1. ชวนฟังเสียงในใจ By ครูเล้ง (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
2. เสียงในใจ By ครูดล (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
3. เสียงในใจ By ครูหน่อย (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
4. เสียงในใจ By ครูเงาะ (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
5. เสียงในใจ By ครูเฉิด (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
6. เสียงในใจ By ครูพรรณ (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
7. เสียงในใจ By ครูอ๊อด (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
8. เสียงในใจ By ครูปุ้ย (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)
9. เสียงในใจ By ครูแตงไทย (เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)

เสียงในใจช่วงอบรมครูระยะยาว By ครูเฉิด (5)

รวบรวมโดย ; ล.เล้ง เสียงกระดิ่งหยก                      
+ (เข้าอ่านงานทั้งหมดของ ล.เล้ง ที่นี่ค่ะ)               
+(เข้าอ่านรายละเอียดอบรมครูโยคะระยะยาว ที่นี่ค่ะ)

 

ขอแทรก พี่เฉิด สุปราณี พันธุ์ชัย แฟนพันธุ์แท้ การสอนปราณยามะของครูกวี เราได้มีโอกาสพบกันเสมอในคอร์ส ปราณยามะทั้งที่ วีเทรน และ มศว. พี่เฉิดเล่าประสบการณ์เอาชนะความทุกข์จากอาการเจ็บป่วย จากการที่ต้องมีชีวิตอยู่โดยไม่มี กระเพาะอาหาร ม้าม มดลูก รังไข่ และเล้งเดาเอาจากที่พี่เค้าเล่ามา...ว่าพี่เค้าก็ไม่มีต่อมไทรอยด์ ที่คอยควบคุมสมดุลของ metabolism แล้ว

ในวิกฤตย่อมมีโอกาส จากอาการเจ็บป่วยดังกล่าว ทำให้พี่เฉิดเป็นคนละเอียดมาก เพราะต้องคอยกะปริมาณอาหารที่กินให้พอดี เพราะไม่มีกระเพาะอาหารคอยบอกว่าอิ่มแล้ว ต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียดขึ้น ฯลฯ พี่เฉิดยังเป็นคนที่สังเกตลมหายใจได้ละเอียดมาก เข้าสู่สมาธิได้รวดเร็วมาก จนครูกวียกให้ว่า เป็นนักเรียนที่ไม่มีความจำเป็นต้องฝึกปราณยามเพื่อชักจูงจิตให้สงบเพื่อเตรียมฝึกสมาธิ นอกจากนี้พี่เฉิดยังเชี่ยวชาญในการสอนโยคะให้ผู้ป่วย เนื่องจากมีประสบการณ์ตรง ทำให้เข้าอกเข้าใจนักเรียนได้ดีนั่นเอง

++++++++++

ดิฉันนางสุปราณี พันธุ์ชัย อายุ 52 ปี ได้รับการรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษในปี 2532 หลังจากนั้นในปี 2541 ป่วยด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร และรักษาด้วยวิธีตัดกระเพาะและม้ามทิ้งทั้งหมด แล้วต่อหลอดอาหารเข้ากับลำไส้เล็ก และ 2 ปีถัดมาก็ตัดมดลูกพร้อมรังไข่ เป็นผลให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาพที่เลวร้ายมาก กำลังใจที่ได้รับจากครอบครัวและกัลยาณมิตร ทำให้ตั้งสติได้และหาทางที่จะฟื้นฟูตัวเอง

แนวทางธรรมชาติบำบัด เป็นสิ่งที่ได้ตัดสินใจใช้เป็นหนทางเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น ณ จุดนี้เองทำให้ดิฉันได้รู้จักกับโยคะ ซึ่งได้ปฏิบัติร่วมกับวิธีธรรมชาติบำบัดอื่นๆ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายกับชีวิตของตนเอง จากร่างกายที่น้ำหนักได้สูญหายไป 10 กิโลกรัม ภายใน 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด ปริมาณลมในท้องมากมายที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร และคงอยู่ภายในร่างกายเป็นเวลานาน ไม่สามารถระบายออกได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรอหรือผายลม จึงต้องผ่อนคลายความอึดอัดด้วยวิธีทำดีท็อกซ์แบบสวนทวารทุกวัน การกลืนอาหารติดขัด เกิดความสับสนกับอาการหิวที่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องกลืนกินอาหาร เรี่ยวแรงน้อยลง หน้าซีด ความจำขาดหายเป็นช่วงๆ เช่นพูดแล้วลืม นึกถึงสิ่งที่ต้องการทำไม่ได้ ส่วนสภาพจิตใจที่ทุกข์จากสภาพร่างกายที่เกิดขึ้น สภาพทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้จิตใจท้อแท้สิ้นหวัง

หลังจากเริ่มฝึกโยคะร่วมกับแนวทางธรรมชาติบำบัดอื่นๆ น้ำหนักตัวขยับเพิ่มมากขึ้นจนเท่ากับก่อนการผ่าตัดและมีแนวโน้มที่จะมากขึ้น มีเรี่ยวแรงขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น (มากกว่าเดิมด้วยค่ะ) ระบบการย่อยตอบสนองดีขึ้น สามารถเรอ ผายลมออกได้ดี ความอึดอัดน้อยลง สีหน้าดูมีเลือดฝาด สดใสขึ้น สมองแจ่มใส เมื่อร่างกายเริ่มดีขึ้น จิตใจที่เป็นทุกข์จากร่างกายก็หมดไป ณ จุดนี้สามารถพูดได้ว่า ผลของความอดทนตั้งใจที่จะฟื้นฟูสุขภาพตนเองโดยใช้โยคะเป็นเครื่องมือร่วมกับแนวทางธรรมชาติบำบัดอื่นๆ ได้สัมฤทธิ์ผลเกินคาด เพราะนอกจากจะได้ร่างกายใหม่ (ที่ดูดีกว่าเดิม) สภาพจิตใจที่เข้มแข็ง รู้จักตนเองมากขึ้น ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องมากขึ้น (ดูจากทุกข์ที่น้อยลง) เป็นข้อสรุปที่คุ้มค่าจริงๆ และปัจจัยที่ทำให้สิ่งดีๆ เหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับตนเองก็คือความตั้งใจของครูโยคะที่ได้อบรมสั่งสอน ชี้แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องให้ ดิฉันจึงขอกราบอาราธณาคุณพระศรีรัตนตรัยและผลกรรมดีนี้เป็นอานิสงส์ ส่งให้ครูได้ประสบผลสำเร็จตามที่ปรารถนาทุกประการด้วยค่ะ

++++++++++

ต่อไปเป็นพี่พรรณ ครูรุ่น 6 โจรกลับใจ ที่เคยบอกตัวเองว่า ไม่มีสติปัญญา เรียนรู้เท่าที่ควร แต่ในที่สุด ก็กลับพบว่าตัวเองหลงรักคอร์สครูยาว ที่ต้องเรียนกันยาวนานถึง 6 เดือน เป็นรุ่นเดียวที่เรียนกันยาวนาน... ถึงขนาดนี้ พี่พรรณเป็นสารถีใจดี ขับรถรับส่งเล้งกลับสถาบัน... สมัยที่เรายังอยู่กันที่บ้านคุณหมอสมศักด์ ชุณหรัศมิ์ ...ที่บางซื่อ พี่พรรณเป็นวิทยากรฝึกอบรมฝีปากกล้า ไม่มีใครกล้าท้าประลอง เป็นผู้วิจารณ์ ครูโยคะฝึกหัดของเรา แบบฟันธง ไม่มีการอ้อมค้อม เธอวิจารณ์ทุกอย่างได้ตรงจุดตรงประเด็น จนครูกวียกให้เป็น เพชฌฆาตมือหนึ่งของสถาบัน

(ติดตามอ่านในบันทึกถัดไป)