เรื่องเล่าหน้าฝน "ไปไต้กบ ไต้เขียด"

เรื่องเล่าหน้าฝน   ตอนไปไต้กบ ไต้เขียด

พอจอดรถที่เถียงนา ผมได้ชวนพ่อสำรวยกับน้องนิกไปไต้เขียด แต่นิกไม่ไปเหลือเพียงผมกับพ่อรวย 2 คน ได้หม้อแบ็ตคนละดวงออกเดินทางไปไต้เขียด กบ อึ่งอ่าง ก่อนออกไปผมได้ฉายไฟเลือบไปเห็นงู ทำทาน ตัวขนาดหัวแม่มือเลื้อยออกจากพุ่มไม้ ผมจึงเรียกพ่อสำรวยให้มาดู แล้วก็จัดการฆ่างู น่าเศร้า

ได้เขียดหลายๆ


          จากนั้นก็เดินทางไปไต้เขียดกัน พ่อสำรวยได้สุ่มจับปลา กับคุใส่กบผมได้เพียงไฟเท่านั้นถามพ่อว่าเอาสุ่มจับปลาไปทำไม พ่อบอกว่าเอาไปสุ่มกบเวลากบมันเห็นคนเข้ามาใกล้มันจะมุดหายลงไปในน้ำมันจะอยู่ที่เดิมไม่หายไปไหนไกล พ่อก็จะเอาสุ่มจับมันได้ เราทอดรองเท้ากันแล้วเดินเท้าเปล่าออกไปไต้เขียด

                ท่ามกลางความก้องกังวานของเสียงกบ เสียงเขียด อึ่งอ่าง ได้บรรยากาศท้องทุ่งนาน่าฝน ฝังเสียงสรรพสัตว์แล้วทำให้มีความสุขมาก พลันคิดถึงใครหลายๆคนที่ไม่ได้ร่วมออกเดินทางมากับเราเสียดายแทนจริงๆ  ผมกับพ่อรวยเดินไต้เขียดในทุ่งนาที่อยู่ใกล้ๆเถียงนาที่พักของเราก่อน พ่อรวยบอกว่าเราเดินหาแบบนี้ไม่ได้เราต้องฟังเสียงมันแล้วเดินตามไป เหยื่อตัวแรกของเราคือ อึ่งอ่างที่กำลังส่งเสียงร้องในบ่อน้ำใกล้ๆ เรา พ่อรวยเงี้ยหูฟังแล้วเดินตามเสียงนั้นไป ผมก็เดินตามหลังพ่อไป ทำท่าส่องไฟหาที่มาของเสียง ไม่นานก็เห็นเป้าหมายเป็นอึ่งอ่าง กำลังโคมกัน (โคมกัน คือ ภาษาอีสานที่ใช้เรียก กบ เขียด อึ่งอ่าง กำลังจับคู่เพื่อผสมพันธุ์)  เราเลยได้ทั้ง2 ตัว พ่อรวยจับใส่คุแล้วเดินต่อไป

                 

                เราเดินไต้อยู่ใกล้กับเถียงนาไปเรื่อย แล้วพ่อรวยบอกว่ามันหมดแล้วเราไปหาที่อื่นกันดีกว่า พร้อมกับเดินไปตามคันนาที่มุ่งหน้าไปยังทุ่งนาที่อยู่ไกลออกไปผมเดินตามหลังพ่อรวยไปเรื่อยๆพร้อมกับส่องไฟหากบเขียดแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่ตัวเดียวได้ยินเพียงเสียงของมันเท่านั้น เราเดินผ่านป่ากล้วยที่ปลูกไว้บนคูสระน้ำที่พ่อรวยขุดไว้ 2 สระ ผมส่องไฟลงไปในสระผมตกใจกับภาพที่เห็น ปลาดุกตัวใหญ่

 

หลายตัวว่ายน้ำไปมาในสระเพื่อหาอาหาร ที่เห็นมากที่สุดคือตรงไฟที่เปิดไว้เพื่อให้แมลงตกลงไปเป็นอาหารปลาจะรวมกันหนาแน่น พ่อรวยบอกว่าเป็นปลาที่เลี้ยงไว้ตามธรรมชาติไม่ได้ให้หัวอาหารเลี้ยงใช้เปิดไฟตอนกลางคืนให้แมลงตกลงเป็นอาหารเท่านั้น นำมาปล่อยเมื่อน่าฝนปีที่แล้วตอนนี้ครบปีพอดี ตัวใหญ่มากแล้ว

                พอเดินเลยสระไปก็เป็นทุ่งนาที่เพิ่งตกกล้าเสร็จใหม่ๆ ข้าวกำลังแทงหน่อให้เห็นสีขาวๆ (ตกกล้า คือ การเพาะพันธุ์ข้าว ว่านเมล็ดข้าวเพื่อใช้เป็นพันธุ์ใหม่ )

มีผ้าคะแหย่งล้อมรอบไว้เพื่อกันสัตว์ เช่น เป็ดไก่ เข้าไปทำลาย ข้างในมีเสียงอึ่งอ่างร้องให้ก่อง พ่อรวยไม่กล้าที่จะลงไปจับเพราะกลัวข้าวพัง เจ้าอึ่งอ่างพวกนั้นจึงรอดตายโดยไม่ต้องหนีไปไหน ผมพูดกับพ่อรวยว่าอึ่งอ่างพวกนี้ฉลาดมากที่มาอยู่ถูกที่ถูกเวลาทำให้มันรอดตาย พ่อรอยบอกว่า “แม่นแล้ว” แล้วเราก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน 

 

                เบื้องหน้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้องอยู่ไกลๆ ต้องข้ามถนนไปอีกฟากจึงจะไปถึง พ่อรวยไม่รอช้ารีบก้าวเท้าเร็วๆเดินนำหน้าตามเสียงร้องของกบไป ผมเดินตามไปให้ทันพ่อ พอเราเข้าใกล้เสียงกบก็ดังแรงขึ้นๆ เราก็เดินให้เงียบที่สุดกลัวว่ามันจะตกใจแล้วหนีไป ในระยะ 5 เมตร เห็นตัวกบชัดเจนมาก เป็นกบที่ตัวใหญ่ทีเดียว ผมหยุดเดินไม่กล้าที่จะเข้าไปอีก พ่อรวยเริ่มส่องตัวมันโดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อมใดๆทั้งสิ้น พร้อมกับยกเท้าเดินให้เงียบที่สุดแม้แต่น้ำก็ไม่ให้ไหวติง หัวใจผมเริ่มเต้นแรงมากขึ้นด้วยว่าเอาใจลุ้นให้พ่อรวยจับกบตัวนี้ให้ได้ ใกล้ระยะ 2 เมตร พ่อรวยยกสุ่มขึ้นพร้อมที่จะจับกบ แล้วก็สุ่มลงไปที่ตัวกบอย่างรวดเร็ว พ่อรวยใช้มือหนึ่งกดสุ่มไว้แล้วอีกมือก็ล้วงลงไปหากบ ผมรีบวิ่งเข้าไปใกล้ๆเพื่อที่จะดุตัวกบให้ชัดๆ แต่เมื่อหาแล้วก็ไม่เจอกบ น่าเสียดายมากสงสัยว่าในขณะที่สุ่มลงไปกบได้ดำน้ำหนีไปก่อนแล้ว มันไวมากจริงๆกบพวกนี้

                “บ่ได่ดอกมันหนีก่อน ” พ่อรวยบอก

 

 

ตัวนี้ไม่ได้ตัวหน้ายังมีผมให้กำลังใจตัวเอง และก็เดินทางเพื่อหาตัวใหม่ต่อไป ท้องนาบริเวณนี้มีน้ำขังอยู่มาก เท้าที่เดินสัมผัสได้ถึงความเย็นของน้ำและทุกๆก้าวที่เหยียบลงไปจะเป็นดินโคลนทำให้เท้าจมลงไปครึ่งแข่งเดินลำบากจึงหันไปเดินในที่ไม่ค่อยมีน้ำมาก พร้อมกับส่องหากบ เขียดไปเรื่อยๆ  ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกบร้องอยู่ไกลๆ พ่อรวยที่อยู่ถัดไปร้องบอกผมว่า

“เกียงมาทางพี่ ได่งินเสียงกบฮ่องบ่”

 “ได่งินอยู่พ่อ” ผมตอบ

“มาเร็วๆ” พ่อรวยเร่งให้ผมรีบไปหา

เราเดินด้วยความระวังเหมือนเดิม พ่อรวยส่องไฟมองหาเจ้าของเสียงที่ร้อง ไม่นานก็เห็น “ตากบ” เจ้าของเสียง (เวลาหากบจะส่องดูตาของมัน จะเห็นว่ามันอยู่ที่ไหน ถ้าเห็นตาของมันก็เท่ากับเห็นตัวมันถ้ามองหาตัวหาอย่างไรก็ไม่เห็นจึงหาตามันแทน) สีของตากบออกแดงๆ เมื่อสะท้อนกับแสงไฟที่เราใช้ส่อง พ่อรวยเดินไปเพื่อที่จะจับให้ได้แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้มันก็กระโดดหนีหายเข้าไปในกอไม้เสียแล้ว

“กบมันแคะหลาย” พ่อรวยบ่น

(แคะ คือ อาการที่กบมันตกใจไม่ยอมให้ใครเข้าไปจับมันได้พอเข้าไปยังไม่ใกล้ มันจะกระโดดหนี)

                “กบมันแคะหลายเฮาไปหาจับอึ่งอ่างดีกว่า”

  พ่อรวยชวนไปหาอึ่งอ่างแทนการหากบ เพราะกบมันจับยากจริงๆ




    ได้หลายกว่า


  แล้วเราก็เดินไปตามเสียงอึ่งอ่างที่ร้องกันระงมปานทุ่งนาจะแตกเอาให้ได้ ในขณะที่เดินไปหานั้นผมก็ได้เห็นเขียดตัวเล็กๆ เรียกว่าเขียด “จีละนา” พลันจะถามว่าเอาเขียดจีละนาหรือเปล่า ก็เห็นพ่อจับใส่คุได้ 3-4 ตัวแล้ว ก็เลยจับใส่เหมือนกัน เขียดจีละนา เป็นเขียดที่เล็กกว่าเขียดชนิดอื่นและจับได้ง่ายกว่า ผมจึง

 

สนุกกับการจับเขียดจีละนา จับได้ประมาณ 10 ตัวก็เดินไปยังเป้าหมายของเราคืออึ่งอ่าง

                พอเราลงจากคันนาข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งผมก็ตะลึงอีกครั้งหนึ่งเมื่อเห็นชาวบ้านจำนวนมากกำลังหาไต้อึ่งอ่างเหมือนเรา แสงไฟหลายดวงยามค่ำคืนส่ายส่องหาไต้อึ่งอ่าง เขียด กบ เป็นสิ่งที่สวยงามมากผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย เป็นเสน่ห์อีกอย่างของการหาอยู่หากินของชาวบ้าน เวลาฝนตกทุกๆบ้านจะพากันออกมาไต้กบ เขียด เพื่อนำไปทำอาหารในตอนเช้า แสงไฟแต่ละดวงส่องไปตามทางของตัวเองแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การได้มาซึ่งอาหาร ผมดีใจที่สุดที่ตัวเองมีโอกาสได้เห็น และได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบนี้ เพราะแถวบ้านผมสิ่งเหล่านี้ได้หายไปนานแล้ว ยังจำได้ว่าเมื่อตอนเด็กเคยเห็นภาพแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเห็นภาพและบรรยากาศแบบนี้อีกที่บ้านหนองบัวแปะ

 

ผมหยุดเดินเพื่อชื่นชมบรรยากาศที่หาดูได้ยาก และงดงาม คิดถึงเมื่อตอนเด็กๆอีกครั้ง พร้อมซึมซับเอาความรู้สึกนี้เข้าไว้เต็มๆหัวใจ ผมยืนนิ่งอยู่นานเท่าไร่ผมไม่ทราบรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อตอนพ่อรวยเรียกผม

เสียงอึ่งอ่างยังดังไม่ได้ขาดหาย และรู้สึกว่าเสียงดังขึ้นทุกทีๆ หัวใจของผมชดชื่นยิ่งนักภาพดวงไฟของชาวบ้านยังมองเห็นชัดเจน พ่อรวยจับอึ่งอ่างใส่คุไปเรื่อยๆ ผมก็ส่องหาเหมือนกันแต่ทำไมไม่ได้เลย เห็นแต่ “บักหอยนา” ถามพ่อรวยว่าเอาบักหอยนาบ่พ่อ พ่อบอกว่าเอา พูดถึงบักหอยนาผมเลยอดนึกถึงที่บ้านตัวเองตอนนี้ไม่มีแล้ว บักหอยนา มีหอยเชอรี่แทน ผมเลยพูดกับพ่อรวยว่า

“พ่ออยู่บ้านผมบ่มีแล้วบักหอยนา หายจากท้องนามาหลายปีแล้ว”

“มันเป็นหยังละ คือหายเบิด” พ่อรวยว่า

“บ่ฮู้พ่อ สงสัยยาฆ่าหญ่าแฮ็ดให้มันเบิด” ผมว่า

“อยู่บ้านพ่อ บ่ให้ใช่ยาฆ่าหญ่า ของทุกอย่างมันเลยเหลือลูกกบ ลูกเขียด บักหอยก็เลยหยัง” พ่อรวยพูด

ทำให้ผมนึกเสียดายบ้านเกิดของตัวเองที่หาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว และชื่นชมยินดีกับชาวบ้านหนองบัวแปะที่ยังเหลือสิ่งดีๆไว้ให้ลูกหลานได้เห็น ได้เวลาที่ผมกับพ่อรวยต้องเดินทางกลับแล้วเพราะพ่อบอกว่าพอแล้ว เอาแค่นี้ก็พอไม่ต้องเอามากเอาพออยู่พอกินก็พอ เราจึงได้เดินทางกลับระหว่างทางกลับผมเดินผ่านต้นไม้แล้วได้ยินเสียงเขียดตาดปาดขึ้นไปร้องอยู่บนต้นไม้ มันขึ้นไปเพื่อวางไข่ไว้บนต้นไม้ มันเป็นเขียดที่แปลกมากเวลาวางไข่มันจะวางไข่ไว้บนต้นไม้ใกล้ๆแหล่งน้ำ

ผมหันหลังกลับไปทางแสงไฟของชาวบ้านที่กำลังหา กบ เขียด ก็ได้บางตาลงมากแล้วและกำลังเดินทางกลับบ้านเหมือนกัน ตอนเดินกลับเราเดินกลับบนคันนาไม่ได้ลงท้องนา ผมเก็บเอาความประทับใจที่ได้ใส่คุของพ่อรวยแบบเต็มๆ เสียง

สรรพสัตว์ยังดังอยู่ไม่ได้ขาด ความเย็นจากท้องนากระทบกายอยู่ตลอดเวลาท้องนาน่าฝนช่างมีชีวิตชีวาอะไรเช่นนี้ ไม่นานเราก็เดินมาถึงที่พัก (เถียงนาน้อย อันสุขใจ)

นิกร้องถามมาว่า “ได้กี่ตัวพี่เกียง”

                “ไม่รู้เหมือนกัน พี่ยังไม่ได้ดูเลย” ผมตอบไป

                “ได้อึ่งอ่างกับเขียดรวมกันได้ 6 ตัว บักหอยนา 1 ตัว” พ่อรวยบอก

                เราเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว เก็บคุ สุ่ม หม้อแบ็ตไว้อย่างดีจากนั้นผมกับพ่อรวยได้ล้างเท้าที่ตุ่มหน้าเถียงนา แล้วขึ้นบนเถียงนาเข้าที่นอนไปแต่ผมกลับนอนไม่หลับเลยได้สมุดกับปากกาลุกขึ้นมาเขียนบันทึกที่ข้างล่างเถียงนา ในขณะนี้นิกกับพ่อรวยได้นอนแล้ว

 

 บันทึกความประทับใจ

                ผมนอนเขียนบันทึกในแปลผูกข่างล่างเถียงนา เป็นแปลไม้ไผ่ทั้งลำสานให้เป็นแปลนอน ท่ามกลางแมงเม่าบินมาเล่นไฟมากมายหลายพันตัว หลายคนคงไม่เคยได้เห็นแมงเม่าบินเล่นไฟ ดูแล้วคล้ายๆแมลงปอสวยงามบินเล่นไฟ ผมได้เข้าไปอยู่กลางวงแมงเม่า ที่บินเล่นไฟอยู่ ผมยืนอยู่อย่างนั้นปล่อยให้แมงเม่าบินไปบินมาเกาะตามตัว ผมสัมผัสได้ถึงปีกบางๆกระทบกันดังใกล้ๆหูนี่เองเป็นเสียงที่ไพเราะและเป็นความรู้สึกที่บอกให้ทุกคนรู้ยากจริงๆ

                นั่งเขียนไปดูแมงเม่าไป ประโลมด้วยเสียงสีสันวงดนตรีบรรเลงบทเพลงท้องนาหน้าฝน มีเขียด อึ่งอ่างเป็นนักร้องนำ เขียดจีละนาประสานเสียง และสัตว์อีกหลายชนิดที่ผมไม่รู้จัก หลายต่อหลายเสียงบรรเลงเพลงอันบริสุทธิ์และงดงาม ผมประทับใจในบทเพลงนี้มากพร้อมกับดูดดื่มบทเพลงของท้องนาพลันเคลิ้มหลับอย่างสบาย ณ เถียงนาน้อยอันสุขใจ




 มุ่งเข้าบ้าน  เอาเขียดไปไว้   

อำลา ตอนไต้กบ ไต้เขียด