เสียงในใจช่วงอบรมครูระยะยาว By ครูพรรณ (6)
รวบรวมโดย ; ล.เล้ง เสียงกระดิ่งหยก
+ (เข้าอ่านงานทั้งหมดของ ล.เล้ง ที่นี่ค่ะ)
+(เข้าอ่านรายละเอียดอบรมครูโยคะระยะยาว ที่นี่ค่ะ)
ต่อไปเป็นพี่พรรณ ครูรุ่น 6 โจรกลับใจ ที่เคยบอกตัวเองว่า ไม่มีสติปัญญา เรียนรู้เท่าที่ควร แต่ในที่สุด ก็กลับพบว่าตัวเองหลงรักคอร์สครูยาว ที่ต้องเรียนกันยาวนานถึง 6 เดือน เป็นรุ่นเดียวที่เรียนกันยาวนาน... ถึงขนาดนี้ พี่พรรณเป็นสารถีใจดี ขับรถรับส่งเล้งกลับสถาบัน... สมัยที่เรายังอยู่กันที่บ้านคุณหมอสมศักด์ ชุณหรัศมิ์ ...ที่บางซื่อ พี่พรรณเป็นวิทยากรฝึกอบรมฝีปากกล้า ไม่มีใครกล้าท้าประลอง เป็นผู้วิจารณ์ ครูโยคะฝึกหัดของเรา แบบฟันธง ไม่มีการอ้อมค้อม เธอวิจารณ์ทุกอย่างได้ตรงจุดตรงประเด็น จนครูกวียกให้เป็น เพชฌฆาตมือหนึ่งของสถาบัน
(ติดตามอ่านในบันทึกถัดไป)
+++++++++++
ได้เข้าเรียนหลักสูตรครู 7 วัน แต่ขาดเรียนไปหลายวัน รู้สึกว่าทำไมยากจัง เนื้อหาวิชาการเยอะแยะไปหมด และความที่เป็นคนไม่มีวินัย ไปเรียนไม่ครบแล้วยังขี้เกียจอ่านหนังสือ ไม่ทำการบ้าน ทำให้ช่วงเวลาที่เรียนประหนึ่งขุมนรก เพราะความกลัวจะถูกทวงการบ้าน ไม่มีสติปัญญาเรียนรู้เท่าที่ควร แต่ถึงกระนั้นก็ยังได้รับสิ่งดีๆ ที่ชัดเจนกลับมา 1 อย่าง คือ การล้างโพรงจมูก ขับขี้มูก เสมหะ ที่สะสมอยู่ในร่างกายเรามามากกว่า 30 ปี ออกมากองโตอย่างไม่น่าเชื่อ และเป็นผลให้เราไม่กินยาเพื่อระงับอาการหวัดอีกเลยจนทุกวันนี้ เพราะมาลองคิดดูว่า ทุกครั้งที่ร่างกายพยายามกำจัดเศษซากของเสียในระบบหายใจของเราออกมาทางน้ำมูก และเสมหะ เรากลับกินยาเพื่อกดไว้ไม่ให้มันออกมา แล้วเก็บสะสมในร่างกายมากมายขนาดนั้น ยี้ ยี้
ว่าแล้วก็เลยมาเรียนอีกครั้งในหลักสูตร 6 เดือน
คราวนี้คณะผู้สอนประกาศตั้งแต่ต้นว่าถ้าใครไม่ส่งการบ้าน จะไม่ได้ประกาศนียบัตร เสร็จโจรเลย คราวนี้ล่ะสบายอก สบายใจเชียว เราประกาศตัวแต่นั้นมาว่า "ฉันไม่ต้องการประกาศนียบัตรใดๆ ฉันเรียนเพื่อรู้" ถ้ามีใครเห็นว่าจะมีประโยชน์ในการเรียกฉันให้ไปสอนก็เรียกไป ถ้าใครอยากได้คนที่มีประกาศนียบัตรเพื่อให้มั่นใจในความรู้ความสามารถในการสอน ก็มีทางเลือกมากมาย ฉันไม่จำเป็นต้องมีประกาศนียบัตร
สรุปคือ ความเครียด ความกดดันในการต้องทำการบ้านของเราหายไปเลย เราสนใจตรงไหนเราก็อ่าน เราไม่รู้สึกว่าเรื่องนั้นจะจูงความสนใจของเราได้ เราก็ยังไม่อ่าน แล้วเมื่อภาวะแวดล้อมมันเหมาะสม เกิดสนใจขึ้นมา เราก็ไปกระเสือกกระสนหามาอ่านเองน่ะแหละ นั่นคือวิธีการเรียนของเรา
มีการบ้านชิ้นหนึ่งที่ครูจิ (ครูประจำชั้นของรุ่น6) มอบหมายให้ทำทุกวัน คือ การทบทวนสิ่งดีๆ ที่เราทำและจดออกมา 10 ข้อ อันนี้เป็นการบ้านที่ชอบ และทำอย่างรู้สึกดี วินัยก็เกิด เขียนทุกวัน จนเป็นความเคยชินมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ไม่ใช่เขียนส่งครูจิเฉพาะสิ่งดีๆ ที่ได้ทำ หรือพบเห็นเท่านั้นแล้ว เดี๋ยวนี้เราทบทวนชีวิตในแต่ละวันทั้งสิ่งดี และสิ่งที่ร้าย บางวันรู้สึกถึงความร้ายกาจของจิตใจตัวเองแล้ว ก็อดนินทาตัวเองไม่ได้ว่า "เธอนี่ ก็มารร้ายซ่อนรูปเหมือนกันนะยะ" แล้วบันทึกใส่ไดอารี่ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกิดการตระหนักรู้ สำนึกผิดชอบชั่วดีจนเก็บไว้ในใจไม่ได้แล้ว มันต้องทำอะไรซักอย่าง ได้มั้ยที่ฉันจะบอกว่ารักเธอ เอ๊ย ไม่ใช่ มันรู้สึกว่าอยากจะระบายสิ่งที่พรั่งพรูทะลักทลายในใจออกมา แต่จะพูดกะใครมันก็เว่อร์ๆ ไปหน่อย ก็เลยส่งอีเมล์รายวันไปหาพระอาจารย์ทุกครั้งที่อยากระบาย เพราะมั่นทำให้เราซื่อตรงกับความจริงที่มันเป็น ไม่เบี่ยงเบนให้เกิดภาพลักษณ์ที่งดงาม ยอมรับความเลวของตัวเองได้อย่างไม่อายใคร เลือกที่จะส่งหาพระอาจารย์เพราะความกลัวบาปทำให้เราไม่โกหกพระอยู่แล้ว จึงยอมรับความเป็นจริง ได้ตามความเป็นจริง เมื่อรับได้และรังเกียจจิตใจฝั่งชั่วร้ายของตัวเองก็พยายาม ละ เลิก สิ่งไม่ดีต่างๆ ทั้งทาง กาย วาจา ใจลง มากเท่าที่สติจะตามทัน (หลายครั้งที่สติก็จ่ออยู่ตรงนั้นแหละว่าอย่า อย่า แต่กิเลสก็ชนะแล้วเชิดใส่ว่า สติจ๋า เธอแพ้กิเลสอย่างฉันอีกยกนึงแล้ว)
คนส่วนใหญ่จะได้รับประโยชน์ทางร่างกายจากการฝึกอาสนะสม่ำเสมอ อันนี้ระหว่างเรียนฉันก็ดันไปประสบอุบัติเหตุทำให้เอ็นสะโพกอักเสบ ก็เลยฝึกอาสนะไม่ได้ กลายเป็นส่วนใหญ่ฟังแต่บรรยาย แถมประกอบกับเป็นคนไม่มีวินัย ก็เลยไม่ค่อยได้ฝึกอาสนะ น้ำหนักก็ไม่ได้ลดลงอย่างใครๆ ในระหว่างเรียนรู้สึกแต่ว่าฟังเสียงบ่นจากร่างกายได้ชัดเจนขึ้น เธอเริ่มกินเกินพอดีแล้วนะ เธอเกร็งขณะขับรถแล้วนะ ยกไหล่จับเม้าแบบนั้นนานๆเข้าระวังเถอะไหล่จะยึด ถ้าเธอยังนอนในท่าแบบนี้ต่อไปเตรียมเดี้ยงได้เลย เธอกำลังฝืนทำให้ฉันไม่ได้พักผ่อน เธอปล่อยให้ฉันขาดน้ำแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ และอื่นๆ อีกมากมาย ฟังร่างกายบ่น เตือน ก็หยวนๆ ยอมตามใจมันไม่ทำร้ายมันมากไปกว่านั้น ผลก็คือน้ำหนักแม้จะไม่ลดมากมายแต่ก็ไม่มากอย่างที่เคย มันค่อยเป็นค่อยไป มันค่อยๆ เก็บสะสมเป็นพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพ ไม่มีแล้วการหักโหมจนทรุดโทรม เข้าหลักการสร้าง ก่อนซ่อม ได้จริงๆ เลยนะ
ประโยชน์ที่ฉันได้รับ ไม่ได้หวือหวา มากมาย ชนิด โอ้ว ว๊าว
แต่เชื่อเหอะ คนที่มีวินัยมากกว่าฉัน ได้ประโยชน์มากกว่านี้แน่
คนที่ใฝ่เรียนรู้กว่าฉัน ได้เรียนรู้มากกว่านี้แน่
พี่พรรณค่ะ
พรพรรณ ครูรุ่น ปี 2006
++++++++++
พี่อ๊อด ครูประจำชั้นปีนี้ อดีตผอ. ฝ่ายคอมพิวเตอร์ บริษัทประกันที่ตั้งอยู่ ณ สี่แยก Auditor ถ. สาธรเหนือ เป็นผู้ที่ยอมทุ่มสุดตัว ขนาดลาออกจากงาน...มาเป็นครูประจำชั้นของเรา เพื่อหลักสูตรครูยาวของเราแล้ว พี่อ๊อดยอมทำทุกอย่าง (ทุกอย่าง จริงรึเปล่าพี่) เพื่อให้หลักสูตรนี้คงอยู่ คู่ TYI

