(ต่อ)
สรุปการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแก่ประชาชน
“องค์กรปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ
วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น.
ณ ห้องเชียงแสน โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
-----------------------------
ประการที่สาม ผลักดันให้มี “สมัชชาความยุติธรรมแห่งชาติ” เพื่อเป็นกลไกให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประการที่สี่ ส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนทางสังคมโดยกระบวนการทางสังคม โดยการจัดเวทีความคิดเป็นจุดเริ่มต้น โดยจัดทั้งในกรุงเทพมหานครและขยายไปที่อื่นๆทำให้เกิดการเรียนรู้ มีส่วนร่วมจากบุคคลหลายฝ่าย ทั้งผู้ปฏิบัติ นักวิชาการ และประชาชน เพื่อให้เกิดกระแสสังคม ประการที่ห้า สร้างแนวร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อน ประการที่หก สนับสนุนให้นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะที่เกิดข้องกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ประการที่เจ็ด เปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนทำหน้าที่สื่อสันติภาพในกระบวนการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และให้สื่อมวลชนมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลภาครัฐที่เกี่ยวข้งอกับนโยบายสาธารณะและปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดนมีการสื่อสารรอบด้านระหว่างรัฐ ประชาชน สื่อมวลชน และองค์กรสิทธิมนุษยชนของไทยและสากล ประการที่แปด สร้างความเข้มแข็งของการตรวจสอบภาคประชาชนในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ประการที่เก้า สร้างความเข้มแข็งด้านการตรวจสอบภาคประชาชน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นธรรมทางสังคม ประการที่สิบ ประสานการทำงานเป็นเครือข่ายที่กว้างขวาง โดยเฉพาะการประสานงานกับสภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประเทศ หรือองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย ประการที่สิบเอ็ด สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบและกลไกรตรวจสอบการใช้กฎหมายพิเศษในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในเพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งโดยระบบการตรวจสอบโดยภาครัฐ และโดยประชาชน ข้อสังเกตที่ได้จากผู้ร่วมประชุม - ควรที่จะมีการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าเขามีปัญหาอะไรบ้าง อาทิเช่น ในส่วนของตำรวจนั้น มีระบบการทำงานกำหนดไว้แน่นอนและโดยระยะเวลาที่จำกัดที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ซึ่งบุคลากรของตำรวจเองมีไม่เพียงพอกับจำนวนงานที่มีมาก - ประเด็นเรื่อง กระบวนการยุติธรรมกับกรณีอุ้มหาย ซ้อม ทรมาน และฆ่านอกระบบกฎหมายนั้นมีส่วนทับซ้อนกับการวิสามัยฆาตกรรม ซึ่งเห็นว่าควรมีกฎหมายเฉพาะออกมาสำหรับกรณีวิสามัญฆาตกรรมโดยเฉพาะ และหากมีกรณีวิสามัญฆาตกรรมเกิดขึ้น บุคคลใดจะเป็นคนสอบสวน และในต่างประเทศมีกฎหมายเฉพาะหรือไม่ “การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย: กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง” นายอดุลย์ ยุววิทยาพาณิชย์ คณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค ดำเนินการตามหลักในรัฐธรรมนูญ คือ หลักการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ในประเด็นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ซึ่งกฎหมายหลักพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคนอกจากนี้ยังมี พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้น ทางคณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. .... มีความสำคัญ สมควรที่จะนำมาพิจารณาก่อน เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการรายย่อยของไทยได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบการธุรกิจสมัยใหม่ที่มีทุนจำนวนมากโดยทางคณะอนุกรรมการฯ ได้ดำเนินการประชาพิจารณ์ รวม 1 ครั้ง ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ โดยได้ข้อสรุป คือให้มีการผลักดันร่างกฎหมายโดยด่วน และให้จัดสัมมนาฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง โดยให้รับฟังความเห็นดังนี้ ๒. กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ๑ ครั้ง ๓. กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งดังเดิม ๑ ครั้ง ๔. กลุ่มผู้ผลิตสินค้า ๑ ครั้ง ส่วนภูมิภาคในแต่ละพื้นที่ให้รวมทุกกลุ่มเข้าสัมมนาในพื้นที่จังหวัด ประเด็นปัญหาที่พบคือ ๑. มีการขยายตัวของสาขาธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง สมัยใหม่จาก ๑,๘๐๐ สาขาในปี ๒๕๔๔ เป็น ๕,๗๐๐ สาขา ในปี ๒๕๔๙ และเป็น ๘,๐๐๐ สาขา ในปี ๒๕๕๒ ๒. มีการลดขนาดจาก ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร เป็น ๓๐๐-๕๐๐ ตารางเมตรเข้าไปแข่งขันในตำบล ทำให้ร้านค้าปลีกดังเดิมของคนไทยไม่สามารถแข่งขันต้องเลิกกิจการ ส่งผลกระทบกับการทำกินของคนไทย ๓. เกิดการประท้วงและร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แก้ไขปัญหา ๔. ในระยะยาวส่งผลกระทบต่อ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และสังคม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากมีการปล่อยให้มีการขยายตัวเป็นจำนวนมากนั้น ในส่วนของผู้ผลิตจะมีปัญหามาก เพราะห้างค้าปลีกและค้าส่งสมัยใหม่จะมีอำนาจในการต่อรองสูง ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าออกมาในราคาถูกได้ การควบคุมตามกฎหมาย เห็นควรว่าห้างขนาดใหญ่ควรที่จะไปตั้งที่ชานเมืองไม่สมควรที่จะมาตั้งในเมือง จำนวนพื้นที่ประกอบธุรกิจ ต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย เงินทุนของผู้ประกอบการสมัยใหม่ ต้องมีจำนวนพันล้านบาทขึ้นไป และ ระยะเวลาเปิดปิดห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ประเด็นที่สำคัญคือการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกค้าส่งดังเดิม อาทิเช่น การให้ทุน สร้างเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยี ด้านการจัดร้านค้า การบริหารจัดการ ฯลฯ การจัดระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการรวมกลุ่มจัดซื้อสินค้า ----------------------------- สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
๑. ผู้แทนจากผู้บริโภค ๑ ครั้ง
ชลบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยสรุปผลการสัมมนาได้ดังนี้ คือทุกกลุ่มยืนยันให้มีการยกร่างพระราชบัญญัติการ ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง พ.ศ. .... นำเสนอเข้าสภาโดยด่วน และขอให้ปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว