คนเรานี่แปลกเมื่อมีความทุกข์ จะนึกถึงคนที่เรารักมากที่สุด แต่เมื่อใดที่มีสุขไม่เคยที่จะคิดถึงคนที่รักเรามากที่สุด เช่นกันเมื่อเราทุกข์ใจต้องการความช่วยเหลือเราจะนึกถึงพระ แต่เมื่อเราสุขใจเราไม่คิดถึงพระ

ตอนที่ 26

 วัยทำงาน ต่อ

          ต้องยอมรับว่าทำงานอยู่ที่เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง  ในสมัยนั้นสุดแสนจะเหงาในระยะแรก  ๆ  เพราะผู้คนที่อาศัยอยู่ในเหมืองแม่เมาะสมัยนั้นไม่ค่อยมากเท่าไหร่  ในตัวจังหวัดลำปาง ก็ไม่ค่อยมีสถานที่เที่ยวมากเท่าไหร่  ส่วนใหญ่พอเลิกทำงานมา ถ้าไม่มีโปรแกรมเข้าเมืองก็จะเล่นเทนนิส หรือไม่ก็เต๊ะบอล เป็นเสียส่วนใหญ่  ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องการกีฬานั้นผมชอบเล่นได้เกือบทุกอย่าง แต่เอาดีไม่ได้สักกะอย่าง ที่เล่นก็เพราะเหงา ..   แต่พอปลายปีจะสนุกเพราะที่ทำงานมีการจัดแข่งกีฬาสี  ภายในเหมืองแม่เมาะ  ที่แม่เมาะหน่วยงานจะแยกกันเป็นสามส่วน  ส่วนที่หนึ่งที่มีคนมากที่สุดก็คือเหมือง  ส่วนที่สองคือโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า  และส่วนที่สามโรงไฟฟ้า 

 ในการแข่งขันกีฬาจะมีการแข่งขันในส่วนของตนเองก่อนเพื่อคัดเลือกไปเล่นสามเศร้า  (เหมืองฯ โครงการฯ  โรงไฟฟ้าฯ)  ก่อนที่จะมีการแข่งขันในส่วนของตนเองแต่ละคนพยายามที่จะฝึกกีฬาที่ตนเองชอบและถนัก  ผมเองจะซ้อมเล่นบอลเป็นส่วนใหญ่  หน้าที่ตำแหน่งในการเล่นตอนแรกเล่นปีกซ้าย  เมื่อซ้อมแล้วไม่เข้าตาผู้ควบคุมจึงให้มาเล่นเป็นผู้รักษาประตู  ตั้งแต่นั้นมาผมรับหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูมาตลอดเมื่อมีการซ้อม 

เมื่อใกล้ถึงเวลาที่จะแข่งขันไม่กี่อาทิตย์  เกิดเหตุกราณ์ที่ไม่คาดคิดเกือบตาย  สาเหตุเนื่องมาจากในขณะที่เพื่อนเล่นกันอยู่นั้นทีมที่ผมเป็นผู้รักษาประตูเล่นเหมือนผับสนามเล่น  คือเล่นอยู่ฝากคู่ต่อสู้เสียเป็นส่วนใหญ่  นาน ๆ ทีจะมีลูกมาถึงมือผมสักครั้ง  เมื่อเป็นเช่นนั้นผมเองไม่รู้จะทำอะไรกระโดดโหนคานประตู แกว่งตัวเล่นไป ๆ มา ๆ  ทำเหมือนเล่นยิมเนสติก  แรก ๆ ก็ไม่เป็นไร หลังจากนั้นแกว่งตัวเต็มที่  ในขณะที่แกว่งตัวไปด้านหน้าทำมุมเกือบ  ๙๐ องศา นั้นเองประตูเหล็กล้มลงมากระแทกกับหน้าอก  เล่นเอาแน่นิ่งไปเลย  กรรมการและผู้เล่นหยุดการแข่งขันกระทันหัน  เพื่อน ๆ หามผมส่งสถานพยาบาลของเหมืองแม่เมาะ  ขณะที่ไปสถานพยาบาลนั้นผมเบอ ๆ  ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอรู้สึกตัวรู้ว่าตนเองนั้นอยู่บนรถ ฉุกเฉิน  เพื่อนำตัวผมส่งโรงพยาบาลจังหวัดลำปาง 

ในขณะนั้นรู้สึกตัวเองว่าหายใจไม่ออกต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และสำลักออกมาเป็นเลือด หรือเขาเรียกว่ากระอักเลือด   ในช่วงนั้นผมคิดว่าผมคงไม่รอดสิ่งที่ผมทำได้ในตอนนั้นผมเอามือขึ้นมาพนมและกำมือประสานกันไว้แน่น  นึกถึงคนที่เรารักมากที่สุดคือแม่  (เพราะพ่อเสียแล้ว)  ตลอดเส้นทางจากแม่เมาะถึงโรงพยาบาล   ผมพยายามนึกถึงแม่ อยากให้แม่รับรู้ว่าเราจะตายอยู่แล้ว ลาก่อน นึกเสียดายว่าเรายังไม่ได้ทดแทนบุญคุณให้กับแม่เลย  หลังจากนั้นคิดถึงคุณพระคุณเจ้า ขอให้ช่วยคุ้มครองเราด้วย 

เมื่อถึงโรงพยาบาลลำปาง  ตอนนั้นความรู้สึกที่รับรู้ได้ตาลืมไม่ขึ้นพูดไม่ได้แต่รู้ว่าหมอนำตัวเข้าไปเอ็กซเรย์  หลังจากนั้นผมไม่รู้อะไรอีกเลย  มารู้สึกตัวอีกครั้งมีน้ำเกลือ ห้อยหนึ่งถุง จมูกมีเครื่องให้อ็อกซิเจน และซี่โครงด้านซ้ายมีสายยางโพล่ออกมาเพื่อเอาเลือดที่คลั่งอยู่ในปอดออก  ผมอยู่โรงพยาบาลไม่ถึงอาทิตย์  ออกจากโรงพยาบาลพักอีกไม่กี่วันผมกลับเข้าทำงานต่อ  หลังจากนั้นผมไม่ได้เล่นฟุตบอลอีกเลย

มานั่งคิดตอนนี้ว่าคนเรานี้แปลกเมื่อมีความทุกข์จะนึกถึงคนที่เรารักมากที่สุด และเมื่อจะขอความช่วยเหลือ  พระคือสิ่งแรกที่เรานึกถึง  ผมจำได้ว่าเมื่อคราวผมถูกจับอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม (สวนรมย์มณีนาถ ปัจจุบัน)  ๑๕ วันต้องไปขึ้นศาล  เมื่อผ่านวัดพระแก้วทุกคนที่อยู่ในรถจะยกมือพนมมือไหว้พระแก้วทุกคนรวมถึงผมด้วย  ผมไม่รู้ว่าคนอื่นพนมมือไหว้แล้วนึกอะไร  แต่ในครั้งนั้นผมยกมือไว้แล้วนึกถึงขอให้คุณพระคุณเจ้าช่วยผมด้วย  มาทุกครั้งต้องไหว้พระทุกครั้ง  เมื่อนึกถึงตอนนั้นอดที่จะคิดไม่ได้ว่าทำไมชีวิตมันช่างหดหู่อะไรเช่นนั้นไปศาลทุกครั้งต้องโดนถูกตีตรวนทุกครั้ง  ตีตรวนก็คือการที่โดนเอาโซ่ล่ามที่ข้อเท้าของขาทั้งสองข้าง ที่ข้อเท้าจะมีห่วงกลม ๆ  ขนาดของโซ่ขึ้นอยู่กับคดีหรือข้อหาที่โดนถูกจับ  ไม่ว่าคดีเล็กหรือใหญ่ต้องโดนตีตรวนหมดทุกคน ในเวลาตอนเย็นก่อนที่จะไปศาลในตอนเช้า  ผมโดนตีตรวนประมาณ ๗ ครั้ง  เพราะเดือนหนึ่งจะไปศาล ๒ ครั้ง   นี่แหละครับผมถึงได้เขียนว่าคนเรานี่แปลกเมื่อมีความทุกข์ จะนึกถึงคนที่เรารักมากที่สุด  แต่เมื่อใดที่มีสุขไม่เคยที่จะคิดถึงคนที่รักเรามากที่สุด  เช่นกันเมื่อเราทุกข์ใจต้องการความช่วยเหลือเราจะนึกถึงพระ  แต่เมื่อเราสุขใจเราไม่คิดถึงพระ