อย่ามาทำตัวเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนกลางที่บ้าน .. จำไว้

แนะ8 วิธีแก้เมื่อพ่อแม่สื่อสารกับลูกไม่เป็น

เมื่อลูกยังเล็ก หลายครอบครัวอาจมีเสียงบ่นแกมเอ็นดูว่าเด็ก ๆนั้นช่างพูดเป็นต่อยหอย แต่ละวันมีเสียงเด็กตัวเล็ก ๆเจื้อยแจ้วเรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ทั้งหลายไม่หยุดแต่เมื่อพวกเขาโตขึ้นเรื่อย ๆเสียงที่เคยพูดจ้อกับพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ก็เริ่มขาดหายกลายเป็นความเงียบเข้ามาแทนที่ ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้อาจมีพ่อแม่พี่ป้าน้าอาหลายคน เริ่มรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป

เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้วจะมีโลกของตัวเองและอาจเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่ด้วยซ้ำที่จะขอเป็นส่วนหนึ่งในโลกของลูกวัยรุ่นเหล่านั้น แต่การพยายาม "ต่อให้ติด"หรือสร้างลิงค์เชื่อมโยงพ่อแม่ลูกเข้าด้วยกันให้เข้าใจในความเปลี่ยนแปลงของกันและกัน ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ
       
      
คำแนะนำในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่ลูกให้สามารถเปิดใจถึงกันได้ ไม่ว่าจะเข้าสู่วัยใดก็ตามมาฝากกัน       


       
เป็นตู้เอทีเอ็ม"เวลา"
       
เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อใครต้องการเงินสดก็สามารถกดได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ตู้เอทีเอ็ม พ่อแม่ก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากให้ลูก ๆ เข้าหาก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการ "เบิก" เวลาอยู่เสมอเมื่อใดก็ตามที่ลูกเห็นว่าพ่อแม่กำลังเครียดหรือมีภาระงานมากเกินกว่าที่จะเปิดโอกาสให้เขาได้พูดคุยเขาก็จะถอยห่างออกจากคุณไป แต่เมื่อใดที่พ่อแม่อยู่ในอารมณ์สบาย ๆและมีบรรยากาศเปิดใจพร้อมจะรับฟัง เด็กก็จะหาโอกาสเข้ามาอยู่ใกล้ ๆเพื่อพูดคุยกับพ่อแม่ของพวกเขาเช่นกัน

ถ้าเกิดพ่อแม่ ไม่ให้เวลาซะตั้งแต่ตอนนี้ คอยดูเหอะ พอลูกโต อย่าขอร้องให้กลับบ้าน รับรอง ลูกจะมีแต่อยากวิ่งหนี มีปัญหาก็ไม่ยอมบอก ตอนนี้คุยกับเค้าได้ ต้องรีบทำ อ้อ หรือหากหาเวลาไม่ค่อยได้ พยายามหาเวลาคุยกับเค้าแบบเป็นประจำ เช่น ทุกสองทุ่มครึ่ง(วันจันทร์ พุธ ศุกร์) จะมาดูหนังด้วยที่บ้าน เป็นต้น คือถ้าหาเวลาไม่ได้ ก็พยายามให้มีวันของครอบครัวจริงๆ 

เดี๋ยววันข้างหน้า เวลาพ่อแม่อยากคุยด้วย ลูกมันจะสวนกลับมา แบบว่า "ตอนหนู/ผมอยากคุย พ่อแม่ ไม่เคยสนใจ แล้วทีนี้จะมาเอาอะไรกับหนู/ผม จะคุยอะไรตอนนี้ ไม่ทันแล้ว"  


       
       
ไม่ซีเรียสมากเกินไป
       
พ่อแม่บางคนใช้ความพยายามผิดวิธีที่จะให้ลูก ๆเปิดปากพูดคุยกับตัวเอง (จะง้างปากวัยรุ่นแบบชั้น ฝันไปเถอะอีพ่อ อีแม่) ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามที่กดดันเด็กจนเกินไป (อย่ามาทำตัวเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนกลางที่บ้าน .. จำไว้) จนทำให้บรรยากาศดูอึมครึม ซึ่งเด็ก (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เอง)ไม่ชอบบรรยากาศแบบนั้นแน่นอน และจะดีกว่าหากพยายามทำให้ทุกอย่างผ่อนคลายลงหรือถ้าทำไม่ได้ ก็ถอยห่างออกมาก่อน

 

ตอนเด็กๆ ผมก็เคยโดนนะ ต้องมานั่งฟังเพลงที่ลุงป้าน้าอาพากันร้อง โอ้ว นี่มันนรกชัดๆ ผมเห็นมาตั้งแต่ยังเด็กเลยครับ แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ และพบว่า เดี๋ยวนี้ร้องเพลงพวกนั้นได้ดี ฮ่าๆๆ เอาน่ะ กิจกรรมจะทำอะไรก็พูดคุยกันหน่อยละกัน ถามความเห็นกันซักนิด แล้วก็สร้างข้อตกลงร่วมกันในครอบครัว ช่วยได้เยอะ แน่นอน

</span>       
       
ทำกิจกรรมร่วมกัน
       
การทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว โดยเฉพาะกิจกรรมที่เด็ก ๆชื่นชอบเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยให้ลูก ๆ เปิดใจพูดคุยกับพ่อแม่มากขึ้น กิจกรรมที่พ่อแม่ชอบ อาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกชอบ เข้าใจมั้ย ใครที่มีลูกๆน่ะครับ /


       ถามคำถามปลายเปิด
       
ลักษณะการถามคำถามปลายเปิด เช่น ทำไม, อย่างไร, เพราะเหตุใดจะช่วยให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นของตนเองออกมา และหากพ่อแม่ถามต่อก็จะกลายเป็นการสนทนาที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆซึ่งคงดีกว่าสำหรับพ่อแม่ที่ลูกจะตอบคำถามแค่ "ใช่ครับ-ไม่ใช่ครับ"จริงไหม

แม่ - ลูกมีแฟนแล้ว ใช่มั๊ย

ลูก - ไม่ใช่ (จะรู้ไปทำไมวะแม่)

แม่ - บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้นะ

ลูก - อ้าว หนูก็บอกความจริงแล้วนิคะ (บอกความจริงแล้วทำไมไม่เชื่อกันบ้าง)

แม่ - ชั้นไม่เชื่อแกหรอก ยายแต๋ว ข้างบ้านบอกว่าเห็นแกไปกับผู้ชาย

ลูก - ไม่ใช่แฟนหนู (ทำไมแม่ชอบตัดสินคนแบบนี้นะ)

แม่ - ยังจะมาต่อปากต่อคำอีก

ลูก - หนูไม่มีจริงๆ (ทำไมแม่ไม่เชื่อเราวะ)

แม่ - เงียบ...

ลูก - เงียบ ...

ความสัมพันธ์ย่ำแย่ มาจนถึงปัจจุบัน ลูกมีแฟนไม่เคยคิดจะบอกแม่

ลูกแอบมีกิ๊ก ไม่เคยบอกแม่

ลูกมี เซ็กส์ ไม่เคยบอกแม่ แล้วไปหาคนอื่นๆ ที่รับฟังเค้าแทน (ฮ่าๆๆๆ)

 ชวนคุยในรถ
       
การชวนลูกคุยขณะนั่งรถก็เป็นอีกหนทางที่ดี โดยใช้ร่วมกับข้ออื่น ๆเพราะเด็กจะไม่สามารถหนีออกจากรถเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดคุยครั้งนี้ได้และไม่ควรให้เด็กจดจ่ออยู่กับเกมหรือโทรศัพท์มือถือจนไม่สนใจการชวนคุยของพ่อแม่ในครั้งนี้ไปเสีย

ย้อนไปคิดข้อข้างบนประกอบ คุยด้วยหัวข้อที่เด็กน่าจะเล่าให้เราฟังได้ เช่น เป็นไงบ้างลูก วันนี้เตรียมตัวไปสอบดีรึยัง เมื่อคืนดูหนังสนุกมั้ย

แล้วค่อยๆ เข้าประเด็น ... ด้วยคำถามปลายเปิด เข้าใจ๋...
       
       
อย่าด่วนสรุป
       
การด่วนตัดสินในสิ่งที่ลูกทำหรือจัดอบรมชุดใหญ่เมื่อทราบว่าลูกทำสิ่งที่คุณคิดว่า "ไม่เหมาะสม"จะทำให้เด็กรู้สึกว่าการคุยกับพ่อแม่เป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อหน่ายตรงกันข้าม หากพ่อแม่พยายามฟังในสิ่งที่ลูกอยากบอกสังเกตในสิ่งที่ลูกอยากเป็น จะทำให้เด็กรู้สึกว่า พ่อแม่สนใจในตัวเขาจริง ๆ
       
       
สร้างสัมพันธภาพแบบเพื่อน
       
สำหรับเด็กวัยพรีทีน หรือวัยที่เตรียมพร้อมจะก้าวสู่การเป็นวัยรุ่นการทำตัวเป็นเพื่อนหรือสัมพันธภาพแบบเพื่อนเป็นสิ่งที่พ่อแม่จำเป็นต้องเข้าใจไม่แพ้การบทบาทการเป็นพ่อแม่ เด็ก ๆ อยากได้พ่อแม่ที่คุยได้เหมือนคุยกับเพื่อนแต่แน่นอนว่าการเล่นบทเพื่อนในครั้งนี้ไม่ใช่การปล่อยตัวเองให้กลายเป็นเพื่อนลูกไปจริงๆ เพราะพ่อแม่ยังต้องคงไว้ซึ่งหน้าที่ในการให้คำแนะนำกับลูก ๆ ต่อไปแต่สำหรับลูก ๆ วัยนี้แล้ว ช่วงเวลาแห่งการอบรม น้อยได้เท่าไรยิ่งดี 

คิดถึงตัวเองไว้เยอะๆ สมัยปู่ เคยสอนพ่อแบบนี้ ยายเคยสอนแบบนี้ เลิกคิดได้แล้ว 

ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ไปดูหนังฟังเพลงกับลูกบ้าง 

ชอปปิ้งด้วยกันบ้าง พูดคุยกันเรื่องความคิดของเค้าบ้าง 

เป็นเพื่อนเค้า... ให้ได้ ทำตัวเราเองน่ะแหละ ให้วัยรุ่น 

(แม่แฟนผม ย้อมสีผม ตัดผมแนว ใส่รองเท้าผ้าใบ ไปชอปกับลูก - อันนี้พยายามนิดนึง แต่ก็พอได้นะ) 

สมัยนี้ ห้างเยอะกว่าเมื่อสิบห้า ยี่สิบปีก่อน มือถือมีเกือบทุกคน คอมพ์มีเกือบทุกบ้าน 

ดังนั้น พ่อแม่เลิกทำตัวแก่ แล้วหันมาเป็นเพื่อนลูกๆ กันเถิดดดดดดดดดดดดด 
       
       

ทวนสิ่งที่ลูกพูดอีกครั้งหนึ่ง
       
การกล่าวทวนสิ่งที่ลูกพูดไปแล้วอีกครั้งทำให้เด็กรู้สึกว่าพ่อแม่สนใจฟังสิ่งที่เขาพูดจริง ๆและทำให้เด็กรู้สึกว่าพ่อแม่สนใจในสิ่งที่เขากำลังบอกเล่าให้ฟัง
       
       
สำหรับพ่อแม่ที่ประสบปัญหาด้านการสื่อสารกับลูก ๆอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้เด็ก ๆ เกิดความไว้วางใจ เชื่อใจหรืออยากจะกลับมาพูดคุยกับพ่อแม่เหมือนเดิมแต่ถ้าหากพ่อแม่พยายามเปลี่ยนแปลงอย่างอดทน ทุ่มเทและเต็มใจกำแพงที่เคยกางกั้นความสัมพันธ์ในครอบครัวเอาไว้ก็มีวันพังทลายได้เช่นกัน