ปัจจุบันการเรียนการสอนได้ก้าวหน้าไปถึงการศึกษาไร้พรมแดนแล้ว ครูอาจารย์ต้องจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อผู้เรียนแบบทันทีทันใด สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ที่เรียกว่า Just in Time

วันนี้เป็นวันแรกที่นำความรู้เรื่องการจัดการความรู้ Knowledge Management ตามที่เคยได้รับการอบรมและสาธิต เมื่อสองสัปดาห์ก่อน มาขยายผลต่อให้นักศึกษาสาขาพัฒนาหลักสูตรและการสอนจำนวนประมาณ 50 คน ณ ห้องสารสนเทศ 2 อาคารสำนักวิทยบริการ เริ่มตั้งแต่ 8.00 น. มาสิ้นสุดเอาเวลา 14.00 น. ทีแรกคิดว่าภายใน 4 ชั่วโมง ก็คงเข้าใจและทำได้ทุกคน หลายคนเข้าใจและทำได้สำเร็จ หลายคนเข้าใจแต่ยังทำไม่สำเร็จ และหลายคนก็อาจจะยังไม่เข้าใจและยังทำไม่สำเร็จ ...ทั้งอาจารย์ผู้สอนและนักศึกษาหลายคนก็ไม่ยอมย่อท้อ ถามว่าได้ทานข้าวเที่ยงกันไหม ? ตอบว่าไม่ครับ พวกเราลูกพระเจ้าตากสิน ไม่เสร็จไม่ยอมกินข้าว..ขณะที่ผมกำลังสาธิตและแก้ปัญหาบางอย่างให้กับนักศึกษาพอดี ก็มีน้ำทิพย์ขวดหนึ่งยื่นมาให้ดื่ม..วันนี้ก็ได้ดื่มน้ำทิพย์แก้หิวแก้กระหายไปขวดหนึ่ง ก็ขอขอบคุณผู้ที่ยื่นน้ำทิพย์ขวดนั้นมาให้..ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการเรียนการสอนครั้งนี้มีค่อนข้างมากพอที่จะประมวลได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้ แบบตรงไปตรงมา ไม่ได้โทษใครนะครับ

1. จากตัวผู้สอนเอง ซึ่งสอนไว พูดไวไปหน่อย นักศึกษาเลยตามไม่คอยทัน เพราะบางคนเขียนมาบอกว่าเรียนกับอาจารย์ ต้องวิ่งไปด้วยเพราะอาจารย์สอนเร็วตามไม่ค่อยทัน

2. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ ตามจริงแล้วต้องมี 48 เครื่อง แต่มีเครื่องชำรุดขัดข้องไปประมาณ 10 เครื่อง จึงไม่พอเพียงกับจำนวนนักศึกษา และบางเครื่องที่ใช้อยู่ มีอุปกรณ์รอบข้างขัดข้องไปบ้าง เช่น เมาส์ไม่วิ่ง ขยับแล้วขยับอีกคลิกผิดคลิกถูกไปกันคนละทิศละทาง ไม่มีผู้บริหารคนใดที่จะใส่ใจดูแลบำรุงรักษาให้ดีเหมือนเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม ผมเคยปรารภกับตนเอง และเจ้าหน้าที่บางคนว่า ของเก่าไม่บำรุงรักษา ของใหม่ก็ไม่หาเพิ่ม ไม่พัฒนาให้สมกับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้และองค์กรคุณภาพ ขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีของเรา ไดมีโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดการความรู้เพื่อมุ่งสู่ มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ และองค์กรคุณภาพขึ้น ให้กับบุคลากรทุกระดับของมหาวิทยาลัย (ผู้บริหาร/ อาจารย์ประจำ/ข้าราชการพลเรือน/อาจารย์คู่สัญญา/ลูกจ้างประจำและพนักงานมหาวิทยาลัย ในช่วงเดือน มีนาคม 2549 ถึง เดือนมิถุนายน 2549 แบ่งการอบรมเป็น 12 รุ่น รุ้นละ ประมาณ 40-50 คน ใช้เวลาอบรม รุ่นละ 1 วัน ครึ่ง ณ โรงแรมแก่งสะพือริเวอร์ไซต์ ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 700,000 บาท (เจ็ดแสนบาท) ครับ เมื่อมีเงินไปพัฒนาบุคลากรแล้ว ก็ลองหันมาใส่ใจกับอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้บ้าง จะปล่อยให้เครื่องมือเหล่านี้ทรงอยู่และทรุดไปจนใช้ไม่ได้เลยสักเครื่องเชียวหรือ ? ห้องนี้และเครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านี้มหาวิทยาลัยได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักวิทยบริการเมื่อปี 2545 ซึ่งกระผมเป็นผู้ขออนุมัติ จัดซื้อ จัดหา จัดสร้าง จำนวน 2 เครือข่าย 100 เครื่อง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้ทำการอัพเดต เพิ่มแรมอีกเครื่องละ 256 MB ปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการเป็น Windows XP ในสมัยที่ท่าน ผศ. สมหวังชาญศิริวัฒน์ เป็นผู้อำนวยการ ผมเป็นฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา มาวันนี้ลองแวะเข้าไปดูวิครับว่ามันเหลือกี่เครื่อง ใช้ได้กี่เครื่อง  ชำรุดกองไว้ข้างห้องกี่เครื่อง มีโยกย้ายถอยเอาไปใช้ห้องใดบ้าง กี่เครื่อง ยังมีห้องว่าง โต๊ะว่าง เปล่า ๆ อีกเท่าใด?ในสำนักวิทยบริการแห่งนี้  สำนักมาตรฐานการศึกษา ที่จะมาประมินคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย อย่าลืมแวะมาดูของจริงก่อนนะครับที่สำนักวิทยบริการ อย่าดูแต่ตัวเลขรายงานสวยหรู ..

3. ระบบอินเทอร์เน็ตค่อนข้างช้าเมื่อทีคนใช้ร่วมกันมาก ๆ และ เกิด ERROR  เมื่อนักศึกษาสมัครสมาชิกเสร็จแล้ว ก็ต้องกดที่ แผง ควบคุม (Dashboard) เครื่องบอกมา error ไม่อนญาตให้ใช้ตอนนี้ เลยต้องรอไปอีก หลายนาที หรือหยุดพักชั่วคราวก่อน

4. มีบางคนแก้ปัญหาด้วยตัวเองนำเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คส่วนตัวเข้ามาใช้ร่วมต่อเชื่อมเข้ากับระบบ ก็ช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวได้บ้าง  ในสำนักวิทยบริการเห็นว่ามีระบบไวร์เลสแลน นักศึกษาสามารถนำโน้ตบุ๊ค มาร่วมใช้ได้ น่าจะลองติดต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดู นอกจากนี้ ที่ชั้น 5 มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อีกประมาณ 10 เครื่อง นักศึกษาที่มีเวลาว่างลองแวะขึ้นไปขอใช้บริการก็คงน่าจะใช้ได้ครับ

5. ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำที่จะคอยช่วยดูแลแก้ไขปัญหาและข้อบกพร่องต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ อาจารย์ผู้สอนต้องจัดการเองแทบทั้งหมดทั้งสิ้น พูดตามตรงเลยว่า ขณะที่อาจารย์ผุ้สอนมาใช้ ไม่ว่าอาจารย์ผู้ใดก็ตาม เท่าที่ผมสังเกตดู ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเลยที่จะมาคอยดูแลช่วยเหลืออาจารย์ผู้สอน แก้ปัญหาได้ก็แก้ไป แก้ไม่ได้ก็แล้วไป.มีเจ้าหน้าที่มาคอยเปิด ปิดประตูให้เท่านั้นเอง แม้แต่เครื่องของอาจารย์ที่ใช้สอนประจำก็มีปัญหา ผมก็ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแก้ไขให้บ้าง ซึ่งก็ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เช่นบางทีใช้ไป ๆ เครื่องมองไม่เห็น ซีดีรอม บ้าง บู๊ตช้าบ้าง ก็มาช่วยแก้ไขให้ได้บ้าง บางอย่างให้แก้ไขให้เช่นการ์ดเสียง การเซ็ทค่าคุณสมบัติบางประการ ก็ไม่สามารถเซ็ทให้ได้ เป็นต้น

  ครับเหล่านี้คือปัญหาที่ผมประมวลได้จากการที่มาใช้บริการห้องนี้สอนให้กับนักศึกษา ในวันนี้และตลอดเวลาที่ผ่านมา หวังว่าเสียงนี้คงจะไปถึงหูผู้บริหารมหาวิทยาลัย รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องบ้างนะครับ  ท่านผู้ร่วมเดินทางกับเรา ตลอดจนนักศึกษา ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ คงจะช่วยกันติชม บอกกล่าวกับผู้บริหารให้ทราบบ้างนะครับ ผมเคยไปดูงานที่มาเลเซีย สิงค์โปร์ แล้ว ได้เห็นห้องเรียนที่เขาใช้อินเทอร์เน็ตกันแล้ว ทันสมัยมาก วันหลังผมจะนำรูปมาลงให้ดู เขาเรียกห้องเรียนนี้ว่า SMART CLASSROOM เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นระบบจอแบ จอบาง อย่างต่ำ 17 นิ้วขึ้ไป มี โปรเจ็กเตอร์ วิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ติดตั้งเรียบร้อย สามารถติดต่ออาจารย์ผู้สอนต่างประเทศได้ทันที..ไม่ต้องไปเชิญให้บินมาสอนหรือมาบรรยายให้เสียเวลาครับ..

วันนี้ก็ขอพูดขอเขียนเท่านี้ก่อน ยังมีอีกมากที่จะต้องว่ากัน ....

ขอบคุณครับ