นกแต้วแล้วท้องดำ Gurney’s Pitta

 

นกแต้วแร้วท้องดำGurney’s Pitta 

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pitta gurneyi

 

ลักษณะทั่วไป
    
ลักษณะสีสันของเพศผู้และเพศเมียจะแตกต่างกัน โดยนกแต้วแร้วเพศผู้ บริเวณหัวและท้ายทอยจะมีสีน้ำเงินแกมฟ้าสดใส ตัดกับใบหน้าและหน้าผาก ซึ่งมีสีดำสนิทคอสีขาวครีม อกส่วนบนเป็นแถบสีเหลืองสด อกส่วนล่างจะมีสีดำเป็นมัน ท้องและก้นสีดำ ด้านข้างลำตัวเป็นสีเหลือง และมีลายสีดำสั้น ๆ คาดเป็นบั้ง ๆ ตลอดแนว ลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง ปีกเป็นสีน้ำตาลเข้มกว่าลำตัวเล็กน้อย หางและขนคลุมทางด้านบนเป็นสีฟ้าอมเขียว ราวกับสีของเครื่องประดับประเภทหยก กลางหางเป็นสีดำเรียบ ๆ ขาเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ปากเป็นสีดำ ส่วนนกแต้วแร้วเพศเมีย ลักษณะเด่นก็คือ หัวและท้ายทอยสีน้ำตาลเหลือง บริเวณหัว ตา หลังตา และขนคลุมหูสีดำ คอสีเหลืองครีม บริเวณส่วนล่างของลำตัวมีสีขาวอมเหลืองและมีลายสีดำสั้น ๆ คาดตามขวางของลำตัว ส่วนหางและด้านบนของลำตัว ปีก รวมทั้งส่วนอื่น ๆ คล้ายเพศผู้ แต่เพศเมียจะมีขนาดย่อมกว่าเพศผู้เล็กน้อย โดยทั่วไปนกแต้วแล้วท้องดำมีขนาดความยาวประมาณ 22 เซนติเมตร เป็นนกที่มีขนาดเล็ก ลำตัวอ้วนป้อม หัวโต ขาแข็งแรง หางสั้น เวลาหากินชอบกระโดดอยู่ตามพื้นป่า และส่งเสียงร้องไปด้วย
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     นกแต้วแร้วท้องดำเป็นนกที่มีเขตการกระจายพันธุ์ค่อนข้างจำกัด อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 7-12 เหนือ พบได้ทางตอนใต้สุดของพม่า แถบเทือกเขาตะนาวศรี ในประเทศไทยเคยพบตั้งแต่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงจังหวัด ตรัง ชื่อเรียกพื้นบ้านของนกแต้วแร้วมีต่าง ๆ กัน ตามท้องถิ่น ได้แก่ นกแต้วแล้ว นกเต้าเล้า นกเต้นตามกวาง นกกระเต้น ( ปักษ์ใต้) หรือนกกอหล๋อ นกเต้นหัวแพร
     อาหารของนกแต้วแร้วท้องดำ ได้แก่ ไส้เดือน ตัวอ่อนของแมลง แมลงต่าง ๆ หอยทาก กบ ปลวก เป็นต้น

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์

     นกแต้วแร้วท้องดำ ชอบอาศัยอยู่ตามป่าดงดิบชื้นและป่ารุ่นในระดับพื้นราบ ชอบอยู่ตามลำพัง ไม่รวมกลุ่ม เดิน และชอบกระโดดหากินอยู่บนพื้นดิน บางครั้งเกาะตามกิ่งของไม้พุ่มหรือตามขอนไม้ เมื่อมีสิ่งรบกวนจะกระโดดเข้าไปหลบซ่อนตามพุ่มไม้ หรือบินหนี ในระยะที่ไม่ไกลและไม่สูงมากนัก
     นกแต้วแร้วท้องดำวางไข่ครั้งละประมาณ 3 – 4 ฟอง ไข่มีลักษณะสีขาวนวล แต้มด้วยจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ โดยทั่วไปนกแต้วแร้วท้องดำจะเริ่มจับคู่ผสมพันธุ์ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม ระยะเวลาของการกกไข่ยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าอยู่ระหว่าง 10 - 14 วัน โดยทั้งพ่อแม่ช่วยกันกกไข่ เ มื่อไข่ฟักออกเป็นตัว พ่อแม่นกจะทำลายเปลือกไข่โดยกินเสียทั้งหมด เพื่อเป็นการอำพรางศัตรู เพียงหนึ่งสัปดาห์ลูกนกเริ่มมีขนเป็นเส้นกลม ๆ สีเทาดำอยู่ทั่วตัว เมื่ออายุได้ 14 วัน ขนจะขึ้นเต็มตัว จากการศึกษาพบว่าลูกนกจะออกจากรังเมื่ออายุประมาณ 15 - 16 วัน


สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นนกประจำถิ่นที่หาได้ยาก และใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ในปัจจุบันมีรายงานการพบบ้างทางภาคใต้ โดยเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ที่พบนกแต้วแร้วท้องดำ และมีการจับคู่ทำรัง แต่ก็มีปริมาณน้อยมาก ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 จัดให้นกแต้วแล้วท้องดำ เป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิด