วิธีเก่งแบบผู้ตาม โดย Robert E.Kelly
การเป็นผู้ตามที่เก่ง หมายถึง การเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ อย่างกระตือรือร้น โดยมีความคิดเป็นของตนเอง ในเรื่องเป้าหมาย การทำงาน การตัดสินใจ และวิธีทำงานต่างๆ มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้นำ เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายขององค์กรได้ 
Øจากการวิจัยของ Robert E. Kelly พบว่า ความสำเร็จขององค์กร 90 % เกิดจากการทำงานของผู้ตาม ส่วนอีก 10% ที่เหลือเป็นผลงานของผู้นำ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผู้ตามมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้นำเลย
เทคนิคในการทำงานของคนเก่งแบบผู้ตาม
1.รู้จักนำตนเอง
การรู้จักนำตนเอง และแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในตนเอง จะทำให้ผู้นำ/ผู้จัดการ เกิดความไว้วางใจที่จะมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบต่างๆ ให้เรา ซึ่งการแสดงออกถึงการเป็นผู้ที่รู้จักนำตัวเองก็ได้แก่
- มีความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ
- รู้จักดูแลรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบต่องานอย่างเต็มที่
- แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างเปิดเผย เมื่อเห็นสมควร แต่ไม่ก้าวร้าว
ฯลฯ
2. มีความมุ่งมั่นและพันธะหน้าที่ต่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
คำว่าส่วนตัวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเราคนเดียว แต่หมายรวมไปถึงผู้บังคับบัญชาของเราด้วย การซื่อสัตย์ต่อหัวหน้าเป็นสิ่งที่ดี แต่การทุ่มเททำอะไรตามความต้องการของหัวหน้าโดยไม่ลืมหูลืมตานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะบางครั้งเป้าหมายของหัวหน้าอาจไม่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร /ของทีม ซึ่งหน้าที่ของเราคือให้พยายามดึงผู้นำให้หันกลับมามองเป้าหมายของส่วนรวม
3. รู้จักพัฒนาความรู้ความสามารถและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตนเอง
ไม่ต้องรอให้เจ้านายมาสั่งให้ไปสัมมนาที่โน่น หรือไปอบรบที่นี่ แต่เราจะต้องเป็นฝ่ายบอกเจ้านายเองว่ามีโปรแกรมอะไร ที่ตนเห็นว่าจะพัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานและของเราได้
4. ปฏิบัติงานอย่างมีสำนึกผิดชอบชั่วดี
ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ มีจรรยาบรรณในการทำงาน
5. ควบคุมอัตตาและอารมณ์ของตนเองในการทำงานร่วมกับผู้นำ
เมื่อมีการทำงานร่วมกันของคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ความขัดแย้งก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อมันเกิดขึ้น เราก็จะต้องพยายามควบคุมอัตตาของตัวเองไว้ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งนั้นลุกลามใหญ่โต ซึ่งการจะทำให้ผู้นำยอมรับฟังความคิดเห็นที่ตรงข้ามกับความคิดของเขา และไม่ทำให้เกิดผลเสียใดๆ ต่อหน้าที่การงานของเราตามมานั้น มีดังนี้
- พยายามเข้าใจ และมองผู้นำในแง่บวก
- ค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์หรือปัญหาให้พร้อมมูล ก่อนจะโต้แย้งกับผู้นำ
- แสวงหาข้อแนะนำในเรื่องนั้นจากคนรอบด้าน
- ดำเนินงานอย่างมีระบบ
- รู้จักโน้มน้าวจิตใจผู้นำ
- หาแนวร่วม
Kelly แบ่งผู้ตามเป็น ๕ พวก ข้างล่างครับ
Øพวกลูกแกะ เรื่องเฉื่อยและไม่คิดวิพากษ์วิจารณ์สิ่งใด ๆ
Ø พวกลูกขุนพลอยพยัก กระตือรือร้นแต่ไม่วิพากษ์วิจารณ์
Ø พวกผู้ตามที่ห่างเหิน เรื่อยเฉื่อย แต่ชอบคิดเชิงวิพากษ์
Ø พวกรู้รักษาตัวรอด พวกนี้จะรู้ว่าเมื่อใดควรทำตัวกระตือรือร้น หรือเรื่อยเฉื่อย วิพากษ์วิจารณ์หรือไม่วิพากษ์วิจารณ์ และเมื่อใดควรสงบเสงี่ยมเก็บเนื้อเก็บตัว
Ø พวกผู้ตามชั้นยอด พวกนี้จะดำเนินการอย่างกระตือรือร้น และ เป็นตัวของตัวเอง คิดเชิงวิพากษ์ พวกเขาจะมีลักษณะนิสัยคล้ายผู้ตามที่มีประสิทธิผลมาก ซึ่งเป็นผู้ตามที่ผู้นำที่ดีต้องการ
Kelley พยายามกำหนดปัจจัยสำหรับแยกพนักงานชั้นยอดออกจากพนักงานอื่น ๆ รวม 4 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
Øปัจจัยด้านปัญญา คือ ความต้องการของงานในด้านสติปัญญา
Øปัจจัยด้านสังคม คือ ทักษะในการติดต่อสัมพันธ์
Øปัจจัยด้านจิตวิทยา – บุคลิกภาพ คือ แรงขับภายในของบุคคล
Øปัจจัยด้านองค์การ คือ บุคคลและองค์การมีความสัมพันธ์ซึ่งกัน และ กันอย่างไร
JJ2009ฅนธรรมดา
เรียน ท่าน อ.jj
ขอบคุณสำหรับเทคนิคดีๆ และมีประโยชน์ในการทำงานนะคะ
เป็นความรู้และให้ข้อคิดที่ดีมากๆเลยคะ
เรียน ท่านกนกพร ก็ เป็นกำลังใจ ให้ ผู้ตาม นำ ผู้นำ ครับ
เรียน ท่านน้ำฝน เพื่อเป็นการเตรียมตัวในอนาคต ครับ (55)
จาก blog ที่แล้ว บอกว่าเป็นผู้นำไม่ได้ มา blog นี้เอาเรื่อง ภาวะผู้ตามที่ดีมาให้อ่านทันทีเลยนะคะ
แบบนี้ยกนิ้วให้ท่านอาจารย์ JJ สองมือเลยละกันค่ะ...ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ค่ะ
เรียนท่านชาดา ผู้ตามดี ชีวี มีสุข สนุก ร่วมกัย ผู้นำ ครับ