ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

 

การสัมมนาทางเศรษฐกิจ

มหัศจรรย์ตลาดอินเดีย โอกาสทองของไทยในวิกฤติเศรษฐกิจโลก

2-3 กรกฎาคม 2552

โรงแรม อมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯ

 

ระหว่างวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2552 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ได้จัดการสัมมนาทางเศรษฐกิจโดยใช้ชื่อมหัศจรรย์ตลาดอินเดีย โอกาสทองของไทยในวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่โรงแรม อมารีวอเตอร์เกท กรุงเทพฯโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลการวิจัยข้อมูลเชิงลึกตลาดอินเดียในสาขาที่มีศักยภาพ 6 สาขา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี ได้จัดจ้างทำการวิจัยในปี 2551 เพื่อชี้ลู่ทางและโอกาสทางการค้าและการลงทุนไทย-อินเดีย ตลอดจนให้คำแนะนำและขั้นตอนการทำธุรกิจไทยที่สามารถปฏิบัติได้จริง  โดยในเบื้องต้นได้วิจัยเจาะลึกใน 6 สาขา ดังนี้ กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในครัวเรือน วัสดุก่อสร้าง การบริการ ชิ้นส่วนรถยนต์ การขายปลีก และการขนส่ง และเพิ่มสาขาการท่องเที่ยวอีก 1 สาขา

 

เหตุผล – ความสำคัญของตลาดอินเดียในปัจจุบัน

“Recession has not hit India as much as it has impacted the US and other western countries” - Pravin Nanavati, President, Surat Diamond Association.

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา อินเดียเปรียบเสมือนแหล่งทองของโอกาสทางเศรษฐกิจ ตัวเลขและดัชนีต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนในอินเดียยังเดินหน้าไปได้อย่างดี มีการว่าจ้างงานเพิ่มขึ้น และภาคอุตสาหกรรมมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซีเมนต์ เหล็กกล้า เครื่องจักร การขนส่งทางเรือ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้ ดัชนี Composite Leading Index (CLI) ของธนาคาร Nomura ดัชนี Lead Economic Indicator (LEI) ของธนาคาร UBS และดัชนีPurchasing Managers’ Index (PMI) ของธนาคาร ABN Amro ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจอินเดียกำลังจะผลิกฟื้นขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว

        ตลาดอินเดียจึงเป็นที่จับตาของโลกในขณะนี้ ในส่วนของภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้        นักธุรกิจชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียมีความกระตือรือร้นที่จะขยายฐานทางธุรกิจมาในตลาดอินเดีย เช่นเดียวกับนักธุรกิจไทยที่หันมาให้ความสำคัญตลาดอินเดียมากขึ้น และจำนวนของผู้ประกอบการไทยในหลากหลายสาขาที่สามารถเข้าถึงตลาดอินเดียได้อย่างประสบความสำเร็จ        ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โอกาสทางธุรกิจในอินเดียจึงนับวันจะทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังการบรรลุข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย และในอนาคตอันใกล้อาเซียน-อินเดีย

โดยที่ตลาดอินเดียยังถือว่าเป็นตลาดใหม่ในสายตาของนักธุรกิจไทย ข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญเพื่อจะนำไปประกอบการวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจและทำความเข้าใจตลาดอินเดียอย่างถูกต้องต่อไป สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงเห็นว่าข้อมูลจากการวิจัยเจาะลึกดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักธุรกิจไทย และสมควรนำเสนอให้นักธุรกิจไทยทราบโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงเวลาปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ทำให้นักธุรกิจมีความจำเป็นต้องเสาะหาโอกาสและลู่ทางการค้าการลงทุนใหม่ ๆ

 

ให้ความรู้แบบเจาะลึกรายสาขา

         สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเป็นผู้บรรยายในการสัมมนา โดยมุ่งเน้นที่จะเชิญผู้ที่มีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และ/หรือ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจในอินเดีย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เข้าร่วมการสัมมนา  โดยแบ่งการสัมมนาเป็น 3 ช่วงหลัก คือ ช่วงแรกในเช้าวันที่ 2 กค. 2552  เป็นการบรรยายถึงภาพรวมของโอกาสและลู่ทางการทำธุรกิจในอินเดียซึ่งได้เรียนเชิญท่านกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้บรรยาย มีผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ทั้งที่ประจำอยู่ที่เดลีและ จากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมาให้ความรู้

ช่วงที่สองตั้งแต่บ่ายของวันที่ 2 กค. 2552 จนถึงครึ่งเช้าของวันที่ 3 กค. 2552  เป็นการบรรยายถึงโอกาสและลู่ทางการทำธุรกิจ ตลอดจนขั้นตอนการปฏิบัติในการทำธุรกิจรายสาขา รวม 6 สาขา ได้แก่กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในครัวเรือน โดยมีนายชาคริต วรชาครียานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทร๊อก เวิธจำกัด (มหาชน)มาบรรยายประสบการณ์การทำธุรกิจในอินเดีย สาขาวัสดุก่อสร้างได้เชิญนายอัครพล ทิพย์วงศ์ผู้จัดการภูมิภาคเอเชียใต้ บริษัทปูนซีเมนต์ไทยมาบรรยาย  สาขาการบริการได้เชิญนายวุฒิชัย หาญพาณิชย์ บริษัท Harnn Products จำกัดมาบรรยายประสบการณ์ในการทำธุรกิจสปาในอินเดียซึ่งมีลุ่ทางสดใส สาขาชิ้นส่วนรถยนต์ได้เชิญนายชุมพล รังสรรค์ จากบริษัทไทยซัมมิทมาบรรยาย  การขายปลีก และการขนส่งได้เชิญนาย Vinod Kumar Gupta จากบริษัท Indorama Polymers Public Co., Ltd มาให้ความรู้  และเพิ่มสาขาการท่องเที่ยวอีก 1 สาขา  ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตเห็นว่ามีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับสาขาการบริการจึงได้เชิญให้นายฉัตทันต์ กุญชร ณ อยุธยา ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ กรุงนิวเดลีมาร่วมบรรยาย

         ในช่วงที่สามวันที่ 3 กค. 2552 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการสัมมนา ได้จัดให้มี คลินิกทางธุรกิจ โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ชาวอินเดียและผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกรรมในอินเดียได้แก่นางสาวนวลนภา วงศ์ธวัชชัย ผู้จัดการสาขาอาวุโสธนาคารกรุงไทยที่มุมไบมาให้ข้อมูล

 

แนะเคล็ดลับการบุกตลาดอินเดีย

 

         การสัมมนาในครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่า ข้อมูลต่างๆ จากผลการวิจัยเจาะลึกตลอดจนข้อมูลและประสบการณ์การทำธุรกิจจากวิทยากรเหล่านี้ เป็นประโยชน์และตอบคำถามเฉพาะทางแก่ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้เป็นอย่างดี ผู้ร่วมสัมมนาหลายท่านบอกว่าเพิ่งจะรู้ว่าอินเดียมีศักยภาพมากเพียงนี้ อาทิในเรื่องเฟอร์นิเจอร์ ทั้งราคาและดีไซน์ของไทยเป็นที่ต้องการและแข่งขันได้เป็นอย่างดีในตลาดอินเดียและแม้จะเพิ่งเข้าไปบุกตลาดแต่ก็เติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่าทางธุรกิจนับพันล้านบาท  ธุรกิจสปาไทย โดดเด่นมากเพราะชื่อเสียงของสปาไทยมีคุณภาพโด่งดังมาช้านานและระดับโลกและไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ อีกทั้งด้วยชื่อเสียงและความนิยมไทยของชาวอินเดียทำให้ในธุรกิจสปาไทยนี้ไม่มีคู่แข่งขันในตลาดอินเดียเลย ในสาขาการค้าปลีก ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบถึงขั้นตอนทางกฏหมายและแนวทางที่จะเริ่มธุรกิจนี้ ในด้านอื่นๆ เช่นก่อสร้าง ขนส่งและ โรงแรม ก็ล้วนมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงโอกาสอันมากมายที่ยังเปิดอยู่สำหรับนักธุรกิจต่างประเทศและนักธุรกิจไทยในอินเดีย

         ในส่วนของการท่องเที่ยว เป็นที่ชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นประเทศยอดนิยมของคนอินเดียในอันดับต้นๆ ในปีที่ผ่านมา มีคนอินเดียมาเที่ยวประเทศไทยประมาณ 5 แสนคนซึ่งเป็นตลาดเดียวของไทยที่ยอดจำนวนผู้มาเที่ยวไทยไม่ลดลง ผู้แทน ททท.บอกด้วยว่าข้อดีที่ไทยควรให้ความสำคัญกับตลาดอินเดียก็คือ เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจร้อนแรง มีความมั่นคงทางการเมือง ชอบเดินทางท่องเที่ยวเป็นครอบครัวและเป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะนิยมมาจัดงานแต่งงานในเมืองไทยและที่สำคัญคนอินเดียชอบประเทศไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ สินค้าราคาถูก อาหารและผู้คน ผู้แทน สนง.ททท. ณ กรุงเดลี ได้แนะให้นักธุรกิจไทยส่งเสริมในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม การจัดทัวร์ของพนักงานบริษัท นักเรียนนักศึกษาและกีฬากอล์ฟ ก็น่าจะทำให้คนอินเดียเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น

 

         เพื่อให้ผู้ร่วมสัมมนาได้รับประโยชน์สูงสุด สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แจกเอกสารรายชื่อบริษัทอินเดียที่ต้องการนำเข้าสินค้า/ หาผู้ลงทุนจากไทย ซึ่งนักธุรกิจไทยสามารถใช้เป็นประโยชน์ต่อไปในการหาคู่ค้าทำธุรกิจในอินเดีย รวมทั้งได้จัดทำแบบสอบถามความเห็นของนักธุรกิจไทยทั้งก่อนและระหว่างการสัมมนา เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการจัดในการจัดสัมมนาครั้งต่อๆ ไปให้ดีที่สุด นอกจากนั้นข้อมูลผลการวิจัยเจาะลึกและข้อมูลบรรยายของวิทยากรก็ได้นำไปบรรจุในซีดีเพื่อเผยแพร่แก่ผู้สนใจทุกท่านต่อไป

 

          เท่าที่ได้สังเกตุในเบื้องต้นและสอบถามจากผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ พอจะประเมินได้ว่า การจัดสัมมนาในเชิงข้อมูลเชิงลึก ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกนี้ได้สร้างกระแสความสนใจของโอกาสทางการค้าและการลงทุน ในตลาดอินเดียได้อย่างชัดเจน ทำให้ภาคเอกชนไทยรับทราบและมีความเข้าใจตลาดอินเดียมากขึ้นและอย่างถูกต้อง รวมทั้ง รับทราบและเข้าใจขั้นตอนที่จำเป็นในการเจาะตลาดอินเดีย ทั้งนี้เนื่องจากการไปค้าขายกับอินเดียนั้น เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ไทยเราจำเป้นต้องลดการพึ่งพาตลาดหลัก ๆ ที่เป็นคู่ค้าเดิม ซึ่งล้วนกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอย จึงถือว่าเป็นโอกาสทองที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ขอเพียงมองอินเดียใหม่และเริ่มศึกษาหาความรู้เพื่อที่จะทำโอกาสทองที่มีอยู่นี้ ให้เกิดเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จ

                                                               

*******************