนดีกว่าเรื่องเรียนเอาไว้ทีหลังคงทัน 

แต่ก็มีเหตุกราณ์ที่เกือบจะไม่ได้แต่ง  เนื่องจากแฟนยื่นคำขาดว่าผมต้องไปอย่ากับเมียน้องชายก่อน  ถึงตอนนี้งงไหมครับ  เอาเป็นว่าผมเล่าให้อ่านสั้น ๆ แล้วกัน  ก็ผมน่ะซิครับดันไปจดทะเบียนสมรสกับเมียน้องชาย  โดยตอนนั้นหวังว่าจะเอาลูกของน้องชายเข้าประวัติมาเป็นลูกของผมจะได้เบิกค่าสวัสดิการต่าง ๆ ได้   ซึ่งพอเอาเข้าจริง ๆ แล้วไม่ได้เอาลูกของน้องชายเข้าประวัติ  เพราะกลัวว่าจะโดนคดีแจ้งเท็จ  ดีที่ว่าเมียน้องชายยอมจะทะเบียนหย่าให้  เกือบแล้วไหมล่ะเกือบจะไม่ได้แต่งซะแล้ว