สุนทรียสาธก คืออะไร เคยได้ยินได้รู้แต่สุนทรียสนทนา?

วันนี้ดิฉันไปเป็นผู้ประเมินคุณภาพวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ ตามเกณฑ์ PMQA ซึ่งเป็นกระบวนการประกันและประเมินคุณภาพภายในของมหาวิทยาลัยค่ะ

ในกระบวนการประเมินช่วงบ่าย เราขอสัมภาษณ์อาจารย์ ซึ่งปรากฎว่าวิทยาลัยส่งอาจารย์ภิญโญ รัตนพันธ์ มาให้สัมภาษณ์ อาจารย์เล่าให้ฟังว่า วิทยาลัยฯได้ให้ทุนอาจารย์ 8 แสนบาท ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ ABAC

งานวิจัยที่อาจารย์ทำเป็น action research เรื่อง AI (Appreciative Inquiry) ซึ่งอาจารย์ก็เล่าให้ฟังถึงงานอาจารย์ในเรื่องนี้ด้วยความสนุกสนานกับการเรียน การแลกเปลี่ยน รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่อาจารย์ได้ทำได้ศึกษา แล้วนำไปเผยแพร่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนที่สนใจนำไปใช้โดยเฉพาะงานทางด้านการตลาด ลองดู และศึกษาได้ที่ website Thailand Appreciative Inquiry Network

 

สุนทรียสาธก คืออะไร เคยได้ยินได้รู้แต่สุนทรียสนทนา?

 

อาจารย์ได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงที่กำลังค้นคว้าหาโจทย์วิจัยที่เกี่ยวข้องกับ KM เพื่อทำวิจัยปริญญาเอก อาจารย์ได้ไปพบบทความที่อาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช ได้เขียนไว้เกี่ยวกับ AI เครื่องมือหนึ่งของ KM จึงทำให้อาจารย์สนใจในเรื่องนี้ แล้วก็ศึกษาวิจัยทำเรื่องนี้มาโดยตลอดทำให้อาจารย์ได้องค์ความรู้มากมายมาเผยแพร่ในหลากหลายรูปแบบแก่นักศึกษา และบุคคลในกลุ่มต่างๆมากมาย

 

สุนทรียสาธก เป็นศัพท์บัญญัติภาษาไทยที่ได้มีการแปลไว้ของ AI (Appreciative Inquiry) ซึ่งตามที่ดิฉันเข้าใจก็คือ การสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านบวก เพื่อนำสิ่งนั้นไปขยายผลต่อ โดยตัวกระบวนกรต้องเป็นผู้โยนคำถามให้คิด เช่น หากเรากำลังจะศึกษาวิธีการเรียนการสอนที่ได้ผล เราก็ถามนักเรียนว่า การสอนแบบใดที่นักเรียนชอบ เรียนแล้วเข้าใจ แบบว่าคลิ๊กเลย... เมื่อได้คำตอบนั้น อาจารย์ก็นำวิธีการสอนนั้นมาใช้ และก็ประเมินนักเรียนกลุ่มที่เราสอนนั้นเพื่อดูผลได้เลยว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิจากการเรียนวิธีนั้นหรือไม่ (น่าจะเป็นวิจัยในชั้นเรียน ได้ด้วยนะคะเนี่ย)

 

จากเดิมที่เราชอบคุยคุ้ย หากข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาดเพื่อมาแก้ไขปรับปรุง มาเป็นการคุยกันในเรื่องบวกเพื่อนำไปขยายผล ซึ่งจะทำให้องค์กรเกิดการพัฒนาต่อไปได้ ซึ่งจะว่าการคุยกันในเรื่องบวก จะทำให้เราไม่ต้องเครียด คุยอย่างมีความสุข ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้นกว่าการเรียนแบบเครียดๆ จริงมั้ยค่ะ

 

ยกตัวอย่าง เช่น อาจารย์จะถามนักศึกษา หรือผู้เข้าอบรมว่า คนเรากลัวอะไร ... ถ้ากลุ่มตอบว่า กลัวแก่ กลัวไม่สวย กลัวตาย... จากประเด็นตรงนี้ก็มาระดมสมองกัน ว่าจะมีธุรกิจอะไร ที่จะช่วยให้คนไม่แก่ นักศึกษาก็จะช่วยกันคิดตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์อะไร รูปร่างหน้าตาแบบไหน ราคาเท่าไหร่ จะพิสดารอย่างไร ฯลฯ ประมาณนี้ค่ะ

 

หรือ ถามว่าร้านอาหารอย่างไรที่เราชอบ... ส่วนใหญ่ที่เป็นผู้หญิงมักจะบอกว่า ร้านอาหาร (รวมถึงห้าง) ที่ชอบ คือ มีห้องน้ำสะอาด มีที่ให้เด็กเล่น ... เป็นเรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่จะว่าไปก็มีผลมาก และโดยเฉพาะห้องน้ำผู้หญิง ... ถ้าร้านอาหาร หรือห้าง สามารถทำให้ห้องน้ำผู้หญิงสวย สะอาด (ไม่มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์) หรู หรือ แปลกใหม่สวยหรู ได้ละก็รับรอง แขกตรึมค่ะ เพราะผู้หญิง 1 คนจะบอกต่อไป 25-26 คน ในขณะที่ผู้ชายจะบอกต่อเพียง 1.5 คนเท่านั้น...ฉะนั้นลูกค้าผู้หญิงสำคัญนะคะ ต้องดูแลให้ดีๆ...นะคะ

 

สำหรับดิฉันวันนี้ ถือได้ว่าได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการพูดคุยแลกเปลี่ยน ซึ่งดิฉันก็จะนำเทคนิค AI นี้ไปใช้ในการเรียนการสอน การพัฒนาตนเอง และหน่วยงานค่ะ ... ขอบคุณมากค่ะ

 

หมายเหตุ:

        AI ในทางด้านสัตวศาสตร์ สัตวบาล สัตวแพทย์ เราจะหมายถึง Artificial Insemination ซึ่งการคือ การผสมเทียมค่ะ อย่างที่หลินหุ่ยถูกผสมเทียมจนได้หมวยน้อยแพนด้านั่นแหละค่ะ

        ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทุกวัน คือ การเรียนรู้