ครูย่อมทราบดีว่า นักเรียนคนไหนมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปในทางที่ไม่พึงประสงค์ นักเรียนบางคนชอบหนีเรียน ชอบขาดเรียน หรือแต่งตัวออกจากบ้านแล้วไม่เข้าโรงเรียน บางคนก้าวร้าวชอบทะเลาะวิวาท พฤติกรรมทั้งหลายเหล่านี้ มันท้าทายความสามารถของครู แต่หลายคนเวลาเลือกที่จะเป็นครูประจำชั้น ก็มักจะอยากได้ห้องเรียนที่อยู่ระดับต้น ๆ หรือเรียกว่าห้องคิง เพราะเด็กเหล่านี้ไม่มีปัญหาด้านพฤติกรรม ตั้งใจเรียน ไม่ก่อปัญหา ไม่เหมือนกับห้องเรียนท้าย ๆ ที่มีนักเรียนทุกรูปแบบ ถ้าเราเป็นครูประจำชั้นนักเรียนเหล่านี้ ก็เหมือนเป็นครูมืออาชีพ ต้องใช้จิตวิทยาที่ร่ำเรียนมา และใช้ระบบดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด ถ้าเราสามารถช่วยเหลือนักเรียนได้ก็เป็นความภาคภูมิใจ เป็นความทรงจำที่ดีกับวิชาชีพครู ความจริงแล้วเด็กก็คือเด็ก ถ้าดูแลเขาอย่างเข้าใจ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรัก ความเมตตา ก็น่าจะแก้ปัญหาของนักเรียนได้ ต้องเข้าใจก่อนว่านักเรียนที่มีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนเหล่านี้ เป็นนักเรียนที่ขาดความอบอุ่นมาจากบ้าน เป็นเด็กที่ป่วยมาจากบ้าน เช่น ครอบครัวแตกแยก ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่ บางคนไม่เตยเห็นหน้าพ่อแม่ด้วยซ้ำไป ต้องอยู่กับยาย กับตา สื่งเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อจิตใจนักเรียน จากประสบการณ์ของความเป้นครู เท่าที่สังเกต นักเรียนห้องหนึ่งๆ มีนักเรียนที่ไม่สนใจเรียนไม่กี่คนหรอกครับ อย่างมากก็ 5 - 6 คน ชอบนั่งอยู่หลังห้อง ชอบคุยไม่ตั้งใจฟังในขณะครูสอน การงาน การบ้านไม่เคยส่ง บางครั้งก็หายไป หนีเรียน โดดเรียน มีเรื่องเข้าห้องฝ่ายปกครองบ่อยๆ ผมเคยร่ำเรียนมาในเรื่องการศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล (Case Study) ทำเลยครับทำบันทึกเจ้า 5-6 คนนั่นแหละ ไม่ค้องทำทั้งหมด มีชื่อผู้ปกครองพร้อมเบอร์โทรศัพท์ เพื่อติดต่อกับผู้ปกครองได้ทันท่วงที บันทึกการขาดเรียน การหนีเรียนในรายคาบต่าง ๆ บันทึกประวัติพฤติกรรมอื่น ๆ ที่สำคัญต้องตรวจเช็คทุกวัน บางครั้งตรวจเช็คการเข้าเรียนเป็นภาคเช้าภาคบ่าย เอาให้ระเอียดยิบเลย ไม่ใช่เป็นการจับผิด เพราะถ้าเห็นเขาเข้าเรียนทุกคาบเราก็ให้กำลังใจเขาด้วยการชมเชยหรือให้รางวัล ถ้าเกิดเหตุในโรงเรียนครูก็ดำเนินการเอง ถ้าไม่เข้าโรงเรียนหรือหนีเรียน ก็รายงานถึงผู้ปกครองทันที ทั้งนี้มิใช่ลงโทษเพียงอย่างเดียว เราต้องคอยให้กำลังใจ พยายามเข้าใจเขา จนเขาไว้วางใจเรา และเมื่อถึงขั้นนั้นแล้วเขาจะเล่าปัญหาให้เราฟังหมด เราก็รู้ข้อมูลและช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด เรียกว่าอยากได้ตัวต้องให้ใจ อยากได้ใจต้องเข้าใจ นกจากนี้เราก็จัดกิจกรรม ให้เด็กเหล่านี้จากห้องเรียนต่าง ๆ มาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น จัดทัวร์ 9 วัด โดยเชิญผู้ปกครองนักเรียนไปด้วย หรือกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ให้นักเรียนได้ผ่อนคลาย รู้รักสามัคคี มีเพื่อนที่รู้ใจ จะได้คลายเหงาลงได้บ้าง ทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่นักเรียนรู้สึกว่าน่าอยู่ อยู่แล้วมีความสุข มีครูคอยให้กำลังใจ มีเพื่อนพี่น้องที่รู้ใจ
Get idea
อยากได้ตัว ต้องให้ใจ อยากได้ใจต้องเข้าใจ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
กรุง ม่วงนาครอง · 2 ก.ค. 2552
เกษตรยะลา · 2 ก.ค. 2552
นางณัฐวดี รักษาธรรม · 2 ก.ค. 2552
dr-ammy · 2 ก.ค. 2552
วัลลา ตันตโยทัย · 2 ก.ค. 2552