สรุปการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแก่ประชาชน “องค์กรปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” โดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2552 เวลา 8.00-16.30 น. ณ ห้องแกรนด์ ฮอล์ 1 โรงแรมรามา การ์เด้น
----------------------------- คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้จัดการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายแก่ประชาชน“องค์กรปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2552 เวลา 8.00-16.30 น. ณ ห้องแกรนด์ ฮอลล์ 1 โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร มีวิทยากรและผู้ดำเนินรายการผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้ วิทยากร 1. ศาสตราจารย์ดร. คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย 2.ศาสตราจารย์พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย 3.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วนิดา แสงสารพันธ์ อนุกรรมการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย 5.นายภูมิ มูลศิลป์ อนุกรรมการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ดำเนินรายการโดย นายวัลลภ นาคบัว ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย สาระของการประชุม มีดังนี้ ศาสตราจารย์ดร. คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้บรรยายในหัวข้อ “ทิศทางการปฏิรูปกฎหมายและการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” การปฏิรูปกฎหมาย กฎหมายไทยในอดีตไม่เป็นที่เชื่อถือของชาติตะวันตก ทำให้เกิดสิทธิสภาพนอกอาณาเขต กฎหมายสมัยใหม่ของไทยมาจากตะวันตกในระบบcivil law การปฏิรูปกฎหมายของไทยเริ่มขึ้นโดยร่างประมวลกฎหมายขึ้นมา 4 ฉบับ แต่อิทธิพลของระบบ common law จากตะวันตกทำให้เกิดการเบี่ยงเบนความเข้าใจกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งของไทยรับมาจากของญี่ปุ่น ซึ่งการรับกฎหมายของต่างประเทศมาใช้ ยังไม่ได้มีการวิจัยว่าใช้เหมือนกับประเทศต้นแบบหรือไม่ และมีข้อดีอย่างไร ซึ่งประเทศไทยใช้ Conditional principle ซึ่งต่างจากประเทศเยอรมัน ประมวลกฎหมายอาญา แม้ว่าประเทศไทยจะใช้ระบบcivil Law แต่ใช้การอธิบายโครงสร้างความผิดทางอาญาอย่างcommon law เช่น องค์ประกอบความผิด เนื่องจากยังไม่ได้มีการอธิบายความแตกต่างของระบบcivil law กับ common law อย่างลึกซึ้ง ในระบบcommon law ถือหลักความรับผิดทางผล หากผลไม่อาจเกิดขึ้นได้ถือว่าไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น ส่วนระบบcivil law ถือหลักความรับผิดทางการกระทำและไม่ใช่การตีความโดยเคร่งครัด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มีความเข้าใจกฎหมายวิธีพิจารณาคลาดเคลื่อนและให้ความสำคัญกับคดีแพ่งมากกว่าคดีอาญา ให้ความสำคัญกับผู้พิพากษาคดีแพ่งมากกว่าผู้พิพากษาคดีอาญา ผู้พิพากษาไทยเอาความคิดในเรื่องแพ่งไปใช้ในคดีอาญา ซึ่งคดีอาญามีผลกว้างไกลกว่าคดีแพ่ง คดีแพ่งเป็นเรื่องของคน 2 คน ในคดีอาญาเป็นระบบตรวจสอบ คดีแพ่งเป็นเรื่องของการตกลงกัน เราตกลงอย่างไรก็ได้ แม้กระทั้งชนะคดีแล้วตกลงไม่ให้ต้องรับผิดได้ แต่บางเรื่องเราก็ต้องใช้หลักการตรวจสอบ เช่น เรื่องใครเป็นผู้ปกครองเด็ก การศึกษากฎหมายลักษณะพยานของคดีแพ่งและคดีอาญาก็ปนกัน และในมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ศาลถามพยานเองได้ แต่ในทางปฏิบัติไม่ค่อยทำจึงทำให้คดียืดเยื้อขึ้น การแก้ไขผิดทิศผิดทาง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นำกฎหมายลักษณะพยานของประมวลกฎหมายวีพิจารณาความแพ่งมาใช้ แต่ในคดีอาญาใช้หลักการตรวจสอบ ซึ่งมีการดำเนินคดีโดยประชาชนและการดำเนินคดีโดยรัฐ ให้รัฐเป็นผู้รักษาความสงบเรียบร้อย ในกรณีนี้จะไม่สามารถมอบอำนาจการดำเนินคดีได้ และมีการตรวจความจริง 2 ชั้น คือ 1. ชั้นเจ้าพนักงาน 2. ชั้นศาล สรุป 1.ปฏิรูปตัวบทกฎหมาย - อาญา - แพ่งและพาณิชย์ - วิธีพิจารณาความแพ่ง - วิธีพิจารณาความอาญา 2.ปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมาย - การพิจารณาคดีอาญาโดยเอาวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ซึ่งไม่ถูกต้อง - ควรมีการศึกษาวิจัยว่าการบังคับใช้กฎหมายดำเนินมาถูกทิศทางหรือไม่ 3.บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม 3.1 ขั้นตอนการศึกษาด้านกฎหมาย / นักศึกษาด้านกฎหมาย 3.1.1 ระบบการเรียนการสอนกฎหมาย 3.1.2 การปรับหลักสูตรการศึกษาด้านกฎหมาย 3.2 ขั้นตอนการดำเนินกระบวนการพิจารณา ระบบตุลาการ/อัยการและเจ้าพนักงาน 3.2.1ต้องมีการพัฒนาบุคลากรเพราะกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย 3.2.2 การทบทวนบทบาทของตุลาการ/อัยการ 3.2.3 การทำงานของเจ้าพนักงานโดยลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาล 3.3 ต้องมีการรับฟังและให้ความรู้แก่สังคมเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับกฎหมาย การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมทางอาญามีความสำคัญ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคคล ประชาชนและเสริมสร้างการพัฒนาประเทศในทุกด้าน กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ดีต้องมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและสามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ ซึ่งมีตัวอย่างคดีที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม คือ คดีนายทานากะ อดีตนายกฯญี่ปุ่น และประธานาธิบดีนิกสัน กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยยังมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการและมีค่าใช้จ่ายสูง มีแต่การดำเนินคดี แต่ไม่มีการบริหารงานยุติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าพนักงาน ที่สำคัญ คือ การลดคดีสู่ศาล องค์กรที่สำคัญ คือ อัยการ ซึ่งสภาพปัจจุบันขององค์กรอัยการไม่เอื้อต่อการบริหารงานยุติธรรม โดยแนวคิดในการบริหารงานยุติธรรม ในทางนิติบัญญัติ เช่น การให้การกระทำที่สำคัญน้อยไม่เป็นความผิดทางอาญา ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้อง ชะลอการฟ้อง ใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ซึ่งขณะนี้ปัญหาของกระบวนการยุติธรรม คือ ผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ภารกิจและบทบาทของศาลชั้นต้นและศาลสูง ในประเทศไทย ศาลทั้ง 3 ชั้นทำหน้าที่เป็นศาลพิจารณาคดีทั้งหมด เรื่องนโยบายเกี่ยวกับการอุทธรณ์ฎีกา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ควรเป็นศาลพิจารณา และศาลฎีกาควรเป็นศาลทบทวนข้อกฎหมาย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน แนวทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 1. ทุกส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ต้องให้ความร่วมมือกัน 2. ต้องมีการปฏิรูปการพิจารณาคดี 3. ทำความเข้าใจบุคลากรในองค์กรและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ศาสตราจารย์พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย มาตรา 40 (1) ของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และเข้าใจ ซึ่งปัญหาของการเผยแพร่กฎหมาย คือ ประชาชนเห็นว่าเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องงยุ่งยาก แสดงให้เห็นว่ากฎหมายยังไม่เข้าถึงประชาชนเท่าที่ควร ประเทศไทยไม่มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมาก่อน และเมื่อประชาชนได้อ่านกฎหมายแล้ว เกิดความรู้สึกขัดแย้ง จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเพื่อนำกฎหมายดังกล่าวมาปฏิรูปใหม่ โดยต้องหาความจำเป็นและความต้องการของประชาชนในการนำความคิดเห็นดังกล่าวมาแก้ปัญหา แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงกฎหมายให้ดีขึ้น การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศไทยไม่สามารถทำได้เฉพาะคณะกรรมการเพียงไม่กี่คน แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนและทุกภาคส่วนในประเทศ กฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีส่วนร่วมทางการเมืองในฝ่ายใด ก็จะมีผลกระทบต่อประชาชนทั้งนั้น สิ่งที่ต้องการให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น คือ ประชาชนมีความเห็นหรือความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบดังกล่าวอย่างไร ทั้งในแง่ดีและไม่ดี ซึ่งการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิเสรีภาพทางการเมืองแต่ก็มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนด้วย ประเด็นข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมสัมมนา - การดำเนินการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรกำหนดรูปแบบให้ชัดเจน เนื่องจากอาจมีความใกล้เคียงกันกับองค์กรอื่น และควรพิจารณาในการทำงานร่วมกับองค์กรอื่นให้มีความเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดที่หลากหลาย - การปฏิรูปกฎหมายควรทำในรูปขององค์รวม ในเชิงโครงสร้างของระบบกฎหมาย โดยจัดลำดับความสำคัญในการปฏิรูปและควรมีกรอบเวลาด้วย ไม่ใช่เป็นการพิจารณากฎหมายรายฉบับ ต้องเป็นการวางหลักการ - กฎหมายของประเทศไทย เมื่อออกมาบังคับใช้แล้วไม่มีการยกเลิก จึงทำให้เกิดความล้าสมัยของกฎหมาย และเป็นปัญหาในการนำไปบังคับใช้ - การเรียนการสอนกฎหมาย ไม่ใช่การสอนเหมือนอย่างวิชาสังคมทั่วๆไป จึงควรมีการปฏิรูประบบการศึกษาวิชากฎหมาย เพื่อกลั่นกรองและผลิตนักกฎหมายที่มีคุณภาพ - วิธีการระงับข้อพิพาทในชุมชนซึ่งพระสงฆ์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ จึงควรมีการจัดให้มีการอบรมความรู้ให้กับพระสงฆ์ หรือองค์กรทางศาสนาไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด - การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลของกฎหมายต้องมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยจัดทำกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การเข้าถึงได้ง่ายและสะดวก - ปัญหาความเข้าใจในกฎหมายที่ไม่ตรงกันของบุคลากรในหน่วยงานหรือองค์กรซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการ หากมีการรับฟังความคิดเห็นก็จะทำให้ได้ข้อสรุปที่สมบูรณ์มากขึ้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายในหัวข้อ “แนวคิดและวิธีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย” สืบเนื่องจากโครงการเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทยที่ได้มีการจัดเวทีทั้งหมด 10 ครั้ง สามารถจัดกลุ่มได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1. การพัฒนากระบวนการยุติธรรมเชิงคุณค่าสู่นิติธรรม 2. กระบวนการยุติธรรม : การมีส่วนร่วม ทางเลือก และการเข้าถึง 3. กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อสังเคราะห์ความคิดที่ได้จากเวที จึงสรุปบทเรียนได้ ดังนี้ 1. ระบบกฎหมายของไทยยังมีปัญหา - กระบวนการออกกฎหมายและการนำกฎหมายไปบังคับใช้ 2. กระบวนการยุติธรรมของไทยมีปัญหาวิกฤต จำเป็นต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง - ด้านอำนวยความยุติธรรม - ด้านการบริหารงานยุติธรรม - การจัดการความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 3. มีปัญหา “ฅน” กับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมสู่สังคมนิติธรรม 1. การพัฒนาหลักนิติธรรมในกระบวนการยุติธรรมและสังคม 2. การพัฒนา “คน” ในกระบวนการยุติธรรม 3. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน 4.การคุ้มครองและเสริมพลัง “เหยื่อ” ในกระบวนการยุติธรรม 5. การปฏิรูปกฎหมายเพื่อมุ่งสู่สังคมนิติธรรม 6. การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อมุ่งสู่สังคมนิติธรรม 7.การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วนิดา แสงสารพันธ์ และ นายภูมิ มูลศิลป์ อนุกรรมการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย บรรยายเกี่ยวกับคณะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ระบอบประชาธิปไตยใช้อำนาจได้ 3 ทาง คือ 1.ประชาธิปไตยทางตรง สามารถทำได้ในกรณีที่มีประชาชนจำนวนไม่มาก 2.ประชาธิปไตยผ่านตัวแทน ระบอบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3.ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เช่น การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง / การลงประชามติ / การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ปัญหาของการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ปี 2540 1.การรวบรวมลายมือชื่อต้องใช้หลักฐานทั้งบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ทำให้เกิดความยุ่งยาก 2.เรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรวบรวมลายชื่อ 3.กระบวนการของรัฐสภา ขั้นตอนการตรวจสอบลายชื่อค่อนข้างมีปัญหา 4.องค์กรที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือ กรณีให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทำการปิดประกาศและช่วยเหลือในการรวบรวมลายชื่อ แต่ในเรื่องการร่างกฎหมายประชาชนจะไม่มีความรู้ 5.รัฐสภาไม่ให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ การเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คือ หากประชาชนเสนอร่างกฎหมาย แต่ไม่สามารถร่างกฎหมายได้เอง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจะให้ความช่วยเหลือในการร่างกฎหมายได้ โดยประชาชนต้องบอกวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ที่ต้องการร่างกฎหมายนั้น ข้อเสนอเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย 1. ควรร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายใหม่ เพราะบริบทของรัฐธรรมนูญปี 2540 กับปี 2550 ไม่เหมือนกัน ดังนั้น พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายจึงควรร่างขึ้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 2. วิธีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายให้สะดวกมากขึ้น 3. องค์กรที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในการร่างกฎหมายควรมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย 4. ควรมีกรอบระยะเวลาในการลงลายมือชื่อ การเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภา เพื่อป้องกันการดึงระยะในการเสนอกฎหมาย
สรุปสาระสำคัญในการจัดการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (กรุงเทพฯ)
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 26 มิ.ย. 2552
บุนนาค · 26 มิ.ย. 2552
ครูอ้อย แซ่เฮ · 26 มิ.ย. 2552
ครูอ้อย แซ่เฮ · 26 มิ.ย. 2552
krutoo' s habitat · 26 มิ.ย. 2552
ขจิต ฝอยทอง · 26 มิ.ย. 2552