เมื่อยังเป็นเด็ก  ไปไหนมาไหน  ผู้หลักผู้ใหญ่จะเฝ้าพร่ำสอนว่า.....เมื่อเด็กให้รีบขวนขวาย  เติบใหญ่จักได้สบาย 

เราก็ได้แต่ฟัง และปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปตามเวลาโดยไม่ได้รีบร้อนอะไร  และไม่เคยเร่งรัด  จวบจนหนทางแห่งเวลาได้ล่วงเลยมาจนบัดนี้.....

ล้มตัวลงนอนทีไร  ได้นับวันและเวลา  จึงเข้าใจตนเองว่า.....ยังต้องดิ้นรนอยู่เลย  

ในบางกิจกรรมของชีวิต  ได้ผ่อนสั้นผ่อนยาวมาบ้างแล้ว   บางคนก็เข้าใจว่า  นั่นเป็นปีทองของชีวิต  ที่กำลังรุ่งโรจน์  จึงต้องรีบไขว่คว้า  เหมือนน้ำขึ้นให้รีบตัก.....หารู้ไม่ว่า.....เวลาของเรามันเหลือน้อย   

หากเราตั้งอยู่บนความไม่ประมาท  ชีวิตก็ยังมีค่า  มีคุณค่า  อีกยาวนาน   มั่นใจเลยว่า.....ต้องมีลมหายใจ  อีกต่อไปหลายเฮือก  

ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ   เราก็จะฝ่าฟันกันต่อไป   ถึงจะมีอุปสรรค   ก็ขอให้คิดว่า....เป็นโจทย์ของชีวิต  ที่ลำเรียงให้กับเรา  ต่อสู้เพื่อความมีคุณค่า   อย่าได้ท้อถอย  หรืออย่าตัดพ้อต่อว่าตัวเองอีกต่อไปเลย.....

ลุกขึ้น  ยืนให้มั่นคง  ทรนง  คิด  และรอบคอบในกิจการทุกด้านต่อไป   

จะขอเป็นกำลังใจให้กับ  ผู้ที่เหนื่อยหน่าย  ฝ่าฟันต่อไป 

ถึงจะแก่เฒ่า  แต่ก็ยังวนเวียน ต่อสู้อยู่  ใช้หนี้เวรกรรมกันต่อไป  อย่างหน้าชื่นตาบาน  อย่างมีความสุขสำราญ......ต่อไป