โลกของเด็กแต่ละคนช่างแตกต่างเหลือเกิน

            นับตั้งแต่ผู้เขียนมอบหมายให้นักเรียนชั้น ม.๖ ทุกคนเขียนอนุทินชีวิตส่งทุกอาทิตย์  โดยเขียนบันทึกประจำวัน  เหตุการณ์ที่ประทับใจในแต่ละวันไม่ต่ำกว่าวันละ ๕ บรรทัด

            นักเรียนส่วนใหญ่ต่างก็ตั้งใจเขียน     ตั้งใจเล่าเรื่องต่าง ๆ เป็นอย่างดี   ทำให้คุณครูอย่างเราได้มองเห็นโลกทัศน์ของเด็กแต่ละคน        เห็นมุมมองชีวิตความคิดความรู้สึกต่าง ๆ ที่เขาพยายามระบายออกมาเมื่อรู้สึกกดดันในเรื่องต่าง ๆ  (เมื่อครูอ่านก็ได้แต่ปลอบใจ)

            โลกของเด็กแต่ละคนช่างแตกต่างเหลือเกิน    เด็กบางคนโดยเฉพาะเด็กที่เรียนดี  ส่วนใหญ่จะมีพลังชีวิต  มีวิธีคิดในเชิงบวก  มีความสุขและสนุกกับการเรียนรู้    มีครอบครัวที่อบอุ่นคอยดูแล  

เด็กบางคนชอบอ่านหนังสือ  แล้วก็พยายามเล่าให้ครูทราบ   บางคนอ่านสามก๊กทุกวันแล้วก็วิเคราะห์ตัวละครเป็น  รู้จักนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง   น่าชื่นชมมาก ๆ  ที่ฉลาดคิด ฉลาดอ่าน

เด็กบางคน  ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมในวันหยุด   และหมดเวลาไปกับการนอน  อ่านแล้วก็เสียดายเวลาแทน   บางคนมองโลกด้วยรอยยิ้มที่สดใส     บางคนกลับซึมเซาและเบื่อหน่ายในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน

โลกใบเล็กของเด็กเหล่านี้   ล้วนเกิดจากการหล่อหลอมของสังคม  สิ่งแวดล้อมที่เขาอยู่ทั้งสิ้น    กว่าที่เด็กหนึ่งคนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ผ่านวันเวลา  ผ่านการซึมซับจากคนเลี้ยงดู ทั้งเรื่องร้ายเรื่องดีที่จารึกอยู่ในหัวใจดวงน้อย ๆ

 เด็กบางคนอาจเปรียบเหมือนต้นไม้ยืนต้นที่สามารถหยัดยืนแผ่ร่มเงาให้ความร่มเย็นแก่ผู้พักอาศัยได้ในอนาคต    ในขณะที่เด็กจำนวนไม่น้อยเป็นได้เพียงไม้ล้มลุก       ที่มีอายุสั้น ๆ  อย่าว่าแต่จะช่วยผู้อื่นแม้แต่ช่วยตนเองยังไม่ได้

ในฐานะผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับต้นกล้าเล็ก ๆ เหล่านี้   จะทำอย่างไรดีหนอที่จะหล่อหลอมให้โลกใบเล็กของเขาสดใส  ด้วยหัวใจที่เบิกบาน  พร้อมที่จะยืนหยัดได้ด้วยตนเองอีกทั้งยังเป็นที่พึ่งพิงของผู้อื่นต่อไปในอนาคต...