วันนี้ (7 พ.ค.49) ผมได้ไปที่ร้านตัดผมในเมืองพิษณุโลก ร้านนี้เป็นร้านที่ผมรู้จักมานานเกือบ 20 ปี เช่าที่ของ "สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" เปิดเป็นร้าน "ตัดผมชาย"

   สมัยผมทำงานที่มศว พิษณุโลกใหม่ๆ ที่ทำงานอยู่ในเมือง ผมจะขี่จักรยานมาตัดผมที่ร้านนี้ประจำ ในตอนเย็นหลังเลิกงาน (ประมาณ 20-30 วัน/ครั้ง)  ค่าตัดผมสมัยนั้นราคา 40 บาท/หัว

    สมัยนี้พอเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร อยู่ที่หนองอ้อ ผมมักจะขับรถ(ยนต์)ไปตัดผมที่ร้านนี้ (ซึ่งอยู่ในเมือง) ในตอนเช้า แต่วันนี้ผมไปตัดตอนเที่ยงวัน

    ร้านนี้เขาเปิดทำงานทุกวัน ปิดเฉพาะวันพุธ มีเก้าอี้ตัดผมอยู่ ๗ ตัว (เก้าอี้ตัดผมขนานแท้ต้องทำมาจาก New Road หรือ ถนนเจริญกรุง ในกรุงเทพฯ) วันนี้ซึ่งเป็นวันอาทิตย์มีช่างตัดผมอยู่เพียง ๔ คน ซึ่งช่างที่ผมตัดประจำเผอิญว่างอยู่ ช่างคนนี้อายุเกือบ ๗๐ ปีแล้ว แต่ก็ยังทำงานอยู่

   ที่ร้านนี้เขาไม่ได้จ้างช่างตัดผม แต่เขาเปิดร้านแล้วหาช่างมาประจำ โดยเมื่อช่างตัดผมเสร็จ ลูกค้าก็จะจ่ายเงิน ๖๐ บาทเป็นค่าตัดผม ช่างก็จะได้ชิฟไป ๑ อัน ตอนเย็นหรือตอนเลิกงานก็จะไปคิดสตางค์กัน ร้านนี้มีเปิดแอร์บริการลูกค้า ราคา ๖๐ บาทจึงไม่แพงจนเกินไป (ตัดแถวมน. ไม่มีแอร์ ช่างชาวบ้านคิดหัวละ ๓๐ บาท ตัด ๓๐ นาทีเสร็จ) ใน ๒๐ ปี ขึ้นค่าตัดผม ๒๐ บาท เฉลี่ยขึ้นปีละบาทเท่านั้น

   ปกติผมไม่ค่อยชอบคุยกับช่างตัดผม แต่ผมชอบชวนช่างคนนี้คุย แกตัดผมไปก็เล่าอะไรให้ผมฟังเพลินๆ วันนี้ผมเลยลองยิงคำถามว่า "วันหนึ่งตัดผมได้ถึง ๒๐ หัวหรือไม่" แกตอบว่า "ไม่ถึงหรอกคุณ อย่างมากก็สิบกว่าหัว"

   ผมลองจับเวลาที่แกตัดผมให้ผม ไม่เคยต่ำกว่า ๔๐ นาทีเลย ปกติประมาณ ๕๐ นาที วันนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าแกตัดให้ผมชั่วโมงกว่า ปกติแกมาทำงาน ๗ โมงเช้า เลิก ๖ โมงเย็น วันหนึ่งก็คงอยู่ประมาณ ๑๒ หัว

   ผมลองถามแกว่า "เจ้าของร้านเขาแบ่งเงินยังไง" ผมไม่คิดว่าแกจะตอบหรอก

   แกบอกว่า เงิน 60 บาท หักก่อน 2 บาท เงิน 2 บาทนี่เป็นเงินพิเศษ ช่วยค่าไฟ ค่าภาษีและอะไรต่างๆ เหลือเงิน 58 บาท แบ่งกัน 60 : 40 คือ ช่างได้ไป 60 และ เจ้าของร้านได้ไป 40 เช่น ถ้าแกตัดได้วันละ 10 หัวก็จะได้เงินกลับบ้านตอนเย็น 348 บาท (จ่ายทุกวันที่มาทำงาน)

   วันปกติ ผมเห็นช่างมา 6 คน ถ้าคนหนึ่งตัดได้ 10 หัว วันหนึ่งก็ได้ 60 หัว เจ้าของร้านก็จะได้เงินส่วนแบ่งวันละ 1,392 บาท (ไม่รวมเงิน 2 บาทที่หักออกก่อนเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งในกรณีนี้ก็จะได้ 120 บาท)....คุณผู้อ่านได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องเล่านี้บ้างครับ....

   เรื่องเล่า ที่เล่ามานี้เป็นตัวอย่างว่า ใน 1 วัน เราสามารถสรรหา เรื่องราวต่างๆ มาเล่าได้ตั้งมากมาย อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นเรื่องเล่าหรือเปล่า หรือว่าเราอยากจะเล่าหรืออยากจะ Share  ประสบการณ์ให้คนอื่นอ่านหรือเปล่าเท่านั้นแหละครับ..