ลูกจ๋า กลับบ้านเราเถอะนะ

จากบันทึกที่เเล้ว..คืนนี้หลังจากที่รับทราบข้อมูลของคนไข้ทุกคนแล้วฉันเดิน Round คนไข้พร้อมน้องก้อยพยาบาลน้องใหม่ที่ขึ้นคู่กับฉันเพื่อเรียนรู้การทำงาน ฉันเดินไปหยุดอยู่ที่เตียง 29

             ใช่เเล้วภาพที่เห็นคือน้อออ นอนหายใจรวยรินถึงเเม้จมูกจะครอบออกซิเจนไว้เเต่ดูแล้วออกซิเจนก็ช่วยน้องออได้ไม่มากนัก  ฉันนั่งลงข้างเตียงพร้อมกับยื่นมือขวาไปลูบศรีษะออเบาๆ เเละถามออขึ้นว่า "หนูไหวมั๊ย" ออส่ายหน้าพูดไม่เป็นคำเเต่พอจะจับประเด็นได้ว่าหนูไม่ไหว  ....หันไปทางเเม่เเละพ่อ สีหน้าของทั้งสองคนดูไม่สู้ดีนักมองเห็นเเวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ฉันหันไปบอกกับทั้งพ่อเเละเเม่ออว่า "วันนี้ หมอกุ้งอยู่เป็นเพื่อนนะ อยู่ด้วยกันถึงเช้านู่นเเหละ มีอะไรก็ให้บอก ถ้าน้องปวดก็ขอยาได้หมอสั่งยาเเก้ปวดไว้ให้ ฉีดได้ทุก 2 ชั่วโมงน้องจะได้ไม่ทรมาน" ทั้งสองคนผงกศรีษะ ฉันนั่งอยู่เป็นเพื่อนสักพักจึงขอตัวกลับมาดูน้องก้อย round chart 

           ไม่นานเเม่ออเดินมาบอกว่า " น้ากุ้งซ่อยไปเบิ่งน้องออเเหน่  สงสัยจะบ่ไหวเเล้ว ทั้งปวดคอ ขอยาเเก้ปวดนำเด้อ " ฉันผละจากน้องก้อยเเล้วรีบลุกไปเตรียมยาเเก้ปวดพร้อมกับถือถาดยาเดินตามเเม่ออไป ก่อนที่ฉันจะได้ฉีดยาให้ออ  "อย่าพึ่งฉีดได้บ่ครับ ผมย่านลูกผมไปเลย" ฉันต้องหยุดการฉีดยาไว้ก่อน ในใจคิดว่าหากฉันฉีดยาเข็มนี้เเล้วเกิดออหลับไปเลยจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น พอตั้งสติได้ ฉันจึงบอกกับพ่อว่า ยาขนาดที่คุณหมอสั่งไว้ให้ออ เป็นขนาดที่ปลอดภัยเเละจะช่วยให้ออไม่ปวด ไม่ทรมาน  พูดจบฉันหันไปมองออ ออบอกฉันว่าฉีดให้หนูเถอะ หนูไม่ไหวเเล้ว หนูปวดคอ ฉันหันไปทางพ่อเพื่อขอความเห็นอีกครั้ง" ฉีดกะฉีดครับผมสงสารลูก โรคอิหยังน้อคือทรมานเเท้ลูกเอ๊ย " เสียงพ่อเครือๆ เเละปล่อยโฮออกมาท่ามกลางฉัน เเม่ออเเละออ ฉันตกใจที่เห็นพ่อร้องไห้ เเต่ฉันก็ต้องทำหน้าที่ในการช่วยให้ออได้ลดจากความปวดก่อน..

           หลังฉีดยาฉันจูงมือพ่อมานั่งข้างๆออ เเม่นั่งอยู่ข้างเตียงอีกฟากหนึ่ง ฉันหยิบพวงมาลัยที่วางอยู่เหนือศรีษะมาวางที่มือออ พร้อมกับพูดขึ้นว่า "วันนี้เราจะต้องช่วยน้องออนะ หากน้องจะจากเราไปก็ขอให้เขาไปอย่างมีสติ เรามาช่วยกันพาน้องสวดมนต์ น้องออได้ยินที่พี่พูดมั๊ย ออผงกศรีษะรับคำ นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นึกถึงสิ่งดีดีที่ออทำมา" "นึกถึงวันที่เเม่พาออไปวัด" เสียงเเม่เสริมเข้ามา ตั้งสติให้มั่น พอฉันพูดจบ พ่อเริ่มขยับเข้ามาจับมือออ พร้อมกับหอมที่มือลูกสาวคนเดียวเบาๆ

           ออหลับตาลงช้าๆ พยายามที่จะข่มตาให้หลับเเต่อาการหายใจลำบากทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ไม่นานญาติๆรวมทั้งพี่ชายคนเดียวของออก็เดินทางมาถึง ทันทีที่เห็นน้อง พี่ก็ปล่อยโฮเช่นเดียวกัน นาทีนั้นฉันเองก็รู้สึกขนลุกเเต่ก็ต้องทำหน้าที่ในการให้กำลังใจกับครอบครัว จากที่ยืนจับมือน้อง พี่เปลี่ยนจากยืนข้างเตียงเป็นขึ้นไปนั่งบนเตียงเเละกอดน้องไว้ ภาพที่เห็นฉันได้เเต่บอกว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต ทุกคนอยากอยู่กับคนที่รัก  ถ้าตายก็ขอให้ตายในอ้อมกอดของคนที่เรารัก วันนี้ถึงเเม้จะเศร้าเเต่ฉันรู้สึกว่าออได้อยู่ท่ามกลางคนที่เขารักทุกคนแล้ว ฉันบอกพี่ชายของออว่า "มีอะไรจะบอกน้องมั๊ย พี่น้องมีอะไรที่ยังไม่ได้พูดกันขอให้พูดซะนะ"  ฉันเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันตามลำพังจนฟ้าสาง

         เวลาประมาณ 6 โมงหลังช่วยกันฉีดยาเเละเจาะเลือดคนไข้ เเม่ออเดินมาบอกฉันว่า "ออกระโดดกอดคอเเม่เเล้วก็บอกว่าพาหนูกลับบ้านเถอะ หนูอยากกลับบ้าน น้ากุ้งสิเฮ็ดจั่งได๋"  ทันใดหมอนุ่นก็เดินเข้ามา ward พอดี ฉันรีบรายงานความต้องการของออเเละครอบครัว หมอนุ่นเดินไปดูออ พร้อมกับบอกว่า "ถ้าคุณพ่อ คุณเเม่จะพาน้องกลับบ้าน หมอจะอนุญาตให้กลับได้นะคะ" พูดจบหมอนุ่นรีบมาจัดการ order และฉันได้ให้ความมั่นใจว่าเราจะคิดค่ารักษาให้ไม่ต้องห่วงนะ ส่วนออกซิเจนเตรียมไว้เเล้วคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร สุดท้ายออได้กลับบ้านภายในเวลา 30 นาที ดูท่าทางจะดีใจรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเก่ง ไม่นานเวรเปลก็มารับ ฉันเดินไปส่งออหน้าลิฟท์ พร้อมกับคำอวยพร "โชคดีนะ กลับบ้านเรานะน้องออ "

         เสร็จจากส่งออกลับบ้านฉันนั่งลงพร้อมกับอาการมึนศรีษะ เหมือนจะล้ม เเล้วก็บอกกับตัวเองว่าวันนี้อีกหนึ่งวันที่ได้ทำหน้าที่ในการส่งคนไข้ระยะสุดท้ายกลับบ้าน จะด้วยสภาพที่ยังมีลมหายใจหรือหมดลมหายใจเเล้วก็ตาม ก็ถือว่าวันนี้ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด วันนี้ได้บุญเเล้ว

          เช้าวันต่อมาฉันเองยังคิดห่วงว่าออจะเป็นอย่างไร จึงได้โทรศัพท์ไปที่บ้าน พี่ชายเป็นคนรับสายเเละเเจ้งว่า ออจากทุกคนไปเเล้วเมื่อเวลา 5 โมงเย็น ฉันอึ้งไปพักใหญ่พร้อมกับบอกว่า "ทีมเราขอเเสดงความเสียใจด้วยนะคะ ทุกคนทำดีที่สุดเเล้ว "จะทำพิธีฌาปนกิจวันไหนคะ" ฉันถาม "วันที่ 8 ครับเพราะวันที่ 7 เป็นวันพระ"  "ขอส่งใจไปให้ทุกคนในครอบครัวนะและขอให้น้องออไปดี ฝากบอกพ่อกับเเม่ ดูพ่อด้วยนะดูท่าทางพ่อจะเสียใจมากเลยนะ เเต่พี่ก็คิดว่าทุกคนก็เสียใจไม่เเพ้กัน มีโอกาสคงได้มาเยี่ยมศรีนครินทร์นะหรือเราอาจจะไปเยี่ยมที่บ้านเลยก็ได้ โชคดีเด้อ " ฉันกล่าวทิ้งท้าย