วันนี้วิทยากรอย่างผมไปช้ากว่าที่นัดหมายครับ เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะผู้จัดไม่ได้แจ้งรายละเอียดมาให้ว่างานเริ่มตอนไหน ที่ไหน อย่างไร เลยคิดว่าถ้าไม่โทรมาก่อนสามโมงเช้า ผมจะเปลี่ยนแผนพาครอบครัวไปเที่ยวแทน แต่แล้วก็โทรมาจริงๆ ครับ แล้วบอกว่า งานจะเริ่มแล้ว อาจารย์มาได้เลย ฮือ ทำกันง่ายจังเลย
ความจริงกิจกรรมต่างๆ ก็แจ้งให้ผู้จัดไปแล้วครับว่า จะเริ่มต้นอย่างไร จบอย่างไร ผมเลยไม่ค่อยจะซีเรียสเท่าไรว่าผมจะถึงไปตอนไหน (ความจริงก็ขี้เกียจจะไปร่วมด้วยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ) ออ.ลืมบอกไปครับ งานวันนี้คือการให้คำปรึกษาในการปรับแก้ไขโครงการวิจัยท้องถิ่น ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วไปฟังการให้ข้อแนะนำกันมาจาก มอ.หาดใหญ่
กิจกรรมแรกที่ผมกำหนดไว้คือ ให้นักวิจัยลองนำเสนอดูว่า ผู้ทรงคุณวุฒิเสนอแนะอะไรไว้บ้าง แล้วทีมวิจัยจะแก้ไขอย่างไร หรือว่า เห็นค้านอย่างไร ปรากฏคนแรกคือพี่ใหญ่ผมเองครับ ฮือ ฟังแล้วเซ็งในอารมณ์ เพราะแทนที่ท่านจะนำเสนอรายละเอียด ท่านกลับไปตำหนิคนวิพากษ์งานท่านว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจงาน แถมด้วยการตำหนิว่า ความจริงเขาต้องไม่วิพากษ์กันอย่างนี้ พัฒนาโจทย์มาเป็นปี มาตำหนิอย่างนี้ได้งัย ฮิฮิ ความจริงหลักการวิพากษ์อย่างหนึ่งคือ ไม่ไปตำหนิคนทำ แต่พูดถึงเนื้องานที่ทำด้วยเหตุด้วยผลครับ ไม่ใช่ไปตำหนิว่าคนโน่นคนนี้โง่ แต่ต้องบอกว่า ประเด็นไหนที่คุณว่ามานั่น ผมไม่เห็นด้วย มองต่างมุมกันตรงไหน ก็เวทีเขาก็เปิดให้ชี้แจงแล้ว ทำไมไม่ตอบละ
ผมเลยเปลี่ยนใจครับ คุยกับผู้ประสานงานโหนดว่า โครงการนี้เก็บไว้ก่อน ผมไม่อยากให้ความเห็นตอนนี้ ผมว่าถ้าเจ้าของโครงการพูดมาอย่างนี้ แสดงว่า ยังไม่พร้อมกับการให้คำแนะนำ ดังนั้นเก็บโครงการนี้ไปนั่งคุยกันที่เงียบๆ ระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประสานงานและเจ้าของโครงการ โดยไม่มีคนอื่นอยู่จะได้คุยกันจะดีกว่า จะได้คุยไปทีละประเด็นเลยว่างานคุณมันแย่ขนาดไหน (อันนี้ไม่ได้ทำด้วยความสะใจนะครับ แต่ทำไปด้วยการให้เกียรติเต็มที่แล้ว) ผู้ประสานงานถามว่า แล้วจะนัดกันวันไหน อันนี้ก็ไม่ได้แกล้งใครนะครับ ผมจะมีคิวว่างอีกทีก็หลังวันที่ 13 เดือนหน้าครับ
เสร็จจากการสรุปข้อเสนอแนะ ก็เป็นการให้แต่ละโครงการนั่งประชุมปรับปรุงโครงการกันครับ ต่างโครงการก็ต่างหามุมโปรดครับ ออ. ประชุมกันที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฯ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลาครับ
ความจริงละโครงการน่าจะใช้เวลาไม่มากในการปรับปรุงครับ เพราะแก้ไขกันคนละนิดคนละหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่กิจกรรมการวิจัยที่ทำอย่างไรให้เป็นกระบวนการที่เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ของชุมชนด้วย ที่สำคัญที่ผมเสนอไว้คือ ไม่ต้องไปคิดแบบนักวิชาการ ทำอะไรก็ได้ที่เป็นวิถีของชุมชนเพื่อการเก็บรวบรวมความรู้ของชุมชน ผมไม่บอกหรอกครับว่าทำอย่างไร เพราะเชื่อว่า นักวิจัยชาวบ้านเขาคิดออก ซึ่งสุดท้ายเขาก็คิดออกจริงๆ ครับ เปลี่ยนแปลงกิจกรรมจากเวทีชาวบ้าน เวทีประชาคม (อันนี้โน้มเอียงไปทางหน่วยงานด้านการปกครอง) มาเป็นคุยกันที่ร้านน้ำชา มาแกแต การเยี่ยมเยียนตามบ้าน ฮาลาเกาะ นาซีฮัต กิจกรรมแบบนี้สิครับ แสดงให้เห็นว่านี่คือการวิจัยแบบชุมชนทำกันเอง
เสร็จจากการปรับปรุงก็นำเสนอผลครับ แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะอีกครั้ง คนพูดเยอะก็ผมแหละครับ ช่วยไม่ได้จริงๆ ก็ถ้าอยากให้เงียบก็ไม่ต้องเชิญมาครับ (วิธีการไม่ยาก)
ข้อสรุปส่วนตัวรอบนี้คือ ระยะเวลาทำงานที่ยาวนานไม่ได้บงบอกว่า งานชิ้นนั้นจะดีครับ แต่ที่จะบอกว่าได้ว่างานชิ้นนั้นจะดีนั้น ต้องอยู่ที่เราได้เรียนรู้อะไรจากระยะเวลาที่ผ่านไปนั่นมากกว่าครับ
ตามมาเป็นกำลังใจครับ
และผมเชื่อครับว่าสิ่งที่อาจารย์ได้แนะนำจะก่อประโยชน์จากทีมวิจัยครับ หากใครคนใดคนนึงเปิดรับข้อเสนอแนะแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การพัฒนา
คิวยาวเหยีดยังไงก็อย่าลืมดูแลสุขภาพและเวลาว่างให้ตัวเองนะครับ ในเมื่อเข้าไปอ่านบันทึกผมมาแล้ว อิอิ
ขออัลลอฮฺคุ้มครองและตอบแทนครับ
สลามอาจารย์ ไม่ทันได้ฟังมากเท่าไร เลยปล่อยห้องให้ทีมงานเขาทำงานดีกว่า เราเลย ลงไปออฟฟิค ทำงานามหน้าที่
พอดีวันนี้มาดูแล แทนแบแอ แกลาไปเรียน
ขออัลลอฮฺคุ้มครองและตอบแทนครับ
เห็นรูปแล้วได้บรรยากาศดี .. บอกถึงความจริงจัง
นึกถึงคำพูดที่อธิการพูดวันก่อน ..ท่านพูดหลังละหมาดซุฮริ..
ท่านว่า.. หรือว่าพวกเราขี้เกียจ เลยทำให้การศึกษาบ้านเราถึงอยู่อันดับท้ายๆ ของประเทศ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ
ความจริง คิวที่ว่ายาวๆ นั้น ร่วมกับพักผ่อนเรียบแล้วครับ สัปดาห์หน้างดรับงาน เลยต้องบอกว่าคิวเต็ม ไม่ว่าง (แต่ไม่ไช่ไม่ว่างเพราะมีงาน)
ขอบคุณครับ คนตานี
ห้องประชุมคณะวิทย์ฯ ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการจัดประชุมมากครับ
ขอบคุณครับอาจารย์Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
ปัญหาคุณภาพการศึกษา ต้องคิดกันได้หลากหลายมิติครับ