ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไป ๐ เมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนา  ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว๐ เพลงที่เคยได้ยินตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก  ทำให้เราเห็นภาพและซาบซึ้งกับบทเพลงนี้มาก  แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินเสียแล้ว  เพราะบ้านเราเขาจะเป็นเสือแห่งเอเชียกันไปโน่น  ไม่รู้ว่าตอนนี้พอจะเป็นแมวได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

          ผมมีงานเยาวชนเกษตรที่ต้องดูแล เมื่อวันที่  17  มิ.ย. ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมกับพี่ประสิทธิ์  อุทธา  นักส่งเสริมการเกษตรของอำเภอพรานกระต่าย ไปประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการกลุ่มยุวเกษตรกรที่โรงเรียนบ้านท่าไม้  ตำบลท่าไม้  อำเภอพรานกระต่าย  จังหวัดกำแพงเพชร  เลยมีภาพบรรยากาศมาฝากครับ

  • ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครู ต่างให้ความสำคัญเกี่ยวกับอาชีพการเกษตรมา  เพราะชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่ก็ประกอบอาชีพการเกษตร


เกษตรอำเภอ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูที่ปรึกษามาร่วมให้กำลังใจ

         การทำความเข้าใจ  ถึงความเป็นมาเป็นไป  ผมลองสอบถามน้องๆ ดู พบว่ามีประมาณ 10 คนเท่านั้นจาก 60 คน  ที่คิดว่าจะประกอบอาชีพการเกษตรหลังจากที่เติบโตไปแล้ว  ซึ่งผมก็ให้กำลังใจเพราะว่าอาชีพการเกษตรนั้นมีความสำคัญ  และหากปรับให้ดีรับรองว่าอยู่ได้ และสร้างคุฯค่าให้แก่สังคมโดยรวม เพราะเราผลิตอาหาร  อาชีพอื่นดีที่สุดก็เป็นเพียวลูกจ้างเขา  เมื่อมีแรงเขาก็จ้าง เมื่อแก่ตัวเขาก็ทอดทิ้ง


พี่ประสิทธิ์ อุทธา เล่าความเป็นมาเป็นไปของสังคมและการเกษตร

        กิจกรรมสุดท้ายเป็นการฝึก..โดยเป็นการคัดเลื่อกคณะกรรมการ  พบว่าส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิงที่มีความกล้าสมัคร และได้รับการคัดเลือก  ส่วนเด้กผู้ชายไม่ค่อยมีความกล้า  อาจเป็นเพราะยังไม่คุ้นกับกิจกรรมของเราก็เป็นได้


หนึ่งเดียงของเด็กผู้ชายที่สมัคร


            สมัครเอง  เขียนเอง  หาเสียงเอง...อิอิ      ฝึกให้ออกมาเขียนเพื่อความคุ้นชินกับการเป็นผู้นำของเกษตรกรในอนาคต  เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรจะเป้นฝ่ายตั้งรับ  และเงียบๆ เสียเป็นส่วนใหญ่  จึงถูกครอบงำและชักชวนได้ไม่ยากเย็น  ฝึกตั้งแต่ตอนเป็นเด็กอย่างนี้ก็น่าจะดีเหมือนกันนะครับ