ความศรัทธาของคนไข้ที่มีต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามัน....ทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้น

           ช่วงเวลาที่เครียดสุดๆในห้องคลอดคือการคลอดแล้วติดไหล่...ปนกับเสียงร้องโอดครวญของแม่ด้วยความเจ็บปวด  มันทรมารคนทำคลอดอย่างเราเสียเหลือเกิน ท่านที่ไม่ได้ปฏิบัติงานในห้องคลอด อาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกเราชาวห้องคลอดก็ได้

เหตุการณ์รายนี้ได้เกิดขึ้นในวันที่ข้าพเจ้าเข้าเวรดึก ร่วมกับเพื่อนพยาบาลและน้องลูกจ้าง  โดยมีแม่ท้อง 3 กำลังนอนรอคลอดอยู่  ตรวจภายในพบปากมดลูกเปิดหมดแล้ว  จึงย้ายมารดาเข้าไปในห้องคลอด มารดาก็เบ่งดี... ถูกต้อง ใช้เวลาไม่นานศีรษะทารกก็คลอดออกมา แต่เมื่อถึงขั้นตอนการทำคลอดไหล่ ไม่สามารถทำได้และติด อยู่ประมาณ 2 นาที แม่ก็ร้องให้ช่วยลูกหนูด้วย จึงได้ปฏิบัติตามแนวทางการช่วยคลอดติดไหล่คือ ผู้ช่วยคลอดยกขาขึ้นชิดอก พร้อมกดบริเวณหัวหน่าว เด็กก็คลอดออกมาโดยไม่มีภาวะขาดออกซิเจนและจากการประเมิน apgar score ได้ 8 10 10 คะแนน จึงนำทารกไปดูแลตามแนวทางการดูแลทารกแรกเกิด หลังจากได้ตรวจร่างกายทารกพบว่า แขนซ้ายมีภาวะอ่อนแรง  หลังจากรายงานแพทย์เวรแล้ว แพทย์เวรให้เฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดข้าพเจ้าจึงได้ไปแจ้งอาการทารกกับพ่อของเด็กว่า

 ลูกของแบ ( หมายถึงพี่ ) คลอดแล้วน่ะเป็นผู้ชายซึ่งตอนคลอดเด็กตัวใหญ่ น้ำหนัก 3,800 กรัม ทำให้ตอนคลอดติดไหล่เพราะเด็กตัวโต แต่พวกเราก็ได้ช่วยอย่างเต็มที่ จนเด็กคลอดออกมา แต่ตอนนี้แขนข้างซ้ายอ่อนแรงจากการที่ไหล่ถูกกด  สามีรับฟังอย่าเงียบ..สงบและตั้งใจ พร้อมกับพูดว่า

แล้วแต่บอมอ ( หมอ ) แบมาจากรือเสาะ  ตั้งใจมาคลอดที่นี้เพราะศรัทธาบอมอลี(ผอ.รพ.รามัน)

หลังจากนั้นแพทย์เวรได้มาอธิบายเกี่ยวกับพยาธิสภาพ แผนการรักษาของแพทย์ มารดาและญาติเข้าใจดี  หลังจากคลอดครบ 4 ชั่วโมงจึงย้ายมารดาเข้าห้องพิเศษ  ข้าพเจ้าได้รายงานเหตุการณ์ให้กับหัวหน้างาน พร้อมทั้งบันทึกเหตุการณ์ในสมุดความเสี่ยง ทบทวนเหตุการณ์ตามระบบ คนไข้รายนี้ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอย่างใดต่อภาวะแทรกซ้อนของบุตรที่เกิดขึ้น  แต่ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็รู้สึกเสียใจที่ทำให้คนไข้ที่มีความรูสึกดีๆกับโรงพยาบาล ต้องมีภาวะแทรกซ้อน ข้าพเจ้าและทีมงานห้องคลอดได้ไปเยี่ยมคนไข้รายนี้ทุกวัน ทุกครั้งที่ไปเยี่ยม มารดากับสามีญาติๆ จะมีคำถามว่า

 ลูกของเราจะหายไหม   บอมอช่วยลูกเราด้วยนะครับ ข้าพเจ้ารับปากและหากมีปัญหาอะไรให้โทรปรึกษาข้าพเจ้าหรือเจ้าหน้าที่ห้องคลอดได้เลย  จนผู้ป่วยมาตรวจ 7 วันหลังคลอด  เด็กเริ่มยกมือได้  แพทย์เวรได้มาดูอาการพร้อมกับให้คำแนะนำ เน้นย้ำให้คนไข้มาตรวจ 45 วัน  ข้าพเจ้าและทีมงานก็โทรศัพท์ถามอาการจากมารดาเกือบทุกวัน เนื่องจากรู้สึกห่วงใยคนไข้ จนมารดาพาเด็กตามกำหนด  เด็กสามารถยกมือได้ตามปกติ ข้าพเจ้ารูสึกเหมือนตื่นจากฝันร้าย และวันนั้นคนไข้ได้นำลองกอง ผลไม้อื่นๆใส่เข่งเล็กๆ มาให้ห้องคลอดด้วย พร้อมกับบอกว่า ตรีมอกาเซะ (ขอบคุณ)

ในวันนั้นสายตาของคนไข้ที่มองมายังตัวข้าพเจ้านั่น  ยังติดอยู่ในความทรงจำตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ฝันร้ายของข้าพเจ้าครั้งนี้ตื่นมาพบกับสิ่งที่ดีๆ   และทำให้ข้าพเจ้าตระหนักว่ากรณีหญิงตั้งครรภ์ที่มีการคาดคะเนน้ำหนักมากกว่า 3,500 กรัม ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รายงานแพทย์ทุกราย และเมื่อเกิดเหตุการณ์ อันดับแรกต้องตั้งสติ ปฏิบัติตามแนวทาง รายงานผู้บังคับบัญชา ติดตามคนไข้อย่างใกล้ชิด ให้เราไปนั่งอยู่ในใจเขา มีปัญหาอะไรให้นึกถึงเราเป็นคนแรก และสิ่งสำคัญที่คนไข้รายนี้สอนให้ข้าพเจ้ารู้ ซึ่งไม่มีในทฤษฏีหรืตำราสูติศาสตร์เล่มไหน คือความศัทธาของคนไข้ที่มีต่อผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามัน  ทำให้ทุกๆอย่างดีขึ้น  ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามัน ซึ่งท่านได้วางรากฐานแห่งความศรัทธา เป็นแบบอย่างที่ดี ได้คุ้มครองผู้ใต้บังคับบัญชาในวันนี้   ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะทำดีๆตลอดไป