

วันนี้ขอสรุปเนื้อหาสาระสำคัญจากการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 5 “ประชากรและสังคม2552” เรื่อง “ครอบครัวไทย ในสถานการณ์เปลี่ยนผ่านทางสังคมและประชากร”
สาระสำคัญที่ได้ คือ การแตกต่างทางความคิด และ การเสรีทางวิชาการครับ ต้องถือว่าเป็นบรรยากาศทางวิชาการที่ดีมาก ขอนำมาเสนอเฉพาะบางประเด็น ดังนี้ครับ
ประเด็น เรื่อง การลดลงของครอบครัวสามช่วงวัยในสังคมไทย
ครอบครัวสามช่วงวัย คือ รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อแม่ และ รุ่นลูก ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในบ้านเดียวกัน
นักวิจัยบอกว่าถ้าในบ้านมีครอบครัวสามช่วงวัย จะทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ผู้ให้ความเห็นบอกว่า ที่ผ่านมา ยิ่งอยู่กับปู่ย่าตายาย ยิ่งปัญหามาก แยกมาอยู่เป็นครอบครัวเอง สบายใจกว่ากันมาก
ประเด็นเรื่อง ปัจจัยทางเศรษฐกิจกับการสร้างครอบครัว
นักวิจัยบอกว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อการหย่า เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้มีการหย่ากันมาก
ผู้ให้ความเห็นเสนอว่า คิดว่าเศรษฐกิจ ไม่น่าจะมีผลต่อการหย่า ถ้าลองทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น คิดว่าคนจะหย่ากันน้อยลงหรือ
ประเด็นเรื่อง พลวัตรครอบครัวคนชายขอบ พหุลักษณ์และบรรทัดฐานใหม่เกี่ยวกับครอบครัวที่ไม่อาจละเลย
นักวิจัย เสนอปัญหาของครอบครัวคนชาบขอบ
ผู้ให้ความเห็น เสนอว่า ถ้ามองแต่ปัญหา ก็จะหาตัวช่วย ควรศึกษาว่าคนชายขอบ ก้าวผ่านความบากลำบากมาได้อย่างไร ต้องเสริมพลังให้พวกเขาช่วยกันเอง ไม่ใช่ให้เอาคนอื่นไปช่วย
ประเด็นเรื่อง การจัดการของรัฐต่อครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว
นักวิจัยเสนอว่า ให้รัฐมาช่วยขัดสวัสดิการให้กับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว
ผู้เสนอความคิดเห็น บอกว่า ควรเปลี่ยนมิติในการศึกษาโดยการจัดเวทีให้เขาแก้ปัญหาเอง ให้เขาพึ่งตัวเอง เปลี่ยนทัศนคติในการมองตัวเองให้มีคุณค่า
ประเด็นเรื่อง เมื่อต้องเติบใหญ่ห่างไกลพ่อแม่ ลูกของพ่อแม่ที่ย้ายถิ่นในมุมมองของปู่ย่าตายาย
ผู้วิจัยเสนอในทำนองที่ว่า ความรักความผูกพันที่พ่อแม่มีต่อลูก ซึ่งงอกเงยมาสู่หลาน เป็นแรงจูงใจหลักให้พ่อแม่สูงอายุยอมเหนื่อยยากเลี้ยงหลานให้ลูก ซึ่งนักวิจัยถือว่าเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องที่ดี
ผู้ให้ความเห็นบอกว่า ระยะสั้น ก็ยังพอทน แต่นานไป จะเป็นการทำลายผู้สูงอายุ
นอกจากนั้น ยังมีประเด็นปลีกย่อย ดังนี้
- ผู้วิจัย บอกว่าควรประคับประคองชีวิตคู่ในครอบครัว ผู้ให้ความเห็นบอกว่า อยู่กันไม่ได้ก็หย่าดีกว่า จะทนไปทำไม ให้มองการหย่าในทางบวกบ้าง
- เรื่องที่โรงเรียนจัดงานวันพ่อ วันแม่ ให้คิดถึงความรู้สึกของคนที่ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่บ้าง เด็กบางคนไม่อยากให้ถึงวันดังกล่าว
- การวิจัยของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ส่วนใหญ่เป็นการมองมิติเดียว มองปัญหา หาคนอื่นมาช่วย น่าจะมองหลายมิติ แล้ว เสนอวิธีให้เขาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
- สิ่งที่ชาติต้องการ คือ นักพัฒนาการครอบครัว
นำเสนอพอสังเขป ขอบคุณครับ
ความแตกต่าง ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆที่หลากหลาย
ครอบครัวคือ พื้นฐานของการพัฒนาทุกๆสิ่งค่ะ
รักษาสุขภาพนะคะ ท่านรองฯ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม
มีความสุขในการทำงานนะครับ
แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ชอบมากประโยคนี้
ขอบคุณมากครับ หนังสือได้รับแล้วครับ อ่านตอนเดินทาง ดีมากครับ
เป็นงานวิจัยของมหิดลครับ ได้ผู้ให้ความเห็นมาจากที่อื่น
ขอบคุณมากครับ
เป็นคำถามที่ดีมากครับ แล้วก็เจอทุกเวที ทุกที่
แต่ คำตอบอยู่ในสายลมครับ
ขอบคุณมากครับ
เรียนน้องsmallman
คำกล่าวนี้เป็นจริงค่ะ เรื่องที่โรงเรียนจัดงานวันพ่อ วันแม่ ให้คิดถึงความรู้สึกของคนที่ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่บ้าง เด็กบางคนไม่อยากให้ถึงวันดังกล่าว
และบางคนไม่ได้ร้องไห้เพราะรู้สึกว่าไม่มีพ่อ หรือมีแม่
แต่ร้องไห้เพราะเจ็บใจที่ถูกทิ้ง
ข้อนี้อันตรายต่อความมั่นคงทางครอบครัว และสังคมในอนาคต
ขอบคุณมากครับ ที่มองเห็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง กรณีวันพ่อวันแม่ คงต้องช่วยกันครับ