ระบบการประเมินต้องมี ๓ ชั้น   เงินมากและต้องทำเร็วอย่างนี้สิ่งที่ต้องระวังคือ ใช้เงินไปมาก ทำกิจกรรมมาก   ดูคล้ายๆ เกิดผล   แต่จริงๆ แล้วเป็นแค่การ work hard ไม่ใช่ work smart    และนักวิจัย/มหาวิทยาลัย ที่ได้รับคัดเลือกได้เริงร่ากับทรัพยากรที่ไหลมาเทมา    แต่สังคมไทยได้ประโยชน์น้อย   และกระบวนการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยของชาติ ก็ไม่ยั่งยืน    พอหมดเงินก้อนนี้ก็จบ


          ดังนั้น จึงต้องออกแบบระบบประเมิน   เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย ๓ ด้าน


๑. การประเมินมหาวิทยาลัยวิจัยของชาติแต่ละแห่ง   ว่าได้ดำเนินการโครงการตามที่ได้ตกลงไว้หรือไม่   เกิดผลกระทบตรงตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือไม่    เป็นการปูทางไปสู่การพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยในระยะยาวหรือไม่


๒. การประเมินภายใน เพื่อยืนยันว่าทีมจัดการโครงการนี้ได้ดำเนินการโครงการอย่างโปร่งใส และใช้เงินอย่างมีประสิทธิผลสูงต่อสังคมไทย


๓. การประเมินภายนอก   เพื่อมองผลกระทบในภาพรวมของโครงการ    เอาผลการประเมินไว้เป็นข้อเรียนรู้   ทั้งเรียนรู้วิธีจัดการโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้    และเรียนรู้วิธีขับเคลื่อนระบบมหาวิทยาลัยวิจัยของประเทศ    ที่เป็นการขับเคลื่อนระยะยาว และบูรณาการอยู่ในการจัดการระบบอุดมศึกษาของประเทศ


          ดังนั้น สิ่งสำคัญยิ่งยวดที่จะต้องจัดคือ “ระบบข้อมูล”   ที่จะช่วยให้การประเมินทั้ง ๓ เป้าหมายข้างต้น ดำเนินได้อย่างจริงจัง


         ผมคิดว่า โครงการมหาวิทยาลัยวิจัยของชาติ นี้ จะสร้างความรู้สึกไม่เห็นพ้องสูงในหมู่สถาบัน/ประชาคม อุดมศึกษา    จึงต้องเตรียมหลักฐานยืนยันผลประโยชน์ของบ้านเมือง เหนือผลประโยชน์ของกลุ่มนักวิจัย/สถาบัน

 

วิจารณ์ พานิช
๒๒ มิ.ย. ๕๒