คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

สรุปการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแก่ประชาชน

องค์กรปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ

วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๐๐ ๑๖.๓๐ น.

ณ ห้องเชียงแสน โรงแรมเซ็นทารา ดวงตะวัน เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

-----------------------------

คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้จัดการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแก่ประชาชนองค์กรปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๐๐ ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องเชียงแสน แรมเซ็นทารา ดวงตะวัน เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีวิทยากรและผู้ดำเนินรายการผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้

วิทยากร (ภาคเช้า): องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐: คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

                                ๑.ศาสตราจารย์พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ  

กรรมการปฏิรูปกฎหมาย

๒.รองศาสตราจารย์สมชาย  ปรีชาศิลปกุล

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

๓.ดร.สุชาดา  รัตนพิบูลย์  

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ

ดำเนินรายการโดย

                                นายวัลลภ  นาคบัว 

ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

วิทยากร (ภาคบ่าย)

แนวคิดและวิธีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย

๑.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์  เอื้ออำนวย

คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย: กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง

                                ๒.นายอดุลย์  ยุววิทยาพาณิชย์

                                    อนุกรรมการพัฒนากฎหมายว่าด้วยการค้าที่เป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค

สาระของการประชุม มีดังนี้

องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐: คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ศาสตราจารย์พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ   กรรมการปฏิรูปกฎหมาย

                                การปฏิรูปกฎหมายเป็นเรื่องที่จำเป็น และมีความสำคัญ เนื่องด้วยกฎหมายนั้นต้องบังคับใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเมื่อกาลเวลาเปลี่ยน เงื่อนไขขององกฎหมายก็ย่อมเปลี่ยนไป ซึ่งในบางครั้งผู้ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายก็ไม่ทราบว่ากฎหมายที่ใช้บังคับอยู่นั้นล้าสมัยไปแล้วหรือไม่ เพราะฉะนั้นกระบวนการปฏิรูปกฎหมายต้องมีความเป็นอิสระ เพื่อที่จะสามารถปรับปรุงกฎหมายในภาพกว้าง และต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทุกภาคส่วนเพื่อที่จะได้พัฒนากฎหมายให้เป็นของประชาชนโดยแท้จริง เนื่องจากในปัจจุบันนั้นประชาชนยังเข้าถึงกฎหมายได้ไม่สะดวก และมีทัศนะคติที่มองว่ากฎหมายนั้นมีความรุนแรง หากไปเกี่ยวข้องด้วยจะโชคร้าย ไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ควรที่จะมีการเปลี่ยนทัศนะคติของประชาชนใหม่ให้ประชาชนเห็นว่าเมื่อมีปัญหาควรที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนและคงไว้ซึ่งความยุติธรรม เนื่องจากประชาชนทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายที่เท่าเทียมกัน กฎหมายที่มีผลกระทบกับผลประโยชน์ส่วนรวมก็ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายนั้น

                                ในระยะเวลา ๑๐ ปีมานี้ สังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น  ดังนั้น จึงควรที่จะมีกฎหมายที่จะมารองรับกับการเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนของสังคมดังกล่าว  นอกจากนี้ ในกระบวนการยุติธรรมเองก็มีปัญหาเรื่องความซับซ้อนของกฎหมายมากขึ้น ระบบการค้นหาความจริงในกระบวนการยุติธรรมจากเดิมที่ใช้ระบบกล่าวหา ก็เริ่มมีการนำระบบไต่สวนมาใช้ประกอบเพื่อประโยชน์ในการรักษาไว้ซึ่งความเป็นธรรมในการวินิจฉัยอรรถคดีต่างๆ                      

                                นอกจากนี้ ความรับผิดชอบในเชิงของการตรวจสอบ ความโปร่งใสในการตรวจสอบและการปฏิบัติหน้าที่ หากมีอยู่ในทุกองค์กร ทุกภาคส่วน สังคมย่อมจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างสูง ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งไม่อาจแก้ไขในระยะเวลาอันสั้น และต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน

คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเองก็ได้ดำเนินการจัดทำแผนการดำเนินการ โดยพิจารณาว่ากฎหมายเรื่องใดเป็นเรื่องที่สำคัญที่ควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดก็ควรที่จะดำเนินการก่อน ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนั้นต้องอาศัยองค์ความรู้ ข้อมูลที่มีรายละเอียดมาก จึงต้องอาศัยความรู้ของบุคคลผู้มีความรู้ในทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องเพื่อเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ในภาพรวมเพื่อการสร้างหลักนิติธรรมให้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

รองศาสตราจารย์สมชาย  ปรีชาศิลปะกุล  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ปัญหาทางด้านกฎหมายในปัจจุบันมีจำนวนมากและมีความหลากหลาย หากจะมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้น เห็นว่าควรที่จะต้องคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้

๑. การจัดสถานะองค์กรคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ตั้งขึ้นนั้นจะมีบทบาทหน้าที่ที่ใกล้เคียงกับทางคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นจะเป็นบทบาทในทางวิชาการ เพื่อเสนอ วิจัย ปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งจะกว้างกว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายไม่ควรที่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานรัฐ ซึ่งเห็นว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาให้กับประชาชนในกระบวนการเสนอกฎหมายโดยผ่านช่องทางหนึ่งหมื่นรายชื่อ 

การที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพได้นั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจรอบด้านอย่างลึกซึ้ง เป็นสถาบันที่มีองค์ความรู้และฐานข้อมูลในด้านต่างๆเพื่อสนับสนุนข้อมูลในการตอบปัญหากฎหมายได้อย่างชัดเจนและมีข้อมูลสนับสนุนอ้างอิงอย่างเป็นระบบ และองค์ประกอบของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ไม่ควรที่จะมุ่งเน้นแต่นักกฎหมายเท่านั้น ควรที่จะมีบุคลากรในวิชาชีพอื่นๆด้วย

ในส่วนของบทบาทในทางเนื้อหานั้น ควรมีการจัดวางยุทธศาสตร์ในการทำงาน ควรที่จะเลือกประเด็นที่เป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อน อาทิ เช่น

- การจัดการทรัพยากรแบบรวมศูนย์หรือการรวมอำนาจทางปกครอง เป็นกรณีที่รัฐมักจะตัดสินใจดำเนินการใดจะมิได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ

                                    - การสร้างระบบกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรที่จะดำเนินการกับสังคมเป็นหลัก เพื่อเป็นการสร้างแรงขับ               แรงสนับสนุนจากภาคประชาชนและสื่อมวลชน

                                    ๒. กระบวนการยุติธรรม ถึงเวลาที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับบุคคลในระดับล่าง ประเด็นที่พบคือมักจะมีการปฏิรูปกฎหมายโดยบุคคลที่ไม่ได้เกิดจากผู้ได้รับผลกระทบโดยแท้จริง ไม่มีการสำรวจจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงว่ามีปัญหาอะไร จะปรับปรุงด้านใดบ้าง

                                    ๓. การควบคุมและการตรวจสอบ

                                    ปัญหาในกระบวนการยุติธรรม ต้องได้รับการตรวจสอบติดตามการดำเนินงานในภาพรวมขององค์กรได้ ว่าได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการประเมินองค์กรอิสระต่างๆว่าได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายหากจัดตั้งขึ้นมาแล้ว   ก็ควรจะมีระบบการควบคุมและตรวจสอบการดำเนินการขององค์กรที่สามารถตรวจสอบและตอบข้อสงสัยได้

                                    ๔. การรับฟังความคิดเห็นนั้นหากมีความเห็นที่มีน้ำหนักหรือมีฐานสนับสนุนมากหากทางคณะกรรมการปฎิรูปกฎหมายไม่เห็นด้วย ควรจะมีการตอบว่ามีเหตุผลอย่างไรจึงไม่เห็นด้วย เพื่อทำให้การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไม่ได้เป็นแต่เพียงแบบพิธีเท่าั้น

ดร.สุชาดา  รัตนพิบูลย์  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ

กฎหมายนั้นเกิดจากการที่มนุษย์ได้บัญญัติขึ้น และนำมาบังคับใช้กับมนุษย์ ทั้งความยุติธรรมไม่ได้เกิดจากตัวกฎหมายเองว่าดีหรือไม่ดี หากแต่อยู่ที่บุคลากร ดังนั้นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ควรจะให้ความสำคัญกับกระบวนการในการสร้างบุคลากรทางกฎหมายโดยเฉพาะกระบวนการทางความคิด เนื่องด้วยระบบการศึกษาวิชานิติศาสตร์ ควรมีการปรับทัศนะคติมิให้นักศึกษากฎหมายยึดติดกับตำรา ควรที่จะมีการไปศึกษาในสภาพความเป็นจริงในสังคม ไม่ยึดแนวความคิดที่มุ่งแต่จะใช้กฎหมาย หากแต่ควรที่จะมีการเน้นความคิดว่า กฎหมายที่ดีนั้นควรจะเป็นเช่นไร เหมาะสมหรือไม่

นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนทัศนะคติของประชาชนที่มีต่อกฎหมาย ว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากลัว รวมทั้งการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ต้องมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และบุคคลทุกคนซึ่งหมายรวมทั้งคนไทยและคนต่างด้าวต้องมีความเสมอภาคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

ข้อสังเกตที่ได้จากผู้ร่วมประชุม

- คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรมีบทบาทสำคัญในการรักษาอำนาจอธิปไตย  ดังนั้นองค์ประกอบของคณะกรมการฯควรจะมีที่มาจากสามฝ่าย คือทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ

- ควรศึกษากฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกัน ที่มีจำนวนหลายฉบับ ให้รวมอยู่ในฉบับเดียวกัน และตัดส่วนที่มีความซ้ำซอนกันออกไป

- การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นไม่ควรที่จะไปรับฟังในจังหวัดที่ไม่มีคณะนิติศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยในจังหวัด เพื่อที่จะได้เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนที่แท้จริง   มิใช่แต่เพียงความเห็นของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเท่านั้น

- กฎหมายบางฉบับนั้นมีการนำต้นแบบมาจากต่างประเทศ ซึ่งในบางครั้งไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ซึ่งมีขนบธรรมเนียม ประเพณีที่แตกต่าง และการร่างกฎหมายควรจะคำนึงถึงจารีตประเพณีและกฎหมายของไทยในสมัยโบราณด้วย

- ความเท่าเทียมกันในทางกฎหมาย และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมนั้นจะเกิดผลได้อย่างแท้จริงนั้น จะต้องมีการเปลี่ยนทัศนะคติของผู้บังคับใช้กฎหมายเสียก่อนว่าเป็นผู้ที่ต้องใช้กฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม มิใช้ใช้เพื่อผลประโยชน์ของตน ในกรณีกลับกันแม้กฎหมายที่ประกาศใช้ออกมาจะเป็นกฎหมายที่ดี แต่หากผู้บังคับใช้กฎหมายนั้นไม่นำมาใช้บังคับให้เกิดความเป็นธรรม หรือ        ใช้บังคับไม่ได้หรือไม่เกิดผลอย่างแท้จริง กฎหมายฉบับนั้นก็ย่อมไม่เกิดประโยชน์  นอกจากนี้ระยะเวลาที่ใช้ในระบบกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกระบวนการดำเนินคดีใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน รวมทั้งระเบียบขั้นตอนต่างๆก็มีความยุ่งยาก ทำให้ผู้ที่ฟ้องคดี หรือถูกฟ้องคดี รวมถึงตัวทนายความเองไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

- ร่างกฎหมายของประชาชนที่เสนอต่อภาครัฐ อาทิ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรในท้องถิ่น กฎหมายที่ดิน เป็นต้น ไม่ได้รับการผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเท่าที่ควรจะเป็น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรที่จะมีบทบาทในการผลักดันให้ร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนสามารถเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาและออกมาใช้บังคับได้อย่างแท้จริง

- ถ้อยคำ สำนวน ของบทบัญญัติของกฎหมายนั้น อ่านยาก เข้าใจยาก ประชาชนทั่วไป อ่านแล้วไม่เข้าใจ ในการร่างกฎหมายขึ้นมาแต่ละฉบับนั้นควรที่จะบัญญัติให้เข้าใจง่าย

แนวคิดและวิธีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์  เอื้ออำนวย

โครงการเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย ได้มีการดำเนินการไปแล้วจำนวน ๑๐ ครั้ง โดยแนวคิดเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมได้มีการปฏิรูปในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๐  ซึ่งเห็นว่ามีกฎหมายหลายเรื่องที่มีความเห็นว่าควรปฏิรูป และเนื่องจากกระบวนการยุติธรรมมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการปฏิรูปนั้นหากมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งปฏิเสธก็จะเกิดปัญหาในการขับเคลื่อน จึงเห็นว่าควรมีการจัดเวทีความคิดซึ่งเป็นเวทีอิสระที่ไม่อยู่ภายใต้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งขึ้น เพื่อประมวลความคิด ประมวลองค์ความรู้ โดยมีวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชายทางกฎหมาย รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อมาร่วมกันขบคิดปัญหาต่างๆให้ตกผลึก ทำให้สามารถเสนอแนวความคิดได้อิสระไม่ถูกครอบงำโดยตัวองค์กร ซึ่งในปัจจุบันนั้น พบว่าปัญหาในกระบวนการยุติธรรมที่สำคัญ คือ ขาดจริยธรรมในการใช้กฎหมาย และขาดหลักนิติธรรม

การดำเนินการจัดเวทีการประชุมระดมความเห็นในเวทีความคิด รวม ๑๐ ครั้งโดยทั้ง ๑๐ เวที นั้นอาจแบ่งได้เป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้ คือ

๑.      การพัฒนากระบวนการยุติธรรมเชิงคุณค่า

๒.     กระบวนการยุติธรรม การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

๓.     กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

ผลจาการสังเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวนำมาสู่การเสนอแนวทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมได้ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การพัฒนาหลักนิติธรรมในกระบวนการยุติธรรมและสังคม

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนา ฅนในกระบวนการยุติธรรม

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การคุ้มครองและเสริมพลัง เหยื่อในกระบวนการยุติธรรม

ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การปฏิรูปกฎหมายเพื่อมุ่งสู่สังคมนิติธรรม

ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อมุ่งสู่สังคมนิติธรรม

ยุทธศาสตร์ที่ ๗ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม

โครงการเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย ครั้งที่ ๑๐ หัวข้อ การบูรณาการแนวคิดและวิธีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย สามารถสรุปและสังเคราะห์ได้ ดังนี้

ประการแรก ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทยที่มุ่งสู่สังคมนิติธรรมยังมีปัญหาวิกฤติที่จำเป็นต้องเร่งให้มีการดำเนินการปฏิรูปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ระบบกฎหมายของไทยมีปัญหา ต้องแก้ไขตั้งแต่กระบวนการออกกฎหมาย จนไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย  นอกจากนี้ กฎหมายของไทยยังมีความล้าสมัย อาทิเช่น มาตรการการลงโทษไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม เศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่มีสภาพบังคับ  นอกจากนี้ กระบวนการลงโทษทางอาญาของไทยยังขาดมาตรการลงโทษระดับกลาง เพื่อกันคนออกจากเรือนจำ ซึ่งในประเทศไทยใช้มาตรการระดับกลางเฉพาะผู้ที่ทำความผิดครั้งแรก จึงจะให้มีการคุมประพฤติ  แต่ในต่างประเทศ ในกรณีความผิดเล็กๆน้อยๆ จะใช้กระบวนการคุ้มประพฤติทั้งสิ้น โดยมิได้คำนึงว่าเป็นความผิดครั้งแรกหรือไม่ และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นการนำคดีเข้าสู่ศาลเป็นจำนวนมาก อีกทั้งกระบวนการพิจารณาคดีนั้น เป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน

ประการที่สอง พัฒนาการจัดการความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจะต้องให้ความสำคัญต่อการจัดการความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพราะองค์ความรู้ไม่ได้อยู่นิ่ง การจัดการความรู้จะต้องให้เป็นประโยชน์ต่อ ฅนในกระบวนการยุติธรรมและประชาชน โดยมีการดำเนินการชัดเจน

ประการที่สาม การพัฒนา ฅนยุติธรรม ปรับกระบวนทัศน์ของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมเพื่อรองรับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเชิงคุณค่า การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมนี้ให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธนนมเชิงคุณค่า คือ ให้ความสำคัญเรื่องคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาวิชาชีพ

การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมต้องกระทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อาจใช้วิธีการสร้างแรงจูงใจโดยการให้รางวัลแก่บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแบบของแต่ละหน่วยงาน โดยให้ประชาชนผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการประเมินผล

ข้อสรุปจากโครงการเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย ครั้งที่ ๑๐ พบว่าการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมนั้นจะต้องมองภาพรวมเชิงระบบในสังคมไทย อย่างมีปฏิสัมพันธ์กัน โดยมีข้อเสนอแนวทางและวิธีการขับเคลื่อนการปฏิรูป ดังนี้

ประการแรก พัฒนาหลักนิติธรรมสู่สังคม โดยผลักดันให้เป็น วาระแห่งชาติ

ประการที่สอง ทำเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้เป็ฯเร่องของสังคม

ประการที่สาม ผลักดันให้มี สมัชชาความยุติธรรมแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง