ผมเคยบันทึกเรื่องศูนย์นี้ไว้ที่นี่ และที่นี่   ผมเป็นกรรมการอำนวยการศูนย์วิจัยนี้มาหลายปี    ได้เห็นความก้าวหน้า มีผลงานวิจัยที่ยกย่องกันทั่วไปในต่างประเทศ    จนได้รับทุนวิจัยขนาดใหญ่จาก NIH ของสหรัฐอเมริกา    และเป็นที่ยกย่องกันทั่วไปใน มข.     ดังจะเห็นว่า มข. ได้เข้าไปอยู่ในเครือข่ายพยาธิใบไม้ตับของเอเซีย    แต่ผมกลับมองว่า มข. และคณะแพทยศาสตร์ มข. ยังสามารถจัดการเอาความรู้ที่ทีมวิจัยทีมนี้สร้างขึ้น   เอาไปทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทย   และทำชื่อเสียงให้แก่ มข. เพิ่มคุณค่าขึ้นได้อีกมากมาย
          ผมจึงไปประชุมครั้งนี้ (ประชุมปีละครั้ง) ด้วยความมุ่งมาดว่าจะไปเรียนรู้วิธีนำผลวิจัย basic science ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมวงกว้าง    เพราะผมได้ข่าวที่น่าตื่นเต้นว่าทีมวิจัยนี้ค้นพบหลักฐานสำคัญเรื่องการก่อมะเร็งท่อน้ำดี    ที่เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ และการกินยาถ่ายพยาธิ Praziquantel    ทำให้มีคนเชื่อว่า ข้อค้นพบนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหามะเร็งท่อน้ำดีที่เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ 
         จากผลการวิจัยด้าน bio-medical พบหลักฐานในสัตว์ทดลองว่า การให้ยาฆ่าพยาธิใบไม้ตับซ้ำๆ (เพราะเมื่อถ่ายพยาธิออกไปแล้ว ชาวบ้านกินปลาดิบอีก และได้รับเชื้อพยาธิซ้ำอีก) ทำให้โอกาสเป็นมะเร็งตับเพิ่มสูงขึ้น   เพราะเมื่อพยาธิตาย มีแอนติเจนปล่อยออกมา   และเซลล์บุท่อน้ำดีรับเอาแอนติเจนจากพยาธิเข้าไป เกิดการอักเสบ    การใช้ยา Praziquantel อย่างพร่ำเพรื่อจึงน่าจะทำอันตรายมากกว่าประโยชน์  
          เป็นบทเรียนของผมเรื่องวิธีนำผลวิจัยไปสู่ประโยชน์ของสังคม   กรรมการส่วนใหญ่มองว่าเป็นหน้าที่ของศูนย์นี้ที่จะดำเนินการ    แต่ผมมองต่าง    ผมมองว่าการนำผลวิจัย basic biomedical ไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชนวงกว้าง เป็นเรื่องใหญ่  ที่เกินกำลังของทีมวิจัยของศูนย์ และไม่ใช่ทักษะหลักของทีม   มข. จึงน่าจะพิจารณาจัดทีมวิจัยเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ ขึ้นอีกศูนย์หนึ่งทำงานร่วมมือและคู่ขนานกับศูนย์ศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี  
          แต่ก่อนหน้านั้น ต้องทบทวนหลักฐานในคนให้ชัดเจนเสียก่อนว่า คนเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ได้รับ Praziquantel พร่ำเพรื่อ เมื่อเทียบกับคนติดพยาธิใบไม้ตับที่ไม่เป็นมะเร็ง    ที่ประชุมเน้นให้เร่งทำวิจัย case – control study นี้โดยเร็ว    เพื่อนำผลมาใช้ประโยชน์ต่อ
          มองจากมุมของผลงานวิจัย ศูนย์ฯ นี้มีผลงานเด่น    แต่ทีมผู้นำของศูนย์รู้สึกว่ากำลังหมดโจทย์วิจัยใหม่ๆ    ซึ่งผมไม่เห็นด้วย    ผมมองว่าต้องเตรียมทำวิจัยในโจทย์ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคอีสาน และในอีก ๔ ประเทศเครือข่ายวิจัย    โดยน่าจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมประชุมแบบ retreat เพื่อคิดโจทย์วิจัยที่ถือเป็น targeted basic research หรือ translational research 

วิจารณ์ พานิช
๒๒ มิ.ย. ๕๒

บรรยากาศในห้องประชุม

อีกมุมหนึ่ง