องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้
๑. แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้
เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาของไทยบรรลุถึงเป้าหมายที่แท้จริง ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวดที่ ๔ แนวการจัดการศึกษา มาตรา ๒๒ กล่าวไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง แสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ สามารถค้นพบศักยภาพของตนเอง อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ ด้วยการมีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้เรียนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจิตนาการทางศิลปะชื่นชมความงามสุนทรียภาพซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นกิจกรรมทางศิลปะสามารถนำไปใช้พัฒนาผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นผู้กล้าแสดงออกและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ดังนั้นศิลปศึกษาจึงเป็นวิชาที่นำไปสู่กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาชีวิต สังคม และสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดีงามให้แก่เด็กในด้านต่าง ๆ โดยได้ปลูกฝังให้นักเรียนมีคุณลักษณะดังนี้
๑. ให้รู้คุณค่าและประโยชน์ของศิลปะธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การธำรงรักษาไว้ซึ่งคุณธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ
๒. การรักษาความสะอาด รักความสวยงาม
๓. การแสดงออกตามความสามารถและความถนัดของตน
๔. ความสนุกสนานเพลิดเพลินและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
๕. การรู้จักนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่า และความเป็นผู้มีรสนิยมที่ดี
๖. การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
คุณค่าของศิลปศึกษา มีความกว้างขวางและลึกซึ้งไม่เฉพาะเพียงแต่แง่ของศิลปะเท่านั้นยังครอบคลุมในแง่ของการศึกษาอื่นๆ อีกด้วย การเรียนรู้จะเกิดขึ้นอย่างถาวรหากเด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน เพลิดเพลินเกิดความพอใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการใช้กิจกรรมศิลปะเข้าช่วยการแสดงออกอย่างสมบูรณ์ทางศิลปะจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนรู้ครูผู้สอนศิลปะ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะของเด็กจะต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี และต้องตระหนักในคุณค่าของการศึกษาด้านศิลปะให้มากขึ้น สิ่งที่ผู้สอนศิลปะต้องปฏิบัติคือ จะต้องทำความคุ้นเคยการปฏิบัติกับกระบวนการทางการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการแสดงความคิดเห็น การแก้ปัญหาต่อผู้อื่นหรือแม้แต่การทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ควรมุ่งให้เด็กกล้าแสดงออกเป็นสำคัญ การ
เรียนวิชาศิลปะโรงเรียนบ้านหลุมข้าวมิได้มุ่งหวังให้นักเรียนมีอาชีพในทางศิลปะ หรือเป็นศิลปิน แต่เพื่อเป็นการปลูกฝังให้บังเกิดความรู้คุณค่าทางด้านสุนทรียภาพ ความสวยงาม สัจจะความเป็น
จริงทางการแสดงออกทางศิลปะ การใช้ปัญญาความคิดในการแก้ปัญหา การเข้าใจธรรมชาติ เห็นคุณค่าและความมีคุณอนันต์แห่งธรรมชาติอันเป็นวัตถุดิบแหล่งใหญ่ที่จะนำมาซึ่งการสร้างสรรค์งานศิลปะ ทำให้เราเข้าใจและหวงแหนในการดำรงธรรมชาติให้อยู่สภาพที่ดีต่อไป การเรียนการสอนวิชาศิลปศึกษาในโรงเรียนบ้านหลุมข้าวในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรอันเนื่องมาจากหลายๆ สาเหตุเช่น ขาดครูที่มีความรู้ด้านศิลปะหรือไม่ได้เรียนสาขานี้มาก่อนมักจะเกิดความวิตกกังวล ขาดความมั่นใจในการสอน บางครั้งเพียงแต่ว่าสอนให้พ้นชั่วโมง พ้นหน้าที่ไปวันๆ เท่านั้น
สืบเนื่องจากปัจจุบันโรงเรียนบ้านหลุมข้าวได้รับรองการประเมินของสำนักงานรับรอง-มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นโรงเรียนแกนนำการประกันคุณภาพทางการศึกษา ในฐานะที่ดิฉันเป็นครูผู้สอนศิลปะในระดับประถมศึกษา และยังเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะจำเป็นต้องรับผิดชอบการสอนระดับประถมศึกษาทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้เรียนสาขานี้มาก่อนจึงทำให้ดิฉันต้องพัฒนาตนและ พัฒนางานการเรียนการสอนให้บรรลุตามเป้าหมาย ดิฉันเริ่มศึกษาความต้องการของหลักสูตรสถานศึกษา อีกทั้งได้ค้นคว้าคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับครูผู้สอนศิลปะในระดับประถมศึกษานำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับมาพัฒนาผู้เรียนให้มีสุนทรียทางศิลปะจัดกิจกรรมเสริมการสอนศิลปะเน้นกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ ให้สอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ของหลักสูตร ตลอดจนพัฒนาความสามารถพิเศษตามแบบทดสอบความคิดด้านความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญสู่การปฏิรูปการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
๒. วัตถุประสงค์
๑. เพื่อพัฒนาผู้เรียนในระดับประถมศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๒. เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ระดับประถมศึกษา
๓. เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระศิลปะสูงขึ้น
๓. กรอบแนวคิด
จัดกิจกรรมสร้างสรรค์เสริมการสอนศิลปะ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญสู่การปฏิรูปการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พัฒนาผู้เรียนให้มีสุนทรียทางศิลปะเน้นกระบวนการความคิดสอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ของหลักสูตรตลอดจนเพื่อพัฒนาตามแนวการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ระดับประถมศึกษา
๔. เทคนิคการสอนศิลปศึกษาที่ประสบผลสำเร็จในระดับประถมศึกษา
ในการสอนศิลปศึกษาในระดับประถมศึกษาแบ่งการสอนออกเป็น ๒ รูปแบบคือ
๑. การสอนตามแผนการสอน
๒. การสอนเสริม
การสอนตามแผนการสอน คือ การสอนตามกำหนดการสอนให้บรรลุจุดประสงค์ที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนดเนื้อหาไว้ในแต่ละชั้นเรียน อันประกอบด้วย การเขียนภาพ การปั้น-แกะสลัก การพิมพ์ภาพ งานสร้างสรรค์เศษวัสดุ และการจัดนิทรรศการฯ เป็นต้น
การสอนเสริมคือ การสอนเพิ่มเติมนอกเหนือจากเวลาเรียนปกติ เช่น ชั่วโมงซ่อมเสริม และวันปิดเสาร์- อาทิตย์ การสอนซ่อมเสริมนี้มีความสำคัญเป็นการสอนเพิ่มเทคนิคและทักษะต่างๆ ให้กับนักเรียนในลักษณะชมรมศิลปะเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถและมีความรักงานด้านศิลปะ ได้แสดงออกถึงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
แนวการจัดกิจกรรมเสริมความสามารถ
แนวการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมความสามรถทางศิลปะแก่นักเรียนที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นวิธีที่ให้นักเรียนใช้ความรู้ ประสบการณ์ที่มีอยู่ในตัวมาใช้ตลอดจนการแสวงหาวิธีการของตนเอง เพื่อให้การพัฒนาทางด้านศิลปะกว้างขวางและท้าทายความสามารถของนักเรียนมากขึ้นการจัดกิจกรรมดำเนินได้ดังต่อไปนี้
หลักการจัดกิจกรรมเสริมความสามารถ
๑. นักเรียนมีความแตกต่างเป็นรายบุคคล นักเรียนทุกคนควรได้รับการพัฒนาเต็มความสามารถของตน
๒.เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการทางด้านศิลปะ เพื่อพัฒนาตนเอง
๓. สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนเพื่อพัฒนาให้เด็กเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข
ลักษณะกิจกรรมที่เสริมความสามารถของนักเรียน
๑. น่าสนใจ ท้าทายความสามารถของนักเรียนกระตุ้นยั่วยุให้นักเรียนต้องการคิด
๒. เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์เสริมการสอนศิลปะ ที่สนับสนุนให้นักเรียนแสวงหาวิธีคิดและหลักการคิดด้วยตนเอง
นักเรียนปฏิบัติด้วยความพอใจ
แวะมาให้กำลังใจค่ะ