คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มเปิดหลักสูตรศิลปศาสตร์ในปี ๒๕๔๗ กรรมการสภามหาวิทยาลัยมีข้อสังเกตเชิงท้วงติงเรื่อยมา ว่าหลักสูตรที่จัดไม่ใช่ศิลปศาสตร์ แต่เป็นหลักสูตรด้านภาษา และชื่อคณะในภาษาอังกฤษก็ใช้ว่า Faculty of Arts ยิ่งทำให้สับสนว่าคณะนี้ทำงานวิชาการด้านไหนกันแน่
ในปี ๒๕๔๙ ทางคณะดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรขนานใหญ่ ใส่วิชาบังคับเฉพาะของคณะศิลปศาสตร์ ๖ รายวิชา คือ พัฒนาการอารยธรรม, ประวัติศาสตร์โลก ๑, ประวัติศาสตร์โลก ๒, ประวัติศาสตร์ไทย, มนุษย์กับวัฒนธรรม, และ การศึกษาสังคมโลก หลักสูตรปรับปรุงนี้เริ่มใช้ในปีการศึกษา ๒๕๕๑ แล้วในปีการศึกษา ๒๕๕๒ ก็ปรับอีก โดยยุบวิชาประวัติศาสตร์โลกเหลือวิชาเดียว และเติมวิชาการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกศาสตร์ เพื่อให้เนื้อหาสาระของรายวิชากลุ่มนี้ครอบคลุมทั้ง ๓ ด้านของศาสตร์หลัก คือ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์
เดือนเมษายน ๒๕๕๒ คณะศิลปศาสตร์เสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ขอเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น Faculty of Liberal Arts เพื่อให้ตรงกับความเป็นจริง ที่ต้องการเป็นคณะที่จัดการเรียนการสอนและพัฒนาวิชาการเพื่อการเป็นเสรีชน สภามหาวิทยาลัยไม่อนุมัติ เพราะไม่ต้องการพิจารณาเฉพาะชื่อ แต่ต้องการให้เสนอเนื้องานภายในคณะด้วย ว่าตรงกับชื่อ Liberal Arts ที่ต้องการหรือไม่ หากตรงกัน และตรงกับเป้าหมายดั้งเดิมอย่างแท้จริง ก็จะอนุมัติ
วันที่ ๒๐ พ.ค. ๕๒ ท่านคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ผศ. ศศพินทุ์ ภูมิรัตน มาคุยกับผม และมอบเอกสาร “เอกสารแจกในการประชุมของโครงการประชุมระดมความคิด เรื่อง รูปแบบและแนวทางการพัฒนา Liberal Arts College/Education ในสถาบันอุดมศึกษาไทย วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กรุงเทพมหานคร” เอกสารนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า มีความเอาใจใส่ระดับชาติ ที่จะสร้างความเข้มแข็งของหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตแบบแท้ โดยมีข้อเสนอให้ดำเนินการ ๒ แบบ คือ
๑. โครงการนำร่อง : โครงการศิลปศาสตรบัณฑิต ๓ + ๔ ผมเรียกว่าเป็นหลักสูตรต่อท่อ คือเข้าไปจัดการเรียนรู้ในชั้น ม. ๔ – ๖ แล้วเรียนระดับปริญญาตรี ๔ ปี คล้ายๆ โครงการบัณฑิตเสรีชนช้างเผือก
๒. หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต ที่เสนอให้เรียน ๕ (๖) กลุ่มวิชา คือ (๑) กลุ่มวิชาพื้นฐาน ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ รวม ๓๐ หน่วยกิต (๒) กลุ่มวิชาบังคับ ๑๒ หน่วยกิต (๓) กลุ่มวิชาเอก ๓๖ หน่วยกิต (๔) กลุ่มวิชาโท ๒๔ หน่วยกิต (๕) กลุ่มวิชาเลือกเสรี ๓๓ หน่วยกิต (๖) กลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ ไม่นับหน่วยกิต
ผมกลับมาไตร่ตรองว่า หัวใจของศิลปศาสตร์คือเรียนเพื่อสร้างความเป็นเสรีชน ไม่ใช่เพื่อเตรียมไปประกอบอาชีพด้านใดด้านหนึ่ง สังคมไทยเราลุ่มหลงอยู่กับการเรียนเพื่อจบไปมีงานทำเป็นหลัก จนยากที่จะเข้าใจศิลปศาสตร์ ดังนั้นผมจึงคิดว่าหลักสูตรของคณะนี้ไม่ตรงกับปรัชญาของศิลปศาสตร์มาตั้งแต่ต้น คือเป็นหลักสูตรภาษาไทย กับหลักสูตรภาษาอังกฤษ ไม่ใช่หลักสูตรศิลปศาสตร์
ในสายตาของผมหลักสูตรศิลปศาสตร์ต้องมีการเรียนวิชา ๓ กลุ่ม คือ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อความเข้าใจมนุษย์ สังคม และธรรมชาติ โดยไม่สนใจเรื่องอาชีพการงาน ไม่ทราบว่าหลักสูตรแบบนี้จะมีคนไทยให้ลูกเข้าเรียนหรือไม่ แต่คนที่ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศจำนวนหนึ่งใฝ่ฝันจะให้ลูกเข้าเรียนใน Liberal Arts College ดีๆ เพื่อเรียนแนวกว้าง แล้วจึงค่อยเรียนต่อปริญญาโท (หรือเอก) เพื่อให้ได้ความรู้ลงลึกเฉพาะด้าน
ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวันที่ ๑๗ มิ.ย. ๕๒ ท่านคณบดีศศิพินทุ์อธิบายสรุปได้ว่าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดหลักสูตรแนวที่ ๒ ข้างบน โดยวิชาเอกเป็นวิชาด้านภาษา ส่วนวิชาเอกด้านวิทยาศาสตร์ และด้านสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์จะหาทางชักชวนคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยมหิดลให้เปิดหลักสูตรแนวศิลปศาสตร์ ที่มีวิชาเอกสาขานั้นๆ สภาฯ ได้รับคำแนะนำจาก ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ ให้อนุมัติการเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษ เป็น Faculty of Liberal Arts โดยยอมรับข้อจำกัดที่มีการจัดการศึกษาศิลปศาสตร์แบบไทยๆ มานาน โดยท่านอธิการบดีรับปากจะไปช่วยสนับสนุนให้คณะศิลปศาสตร์มีวิชาเอกด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น ไม่ใช่มีแค่ด้านภาษา
วิจารณ์ พานิช
๒๒ มิ.ย. ๕๒
เรียน ท่านอาจารย์ฯ ด้วยความเคารพยิ่ง
กระผมเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่วิทยาลัยศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังจะทำการปรับปรุงหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสนศึกษา จากการที่ได้อ่านข้อคิดเห็นของท่านอจารย์ว่า การจัดการศึกษาแบบศิลปศาสตร์ประกอบด้วย เนื้อหาวิชาที่เป็น มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ในหลักสูตรเดียวกัน จึงได้มุมมองขึ้นมาว่า หลักสูตรของวิทยาลัยศาสนศึกษา คือ สาขาวิชาศาสนศึกษา จัดการเรียนการสอนให้ความสำคัญในด้าน ศาสนา คุณธรรมจริยธรรม ปรัชญา ภาษาอังกฤษ ศิลปวัฒนธรร ราวิชาด้านสังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยเน้นให้เห็นความสัมพันธ์กันระหว่าง มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาสาสต
สิ่งหนึ่งที่ยังมีความเข้าใจไม่ตรงกันคือ บัณฑิตจบแล้วทำอาชีพอะไร เป็นปัญหาที่หลักสูตรถูกเรียกร้องให้ตอบ หลักสูตรก็ต้องเป้าหมายไว้ว่า เป็นครูสอนศาสนาและคุณธรรมจริยธรรม โดยต้องเรียนวิชาชีพครูเพิ่ม และทำงานต่างๆที่นักศึกษาสามารถสมัึครและได้รับให้ทำงาน แต่ก็ดูเหมือนว่า หลายท่านยังไม่พอใจในคำตอบนี้ กระผมขอความกรุณาจากท่าน ได้โปรดพิจารณาแก้ปัญหานี้ด้วยครับ
ด้วยความเคารพยิ่ง
อ.สมบูรณ์ วัฒนะ