เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของภูมิปัญญาของเกษตรกรบ้านเรา ที่มีความคิดที่จะลดการพึ่งพา ลดต้นทุนการผลิต

          เมื่อวันที่  17  มิถุนายน  2552  ผมได้ไปร่วมประชุมกลุ่มยุวเกษตรกรที่โรงเรียนบ้านท่าไม้  ตำบลท่าไม้   อำเภอพรานกระต่าย  จังหวัดกำแพงเพชร   ซึ่งตำบลท่าไม้มีพี่ประสิทธิ์  อุทธา  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่

          ขากลับได้แวะไปเยี่ยมเยียนคุณมุกดา  โมราราย เกษตรกรที่เลขที่  16  หมู่ที่  14  ตำบลท่าไม้  ซึ่งเป็นเกษตรกรที่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง   ปลูกบอนพันงู และเลี้ยงสุกร อยู่ 20 กว่าตัว  แต่เนื่องจากปีที่ผ่านมามันสำปะหลังราคาตกต่ำ  จึงได้พลิกแพลงและปรับสูตรอาหารสุกรโดยหันมาใช้มันสำปะหลังทดแทน  สามารถลดต้นทุนอาหารเลี้ยงหมูโดยใช้มันสำปะหลังมาทดแทนปลายข้าวทั้งหมดและรำบางส่วน  คือเมื่อลดต้นทุนก็ถือว่าได้กำไรเพิ่มขึ้น

          ในการนำมันสำปะหลังมาเลี้ยงหมู โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ

  • ต้องเป็นพันธุ์ตระกูลระยอง เพราะมีรสหวาน ไม่ขม
  • เป็นมันที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี 
  • นำมาสับแล้วต้มให้สุก  .
  • หมู 1 ตัว จะใช้หัวมันตลอดการเลี้ยงประมาณ 1 ต้น
  • หักค่าหัวมันแล้ว จะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก 500 - 600 บาท ต่อหมู 1 ตัว


คุณมุกดา โมราราย กับพี่ประสิทธ์  อุทธา นักส่งเสริมการเกษตร

      นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของภูมิปัญญาของเกษตรกรบ้านเรา  ที่มีความคิดที่จะลดการพึ่งพา  ลดต้นทุนการผลิต  โดยปรับ-พลิกแพลงมาใช้วัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่สามารถผลิตได้  มาใช้ทดแทนเพื่อลดต้นทุน เพื่อความอยู่รอดของตนเอง  เป็นตัวอย่างที่น่ายกย่องและนำไปเผยแพร่แก่เกษตรกรทั่วไปที่ปลูกมันสำปะหลัง หรือที่เลี้ยงหมูอยู่แล้ว เพราะหัวมันสำปะหลังตอนนี้ราคาถูกมาก และหาได้ไม่ยาก

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  25  มิ.ย. 2552